วันที่ 21 กันยายน พศ . 2551
เรื่อง ขอให้รัฐบาลลดราคาสินค้า ค่าไฟฟ้าเอฟที ค่าก๊าซหุงต้ม
กราบเรียนฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงค์สวัสดิ์
เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้สรุปประกาศ ขึ้นค่าไฟฟ้า เอฟที อีก15 สตางค์ ต่อหน่วย ในเดือนตค. 2551-มค. 2552 โดยอ้างถึงราคาต้นทุนของก๊าซที่สูงขึ้น จากราคา205.9 บาทต่อล้านบีทียู มาอยู่ที่ 229.33 บาทต่อล้านบีทียู (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ )
ข้อเท็จจริง โดยราคาก๊าซเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะนี้ ราคาน้ำมันดิบทั่วโลก ลดลงจากเดิม 144 เหรียญต่อบาเรลล์ มาอยู่ที่ 94 เหรียญต่อบาเรลล์ ซึ่งลดลงกว่า 30 %
(แม้นเงินบาทจะอ่อนค่าลงก็ตาม) แต่ปตท. ยังคงราคาก๊าซที่ขายให้แก่การไฟฟ้า เท่าเดิม หรือ กลับเพิ่มราคาสูงขึ้น และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มิได้ ขอให้ปตท.ลดราคาค่าก๊าซที่ขายแก่การไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนแต่กลับ มาเก็บต้นทุนจากภาคประชาชน ทั้งๆที่เกิดจากการบริหารที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม ซึ่งประชาชน มีสิทธิตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ 2550 มาตรา 57 66 73 81 87 ที่กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ และการปกครอง ที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของตน
จึงอยากจะขอกราบเรียนท่านนายกฯว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลยังไม่ได้มองความเดือดร้อนและเป็นธรรมแก่ประชาชน จริง เพราะต้นทุนสินค้าที่ได้ปรับเพิ่มขึ้นในสมัยสามสี่เดือนก่อนที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น เช่นราคานม น้ำมันพืช สินค้าอุปโภค บริโภคอื่นๆ ราคาค่าโดยสารสาธารณะ (ยังดีที่ค่าโดยสารทางเรือจะลดลง ซึ่งต้องขอบคุณ ผู้ที่เกี่ยวข้องด้านนี้ ที่ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน มิได้ฉวยโอกาส เอากำไรเกินควร ในภาวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน จากหลายปัจจัย ) ทั้ง ยังไม่ได้ลดลงตามราคาน้ำมันที่ เป็นต้นทุน ที่ได้ลดลง แล้ว
ดังนั้น เหล่าประชาชน และองค์กร ที่มีรายชื่อและที่ไม่มีรายชื่อด้านล่างนี้ จึงใคร่ขอให้ทางรัฐบาลโปรดกรุณาพิจารณา ดังต่อไปนี้
1 การกำหนดราคา ค่าไฟฟ้าเอฟที ให้ลดราคาลงจากปัจจุบัน ซึ่งต้นทุนที่สูงเกิดจากการกำไรเกินควรของปตท ควรบอกให้ปตท ลดราคาค่าก๊าซที่ขายให้แก่ การไฟฟ้า มากกว่ามาเก็บค่าไฟฟ้าเพิ่มจากประชาชน จากข้อมูลจากรายงานงบดุล ปี 2550 ปตท.กำไรขั้นต้น 145,027.44 ล้านบาท แบ่งเป็นกำไรจาก การขายก๊าซธรรมชาติ 53,708.24 บาท กำไรจาก ปตทสผ. (สำรวจและผลิต น้ำมัน และ ก๊าซ ) อีก 57,630.39 กำไรจากปิโตรเคมี 19,201.57 ล้านบาท จะเห็นว่ากำไรจากก๊าซ ในปริมาณกว่าครึ่ง ห้าหมื่นล้าน ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจาก การบังคับขายก๊าซให้การไฟฟ้าในราคาที่สูง แล้วการไฟฟ้าก็มาบังคับ เก็บจากประชาชน
(หลังหักภาษีเงินได้ 41,419.08 ล้านบาท คงกำไรสุทธิ 97,803.59 ล้านบาท ซึ่งกำไรจากราคาก๊าซยังคงในสัดส่วนที่สูงมากกว่าครึ่ง )
2.ให้รมต. คมนาคม ลดราคาค่าโดยสารสาธารณะ ค่าวิน มอเตอร์ไซด์ ลง ตามสัดส่วนราคาน้ำมัน ซึ่งข้อเท็จจริงผู้ประกอบการ รถโดยสารสาธารณะก็ได้ราคาน้ำมันที่ถูกกว่าท้ องตลาด ทั่วไปไปอยู่แล้ว
3.ให้รมต พาณิชย์ ลดราคาสินค้าต่างๆที่ได้ขึ้นมาในสมัยน้ำมันแพง ไม่ว่า ผลิตภัณฑ์นม น้ำมันพืช สินค้าอุปโภค บริโภคอื่นๆ
4. ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการพิจารณา ค่าสาธารณูปโภคอุปโภค ต่างๆ น้ำมันนเชื้อเพลิง ราคาก๊าซ ตามระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ
ทั้งหมดนี้จึงใคร่ขอให้ท่านนายกฯ และคณะรัฐบาล โปรดกรุณาพิจารณาแก้ไขความเดือดร้อน และไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นการเมืองใหม่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายอนุรักษ์พลังงานเพื่อประชาชน พลังสตรีไทยสร้างชาติ กลุ่ม รักษ์บ้านเมือง
เครือข่ายเพื่ออนาคตไทย เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
ชมรมคนพิการพัฒนาตนเองคลองเตย