ReadyPlanet.com


“มาร์ค” จี้ทบทวนแอดมิชชัน ชี้ชัดระบบคัดเลือกผิดพลาด


“อภิสิทธิ์” จี้ทบทวนระบบแอดมิชชัน ชี้ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษา ทำเด็กมุ่งเรียนเด็กเพื่อทำคะแนนให้ได้ดีเท่านั้น
ระบุ การที่เด็กสายวิทย์สอบได้แต่เรียนไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงระบบคัดเลือกที่ผิดพลาด ให้เวลารื้อใหม่ภายใน 3 ปี


เมื่อวันที่ (20 ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงานธรรมศาสตร์วิชาการ"52 และแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง
“อนาคตประเทศไทย” ที่อาคารยิมเนเซียม 1 ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งนี้ ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมสนทนา “อนาคตประเทศไทย”

ได้มีการนำคำถามจากนักเรียนนักศึกษาที่เขียนขึ้นมาถามนายกรัฐมนตรี ด้วย โดยนักเรียนมัธยมรายหนึ่งถามว่า
นายกฯ มีวิธีการแก้ไขปัญหาการศึกษาให้เด็กไทยมีความรู้แน่นเทียบเท่านานาชาติอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

ถ้าถามตนพื้นฐานจริงๆ เด็กไทยไม่เป็นรองใคร จะเห็นว่า เพื่อนๆ เราไปได้รางวัลเยอะแยะ
ดังนั้น คนไทยไม่ได้เป็นรองใคร แต่ปัญหาเป็นเรื่องของการได้รับโอกาสและคุณภาพ ทั้งนี้
โอกาสก็ดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว เพราะรัฐบาลก็ผลักดันเรื่องของการเรียนฟรี แต่ยังมีปัญหาบางจุดก็เร่งรัดสะสางเพื่อให้นักเรียนได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน
สำหรับชั้นอุดมศึกษาในเรื่องของให้ทุนกู้ยืม ก็กำลังมีการขยายอย่างต่อเนื่อง


ส่วนเรื่องของคุณภาพการศึกษา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ร่วมผลักดันมาเป็นเวลา 10 ปี แต่ปัญหาคือระบบของเราคือให้ทุกคนมาแข่งขัน
โดยทำสิ่งเดียวกันคือมุ่งเรื่องของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ได้ส่งเสริมให้ค้นพบว่าจะทำอะไร ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่
โดยเฉพาะเด็กเล็กและเด็กประถมไม่ควรเรียนมากแบบนี้ ควรให้อยู่กับเพื่อน ให้เรียนรู้มากกว่านี้นอกห้องเรียน


เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นนักเรียนโรงเรียนอีตั้นจากอังกฤษมีกลเม็ดอย่างไรแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า
ต้องไม่ยัดเยียดเนื้อหาเพราะมากไป ส่วนระดับมัธยมต้องทำให้รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร
อยากเป็นวิศวกรหรือศิลปิน ซึ่งเรื่องนี้ระบบต้องตอบสนองตรงนั้น แต่ต้องทำและตั้งใจจะทำต่อไปแม้จะต้องอาศัยเวลาพอสมควร


นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ทบทวนเรื่องเปลี่ยนระบบสอบเข้าให้เป็นเรื่องใหญ่ที่ยังไม่ดี
เพราะตนติดตามดูตั้งแต่การมีการเปลี่ยนมาเป็นแอดมิชชัน
โดยเฉพาะกับเด็กสายวิทย์ ซึ่งเด็กที่เข้าไปเรียนมีปัญหา เรียนไม่ได้ แสดงว่าระบบสอบคัดเลือกมันผิด
อันนี้เป็นตัวตั้งสำคัญที่ต้องเปลี่ยนแปลง


“อยากจะสะสางและให้มีผลภายใน 3 ปี เพราะเด็กที่ขึ้น ม.4 ก็จะได้รู้กติกา
ขอให้ดูตรงนี้อย่างจริงจัง เพราะนอกจากไม่ตอบสนองการศึกษายังส่งผลต่อระดับประถม และมัธยม
ถ้ายังสอบแบบนี้ก็ยังติดในกับดัก เพราะเด็กจะทำเพื่อไปสอบคัดเลือกให้ได้คะแนนดีเท่านั้น”นายกฯ กล่าว


เมื่อถามว่า ระบบการศึกษาของไทยจะเป็นเช่นใด จะมีคุณภาพและมั่นคงโดยไม่ใช้นักเรียนเป็นสิ่งทดลองได้หรือไม่
นายกฯกล่าวว่า มหาวิทยาลัยทั่วโลกก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแบบถูกบ้าง ผิดบ้างแต่ไม่มีเจตนาจะให้นักเรียนเป็นหนูทดลอง
แต่ทำไปเพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นดีและถูกต้องแล้ว แต่มันจะต้องเป็นอุทธาหรณ์ว่าผู้วางแผนปฏิรูปต้องคิดให้รอบคอบ
ตนบอกไปแล้วว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี มันแสดงถึงความล้มเหลวที่ทำกันมา


ส่วนเมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่นักเรียนพูดว่าเรียนพิเศษดีกว่าเรียนในโรงเรียน นายกฯกล่าวว่า
ถือว่าเป็นตัวสะท้อนการศึกษาที่ดี สำหรับที่บอกว่าเรียนที่โรงเรียนไม่ได้รับการดูแลที่ดี
อาจเป็นเพราะบางโรงเรียนมีปัญหาด้านบุคลากร งบประมาณ ทำให้นักเรียนเหล่านั้นต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม
แต่ก็มีปัญหาอีกว่าอาจารย์บางคนสอนในโรงเรียนธรรมดาแล้วไปสอนพิเศษอีก และมีมาตรฐานการสอนแตกต่างกัน
ซึ่งต้องถามว่าเป็นเพราะอะไร


“ผมมีลูกสาวและความจริงก็ไม่อยากให้ไปเรียนพิเศษ แต่โรงเรียนเปลี่ยนระบบ 1-2 ครั้งก็ต้องไปเรียนพิเศษ
และได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง หลายคนมองว่าไปเรียนพิเศษแล้วนอกจากได้เนื้อหาสาระมากกว่าแล้วยังมีความสนุกสนานมากกว่าด้วย
มัน เป็นสิ่งที่สะท้อนปัญหาว่าทำไมโรงเรียนจึงทำไม่ได้ ตนไม่อยากให้เด็กไปเรียนพิเศษเพราะเชื่อว่าเด็กของเราใช้เวลานั่งในห้องเรียนมากเกินไป
ตรงนี้เป็นตัวฟ้องว่าทำไมจึงต้องปฏิรูปการศึกษาและจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กพึ่งการเรียนพิเศษน้อยลง” นายกฯ กล่าว


นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ได้คัดเลือกบุคคลที่จะไปดำเนินการวางโครงสร้างการสอบแอดมิชชันไว้แล้ว โดยบอกไปว่า
ต้องเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาเรียน ต้องเป็นระบบที่ไม่เป็นภาระสำหรับผู้ปกครองที่มากจนเกินไป แต่ตนกลัวว่าระบบแอดมิชชันหลักเริ่มไม่เป็นที่ยอมรับมากขึ้นแล้ว

เพราะมีแนวโน้มว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่มหันไปรับนักศึกษาในระบบสอบตรงมากขึ้น
ทำให้มีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายและยังมีปัญหาด้านการจัดการเพราะต้องสอบพร้อมกัน
เมื่อสอบพร้อมกันก็มีคนเข้าสอบเยอะ ตรงนี้คือโจทย์ที่ให้คณะปฏิรูปไปดู
 



ผู้ตั้งกระทู้ ลอกมา :: วันที่ลงประกาศ 2009-08-21 22:33:09 IP : 113.53.163.11


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3042729)
 

 

ทปอ. ฟันธง ลดสอบ GAT-PAT เหลือปีละ 2 ครั้ง ให้เฉพาะม.6 สอบเท่านั้น ส่วน แอดมิชชั่น ปี 2554-2555 ใช้องค์ประกอบเดิม แต่ปรับเปลี่ยนค่าน้ำหนักได้ เผยเพิ่ม PAT วิทยาศาสตร์ ยังไม่ยุติ นำลงเว็บไซด์ให้ประชา ...

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยผลการประชุมทปอ. ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะทำงานแอดมิชชั่นฟอรั่มเสนอมา โดยในการสอบแอดมิชชั่นปีการศึกษา 2553 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ส่วนปีการศึกษา 2554-2555 ให้ใช้ 4 องค์ประกอบหลักตามเดิม คือ คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ GPAX คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ,คะแนนแบบทดสอบความถนัดทั่วไปหรือGAT และคะแนนแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือ PAT และในการปรับค่าน้ำหนักของแต่ละกลุ่มสาขาจะต้องมีองค์ประกอบของ GAT และ PAT ไม่น้อยกว่า 10 % ประธาน ทปอ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีมติลดการสอบ GAT และ PAT ให้เหลือปีละ 2 ครั้ง โดยให้สอบเฉพาะนักเรียนม.6 และลดเวลาสอบ PAT ลง จากวิชาละ 3 ชั่วโมง เหลือวิชาละ 2 ชั่วโมง ส่วน GAT ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมงตามเดิม จะเริ่มสอบในเดือน ต.ค.2553 และ เดือน มี.ค.2554 เพื่อนำคะแนนสอบไปใช้ในการสอบแอดมิชชั่นปีการศึกษา 2554 และคะแนนสามารถเก็บไว้ได้นาน 2 ปี ส่วนข้อเสนอในการแยกPAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ออกเป็น วิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คิดเป็นวิชาละ 100 คะแนนนั้น ที่ประชุมแสดงความห่วงใย โดยเห็นว่าการเพิ่มPAT จะทำให้เด็กสอบมากขึ้น ขัดกับหลักการแอดมิชชั่น ดังนั้นจะนำข้อเสนอเกี่ยวกับการแยก PAT2 และข้อสรุปอื่นๆ ลงเว็บไซด์เพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เพื่อให้คณะทำงานแอดมิชชั่นฯพิจารณาอีกครั้งและสรุปเสนอทปอ.อีกครั้งในวัน ที่ 31 ต.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล 

ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยและต้องการให้มีการปรับปรุงระบบแอดมิชชั่นนั้น ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะนำไปสู่การปรับปรุงระบบแอดมิชชั่นในปีการศึกษา 2556 และหากมีการเปลี่ยนแปลงจริง ทปอ. ก็ยังมีเวลาในการพิจารณา และจะแจ้งให้เด็กทราบล่วงหน้า 3 ปี ทปอ.จะไม่มีการทำให้เด็กเซอร์ไพรส์ แน่ จะต้องแจ้งล่วงหน้าให้เด็กเตรียมตัวตามที่นายกรัฐมนตรี ต้องการ

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 22 สิงหาคม 2552, 19:20 น.
ผู้แสดงความคิดเห็น ลอกมาคะ วันที่ตอบ 2009-08-23 08:08:56 IP : 124.122.180.199


ความคิดเห็นที่ 2 (3042743)

...สิ่งที่ผ่านมา  มันก็ผ่านไป  ส่วนจะหลงเหลือความทุกข์ ความสุข รอยแผลเป็นติดตัว ติดร่างกาย ฝังอยู่ในใจ กับใคร แค่ไหน อย่างไร...ถามว่ามี"ใคร"ยืดอก(ไม่ต้อง...พกถุง...นะครับ)แสดงความรับผิดชอบบ้างไหม...ถ้าเป็นผู้ชาย...อาจลาบวชพระ...ถ้าเป็นผู้หญิง...ก็ลาบวดได้ แต่คง"ลาบวดชี"...แต่ขอกล้วยไข่นะครับ(กล้วยน้ำว้าอาจมีเม็ด)...

...เจ็บแล้วจึงพอเข้าใจ ต้องเจอะเอง รู้เอง...เด็กนักเรียนที่ต้องประสบชะตากรรมในการเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 ถึง 2553...ไม่มีใครรู้ซึ้งเท่ากับ ตัวเด็กเอง พ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ต้องประสบชะตากรรมเยี่ยงนี้...

...ในฐานะพ่อ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เด็กนักเรียนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมหกอยู่ในขณะนี้  ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดี หรือ ความโชคร้าย  ไม่รู้ว่าเป็นผลบุญ หรือ เวรกรรม  เพราะเด็กมัธยมหกรุ่นนี้ เมื่อย้อนเวลากลับไปสมัยที่เรียนชั้นประถมหกเพื่อสอบเข้ามัธยมหนึ่งในโรงเรียนของรัฐ...ผู้มีอำนาจบังอาจ..."กำหนดให้ใช้คะแนนการสอบ NT คัดเลือกเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมหนึ่งในโรงเรียนรัฐ"...ความสุจริต เที่ยงธรรม ในการสอบ NT เป็นอย่างไร  คนไทยทุกคนทุกท่านย่อมทราบดี ปรากฎเป็นข่าวในหน้า นสพ.โจ่งขรึ้มขนาดไหน...ข้อสอบ NT รั่วหรือไม่...ผู้ควบคุมการสอบมีพฤติกรรมเช่นไร...บอกคำตอบให้ลูกศิษย์ของตนหรือไม่...ผลคะแนน NT ของเด็กบางโรงเรียนสูงมากผิดปกติใช่หรือไม่...มีผลทำให้เด็กที่ตั้งใจ คิด พูด ทำ ตามกรอบ ตามกฎ ตามกติกา ต้องได้เข้าโรงเรียนที่ด้อยกว่า หรือไม่...ความฉลาดของเด็ก แน่นอน 30 -60%มาจากพันธุกรรม แต่อย่าลืมว่า อีก 40-70%มาจากการเรียนรู้สภาวะสิ่งแวดล้อม...โรงเรีนนที่ดี ย่อมมีผลต่อเด็กอย่างแน่นอน ห้ามเถียงผมนะครับ เพราะนี่คือ ความจริง นี่คือ วิชาการ ไม่ใช่วิชาเกิน...

...พอจะเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2553 เด็กนักเรียนรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นแรก รุ่นบุกเบิกกับการสอบ GAT และ PAT ก็ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน...ขออย่างหนึ่งได้ไหม...ให้ความโชคดี??? ให้ผลบุญ???ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...ทดลองกับเด็กรุ่นนี้รุ่นเดียวให้จบ ให้หมด ได้ไหมครับ...คุณพ่อขอร้อง... NT...Nu Todlong...หนูทดลอง...

ผู้แสดงความคิดเห็น Pol.maj. วันที่ตอบ 2009-08-23 10:02:43 IP : 58.10.128.133


ความคิดเห็นที่ 3 (3042760)

ชนชั้น ปกครอง

ได้ใจเมื่อประชาชนอ่อนแอ

ศสับดาห์ ยื่น ยูเอ็น

ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2009-08-23 11:58:42 IP : 124.122.180.199


ความคิดเห็นที่ 4 (3042761)

ชนชั้น ปกครอง

ได้ใจเมื่อประชาชนอ่อนแอ

สับดาห์ ยื่น ยูเอ็น

ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2009-08-23 12:01:45 IP : 124.122.180.199


ความคิดเห็นที่ 5 (3047082)

 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2552 18:25 น.
จุรินทร์” ชี้ใช้ O-NET ตัดสินเด็กจบต้องรัดกุม หวั่น ร.ร.หลายระดับเกิดปัญหา
 
       “จุรินทร์” ชี้ใช้ O-NET ตัดสินเด็กจบการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องรอบคอบ รัดกุม เพราะมีหลายแง่มุม เหตุโรงเรียนมีหลายระดับ คุณภาพยังไม่เท่ากัน เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุม ระดมความเห็นพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ 11-12 ก.ย.นี้
       
       วันนี้ (1 ก.ย.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงข้อเสนอของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ในการนำคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาใช้ตัดสินการจบการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กนักเรียนทั่วประเทศ ว่า ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้มีหลายแง่มุมเกินกว่าที่จะให้ตนชี้ขาดให้นำคะแนน O-NET มาใช้ติดสินการจบการศึกษาของเด็ก เพราะโรงเรียนทั่วประเทศก็มีหลายระดับ คุณภาพของการเรียนการสอนก็ต้องยอมรับว่า ยังไม่เท่าเทียมกัน และที่ผ่านมา คะแนน O-NET ก็ได้นำมาใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก เพื่อให้โรงเรียนได้นำกลับไปพัฒนาการเรียนการสอนอยู่แล้ว หากจะให้นำคะแนน O-NET มาใช้เลื่อนชั้นหรือตัดสินการจบการศึกษาของเด็ก ก็ต้องมีการหารือให้รัดกุมและรอบคอบว่าอะไรเหมาะสมและดีที่สุด
       
       ส่วนที่มองว่าขณะนี้การจัดสอบ O-NET ไม่คุ้มค่านั้น ตนไม่อยากให้มองแต่ความคุ้มทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นความจำเป็นที่ต้องลงทุน แต่อยากให้มองถึงความคุ้มค่าทางสังคม ทางการศึกษา และผลที่จะตามมามากกว่า
       
       “ผมจะนำเรื่องนี้รวมถึงกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (Admission) เข้าหารือในการประชุมเชิงนโยบายเพื่อระดมความคิดเรื่อง การพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนไทย ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 ก.ย.นี้ ว่า การคัดเลือกคนเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยต้องการหรือไม่ และหลักเกณฑ์ที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กำหนดมีความเหมาะสมแล้วหรือยัง ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร เพราะตามกฏหมายแม้จะเป็นอำนาจของ ทปอ.แต่ก็ต้องรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คงไม่ใช่การยกเลิกแอดมิชชัน ซึ่งหลายเรื่องจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และเรื่องไหนที่ตนสั่งการได้ก็จะสั่งการทันที ส่วนเรื่องไหนที่ต้องมีการหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปก็จะให้ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ” รมว.ศธ.กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น ลอกมา วันที่ตอบ 2009-09-05 21:30:55 IP : 124.120.124.86



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.