ReadyPlanet.com


ข้อเสนอในการปฏิวัติการศึกษาไทย


 

 

ข้อเสนอในการปฏิวัติ  การศึกษาไทย   พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี www.parent-youth.net thai9lee@gmail.com 20 กพ. 2552  แก้ไข 3มีค 2553  

 

                  ปัญหา คือเปลี่ยนความคิดผู้มีอำนาจจัดการศึกษา จากแนวคิดที่ว่าให้เรียนรู้รอบตัวซ้ำซาก    ให้เป็นคนสมบูรณ์    มาเป็นสร้างกระบวนการคิด     สร้างทักษะชีวิต   และปลูกฝังความรักชาติ เสียสละ  จิตสาธารณะ  การใช้ชีวิตอย่างผู้ชาญฉลาด ไม่ตกเป็นทาส ยาเสพติด บุหรี่เหล้า   โดยมีหลัก การทางการแพทย์  หลักพัฒนาการเด็กและการวิจัยประกอบ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

 

                 โจทก์สำคัญคือ การเพิ่มศักยภาพเด็ก สร้างทักษะชีวิตให้เด็กและเยาวชน  ลดการกวดวิชา  ลดความเครียดและอัตราการเจ็บป่วยทางจิตของเยาวชนจากการศึกษาทำอย่างไร   ปลูกฝังความดี ความรักชาติ รักประชาชน เสียสละทำอย่างไร    ยิ่งเรียนยิ่งไอคิวลดควรแก้ไขอย่างไร เด็กที่ด้อยโอกาสเราควรจะทำอย่างไร ฯลฯ   เท่านี้ก็ช่วยสร้างอนาคตชาติได้

 

ก .ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

1 ยกเลิก ONET GPA หรือใช้ไม่เกิน 10 %   ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เพราะ มีผลวิจัยออกมาแล้วว่าทำให้ประเทศเสียหาย  เช่นการใช้ GPA ONET ในการคัดเลือกเข้ามหาลัย คือการบังคับให้เด็กเรียนทุกวิชา ชอบไม่ชอบก็ต้องเรียน จึงทำให้ผลการสอบ ONET ลดลง  เด้กดรอปเรียนเพิ่ม คะแนนเกรดเฉลี่ยในนิสิตมหาวิทยาลัยลดลง    และได้เด็กที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ในวิชานั้นๆ เพียงพอ เพราะต้องเตรียมความรู้ในทุกวิชาของ ONET  เลยไม่เก่งสักวิชา     ไม่ได้เรียนในวิชาที่ชอบได้สุดๆ เพราะต้องเสียเวลาไปเก็บคะแนน GPA และ ONET จากวิชาอื่นๆ ทุกวิชาเพื่อให้คะแนนรวมเข้ามหาลัยได้สูงๆ สัดส่วนคะแนนของ ONET GPA แต่ละสาขาคณะไม่สอดคล้องกัน ทำให้ผลที่คัดเลือกเด็กไม่ตรงคณะ เด็กดรอปเรียนมากขึ้น

                     แม้นในปี 2553  สัดส่วนเด็กสายศิลป์สามารถเข้าวิศวะ ได้         การใช้GAT PAT หรือข้อสอบรวม ที่เน้นคิดวิเคราะห์   และมาตรฐานข้อสอบต้องไม่แตกต่างกันมาก  ในแต่ละครั้ง ซึ่งสทศ ยังไม่พร้อมในการจัดทำข้อสอบเหล่านี้    และควรราคาถูก ไม่แพงเหมือนปัจจุบัน   ซึ่งไม่เป็นธรรม และควรยกเลิกระบบรับตรงยกเว้นโควตาพื้นที่ เพราะ มีปัญหาไม่ยุติธรรม และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายสูง

 

                      เกี่ยวกับข้อสอบเข้า หรือการทดสอบความรู้ หรือการวัดความรู้ของนักเรียนในระดับชั้นต่างๆ   ไม่ควรนำความรู้ระดับสูงขึ้นไปมาสอบ   และวิชาต้องสอดคล้อง กับสาขาคณะที่เรียน       และให้โควตาเด็กต่างจังหวัด ตามแต่ละโรงเรียนไปเลย

        หรือใช้ Entrance เหมือนเดิม แต่สอบน้อยลง แต่เน้นข้อสอบแนวการวิเคราะห์จริง

 

2 แยก ONET ออกไป ให้ใช้ วัดมาตรฐานคุณภาพ โรงเรียน ยกเลิก GPA(เกรดเฉลี่ยม.4-6)   เพราะ ละเมิดสิทธิเด็ก   ไม่สอดคล้องกับสาขาคณะที่เรียน   ไม่มีความรู้ในสาขานั้นๆเพียงพอ  ทำให้เด็กถูกไล่ออก เรียนไม่ไหวมากขึ้น ได้เด็กไม่ตรงคณะมากขึ้น เป็นภาระแก่อาจารย์มหาวิทยาลัยมากขึ้น เช่น ม. บางแห่ง ปี 1 คณะวิศวะ ต้องปรับเรียนพื้นฐานวิทย์ ม. 6 ใหม่

 

            หากวัดผล ONET วิชาศิลปะ  พละศึกษา การงานพื้นฐานอาชีพ ไม่ควรนำวัดและสอบถามความจำ

เพราะวิชาเหล่านี้ ควรเป็นวิชาปฏิบัติเพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์มากกว่ามาวัดความรู้  และการวัดแนววิเคราะห์ไม่จำเป็นต้องวัดมากมานเกินเหตุ  วัดเพียงน้อยตัวก็พอจะรู้แล้ว  เพราะ เด็กและครูจะไม่มีเวลาฝึกคิดวิเคระห์ หากต้องบังคับให้เรียนและสอบวิชามากมายซ้ำซาก   บางวิชาควรตัดทิ้ง เช่นงานบ้าน ยกเลิกการเรียนไปเลย เรียนแค่ประถมเพียงพอแล้ว

 

3  ยกเลิกการละเมิดสิทธิเด็กที่ไม่มีONET ตรงปีที่จบ  เช่นเด็กก่อนปี 2549 หรือปีอื่นๆ ให้สิทธิเด็กในการสอบใหม่ได้   หรือ มีสิทธิแก้ตัว   และมีสิทธิย้ายคณะได้

4 ทุกข้อสอบเช่น GAT , PAT ต้องมีการเฉลยข้อสอบ มีการวัดทักษะกระบวนการหาความรู้ และวิธีการเรียนรู้ของเด็ก    และมีการวิเคราะห์วิจัย ข้อดีข้อเสียให้เรียบร้อยสมบูรณ์ก่อนนาใช้

5  มีประสบการณ์ ในสาขาที่เรียน สองเดือน

 

ข. ระบบการเรียนการสอน : การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน

1 ตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ แห่งชาติ   ขึ้นตรงสำนักนายกฯ  โดยเชิญบุคคลที่มีความรู้และจริงใจ นอกกระทรวงศึกษา ไม่เอาคนเดิมๆ    ที่เคยจัดการศึกษา มา ทำหน้าที่ สร้างศูนย์พัฒนาครู และ ให้ความรู้พ่อแม่ ทั่วประเทศ

2 สร้างคู่มือครูที่สอนให้เด็กคิดเป็น   และ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง   ให้นักวิชาการใหม่ๆไม่ใช่คนเดิมๆ และคนนอกมาร่วมกันทำ  ร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครอง    มีคำถามที่กระตุ้นให้เด็กคิด ในหลากหลายรูปแบบ ในทุกบทของเนื้อหาสาระที่เรียน โดยรวบรวมคำถามจากครูต้นแบบ ผู้สนใจการศึกษา แบบตัวอย่างหลักสูตรของต่างประเทศ นำมาคัดเลือกและดัดแปลง ให้เข้ากับบริบทเมืองไทย ที่สำคัญ เราต้องมีเวลาให้เด็กและครู ได้ฝึกคิด นั่นคือการลดเนื้อหา จำนวน เกณฑ์มาตรฐานที่ซ้ำซากในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานลง

3 ควรมีคู่มือสอนให้เด็กมีทักษะชีวิต เป็นคนดี เช่น การเอาข่าวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเยาวชน เด็ก และคนทั่วไป ประจำวัน ที่เกิดขึ้นที่เป็นอุทาหรณ์ให้เด็กและเยาวชนและพ่อแม่ ในแต่ละสัปดาห์มาเล้าสู่กันฟัง ในห้องเรียนสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ครั้งละสองชั่วโมง แล้วให้พูดคุยกันถกเถียงกัน (เกิดความคิดวิเคราะห์) ถึงแนวทางในการป้องกัน และสมมุติถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆเราจะทำอย่างไร (เกิดความคิดสร้างสรรค์ และแก้ปัญหา ) ฯลฯ การเคารพผู้ใหญ่ กตัญญูพ่อแม่ทำอย่างไร เช่นการให้เขียนแต่ละวันทำความดีอะไรในข้อธรรมะต่างๆ ถ้าครูดีจำนวน ไม่พอ เอาไอทีช่วย เช่นเดียวกับครูกวดวิชาคนเดียวสร้างวีดิโอเทปสอนเด็กได้ทั่วประเทศยังทำได้

มีการปลูกฝัง ความดี เช่นทุกวันศุกร์มีการรณรงค์ให้ไปพัฒนาชุมชน บำเพ็ญประโยชน์ ในชุมชน ทุกโรงเรียนต้องทำทั่วปะเทศ

และทางโรงเรียนอาจจะให้ครูช่วยเน้นย้ำ ความดีเช่นวันนี้ได้ทำอะไรให้ส่วนรวม อะไรบ้าง หรือบ้านเมืองมีปัญหาอะไร ควรแก้ไขอย่างไร เอามาถกเถียงกันเพื่อฝึกการคิดวิเคราะห์ รวบเอา ศูนย์พัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาขึ้นกับศูนย์นี้

4 ยกเลิกการบังคับเรียน ให้ใช้เหมือนหลักสูตรนำร่อง เหมือนปี 2548 ไม่ใช่บังคับเรียนทั้งวิทย์และศิลป์ ยกเลิกการบังคับเรียนซ้ำซากในบางวิชา มีหลักการทางการแพทย์ หลักพัฒนาสมอง เป็นฐานความคิด แก้ไข มีเวลาให้หลักสูตรท้องถิ่นจริงๆ ในสายสามัญควรมีวิชาให้เด็กเลือกไม่ใช่บังคับเรียนบังคับสอบแบบปัจจุบัน

และหลักสูตร ควรจะต้อง มีหลากหลายให้เด็กเลือก วิชาบังคับเรียนควรลดลงและในสายสามัญลดเนื้อหาลงให้มาก กว่าครึ่ง

 

5 ในมัธยมศึกษา ให้นักเรียนมีเสรีภาพในการถ่ายโอน การเรียนระหว่างอาชีวะ สู่มัธยมปลาย สายสามัญ หรือจากสายสามัญ สู่อาชีวะ หลักสูตรการศึกษา มัธยม ต้องมีความหลากหลาย พร้อมๆกับเน้นความความสามารถเฉพาะด้าน และเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสเลือกโปรแกรมการเรียน อย่างกว้างขวาง เปิด ทางเลือกให้เด็กได้ ตามความถนัด ความสนใจ และตามความจำเป็น

 

6 ขยายโรงเรียนที่ดีเด่นดังไปทุกจังหวัด เป้าหมายทุกปี ต้องเพิ่มจังหวัดละหนึ่งแห่ง     เพื่อให้เด็กจะ ได้ไม่ต้องมาอัดกันอยู่แต่ในกรุงเทพ และการกวดวิชาลง โดยให้มีพี่เลี้ยงจากโรงเรียนดีเด่นดังใกล้เคียง และต้องขยาย ทุกระดับตั้งแต่อนุบาล ประถม และมัธยม

7 ในอาชีวะ ควรเรียนวิชาชีพจริงๆไม่ควรให้เรียน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฯลฯ ของสายสามัญ แต่ให้มีเวลาในการปฏิบัติมากขึ้น เมื่อจบอาชีวะแล้วสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละด้านให้เชี่ยวชาญไปเลย และสามารถต่อไปทางปริญญาตรีสายอาชีพได้ ให้ขยายโรงเรียนอาชีวะที่มีคุณภาพมากขึ้นทั่วประเทศ

(ปัญหาเด็กตีกัน ต้องเอาโทษครู และผู้ปกครอง และให้ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันเลยในโรงเรียนที่ตีกัน ) และเงินค่ารายหัวต้องดูให้ถึงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ตกหล่นระหว่างทางในการจัดซื้อจัดจ้าง

8 ในระดับมหาวิทยาลัย การประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัย ควรมีการติดตามเรื่องอัตราการได้งานของแต่ละคณะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าที่สอนๆและลงทุนไปได้ประสิทธิภาพไหม

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายหัว ของเด็ก ระหว่างมหาวิทยาลัย เอกชน และรัฐบาลใครมีค่าใช้จ่ายรายหัวเท่าไร และ ประสิทธิภาพออกมาเป็นอย่างไร และให้มีการประเมินอธิการบดี แต่ละสถาบันด้วย

มีการวิจัยความต้องการตลาดแรงงาน โดย สำนักงาน การวิจัย และสถิติแห่งชาติ และการจัดการศึกษา อัตราการได้งานและตกงานในแต่ละคณะ และมหาวิทยาลัย เพื่อมิให้สิ้นเปลืองงบประมาณ

 

9 สำนักงาน คณะกรรมการประเมิน ทางการศึกษา (สมศ) เกณฑ์สมศ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานควรปรับปรุง โดยให้ประชาชนมามีส่วนร่วม เพราะของเก่า เน้นเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่ซ้ำซาก ตามหลักสูตรการศึกษา ที่กำหนดให้เด็กไทยเรียนทุกวิชาทุกชั้นปี ไม่มีประเทศไหนที่เจริญแล้ว ทำกัน ขาดหลักวิชาการทางการแพทย์ และ ไม่มีเกณฑ์เรื่องทักษะชีวิต และความรักชาติ ที่เป็นรูปธรรม

10  มีติวเตอร์ออนไลน์ฟรีโดยรัฐบาล จ้างคณุเก่งๆมาสอน ทำเทป ซึ่งอาจจะเป็น โรงงเรียนคุณภาพทุกวิชาทุกชั้นปีได้ โดยการบันทึกวิธีการสอนของอาจารย์โรงเรียนสาธิต    รร นานาชาติ รรต้นแบบพทธฯลฯ

 

ค. การผลิตและพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา

1 การพัฒนาครู ปัจจุบัน ครู จำนวนไม่พอ ก็เพราะเรากำหนดงานสอนให้ครูมากเกินไป ไม่เป็นประโยชน์ทั้งครูและเด็ก (แต่คงมีประโยชน์ ต่อ โรงพิมพ์ ) แต่ ถ้าเราลดสาระซ้ำซากลง ครึ่งหนึ่งปริมาณครูก็อาจจะเพียงพอ และพัฒนาให้มีคุณภาพ เพราะไม่มีเวลาได้ถกเถียงกัน คิดวิเคราะห์ หรือนำลงไปภาคปฏิบัติ แถมยังขาดคุณภาพ ศักยภาพในการสอนให้เด็กคิดเป็น

การเร่งพัฒนาคุณภาพครูผู้สอนทั่วประเทศ โดยทำคู่มือครู และ ใช้ ไอทีช่วย เช่น อบรมครูเสร็จภายใน 10 วัน ใน 6หัวข้อ คือ

- การพัฒนาสติปัญญา                                                  - การสอนอย่างไรให้คิดเป็น   ,มีทักษะชีวิต    

- จิตวิญญาณความเป็นครู / คุณธรรมจริยธรรม            - จิตวิทยา+พัฒนาการเด็ก

- การดูแลสุขภาพตนเองทั้งกาย+จิต                              - การปลูกฝังความรักชาติ ความเสียสละ

2 รับสมัครครูเรียนฟรี แถมมีสวัสดิการ จบแล้วมีงานทำทันที และมีเงินเดือนที่เหมาะสม เหมือนทหารตำรวจ รั้วของชาติ จำนวนหนึ่งที่ได้ทุน เช่นปีละ 100 คน จะได้คนเก่งมาเรียนครู

แต่ไม่ใช่ เรียนครู 6 ปี   เพราะสิ้นเปลืองเงินทอง เพราะ นิวซีแลนด์เรียนครู แค่ 3 ปี แต่สอนให้มีคุณภาพได้ เรียนครูเมืองไทยต้องเรียน เนื้อหาของมัธยม หรือประถม แลอนุบาลด้วยซ้ำ ซ้ำซาก สิ้นเปลืองงบประมาณ และเสียโอกาสของชาติ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการผลิตครู แบ่งเป็นเอกตามรายวิชา มากกว่า รายวัย เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะ แต่ต้องรู้จิตวิทยาพัฒนาการเด็ก และหลักการพัฒนาสติปัญญาเด็ก

3 เงินเดือนครูคงต้องให้เพิ่มให้เพียงพอต่อการดำรงค์ชีพ ลูกครูต้องเรียนได้ฟรีจริงถึงปริญญาตรี ยกคุณภาพ คุณค่าของครูเพิ่ม คนที่เก่งๆ จะได้มาเรียนครู

4 การประเมินวิทยฐานะของครู  จาก ผลการเรียน ของตัวเด็กที่สอน มาเป็นเครื่องชี้วัด จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เป็นภาระไม่จำเป็นต่อครู                                                                                                                                                                        

 การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย Your browser may not support display of this image.  

หลักการสำคัญ  ของการปฏิรูปการศึกษา เพื่อตอบสนองต่อ สังคมเกาหลียุคใหม่ ( คล้ายเวียตนาม)

1 การศึกษาให้ความสำคัญต่อผู้เรียน มากกว่าความต้องการของผู้บริหาร และครูนักเรียนและผู้ปกครองต้องมีตัวเลือกมากมาย  เพื่อให้โอกาสเด็กได้เลือกเหมือนการเลือกซื้อสินค้า                                               2 ความหลากหลายรูปแบบ ของการศึกษา หมายถึงการให้โรงเรียน มีการศึกษาเฉพาะทางหลายรูปหลายแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม สามารถหาความรู้เพื่อพัฒนาตน ได้ตรงตามความสนใจ แทนระบบเดิมที่จัดการศึกษาระบบมาตรฐานเดียว นั่นคือ เป็นการจัดการศึกษา ที่เลื่อนจากประถมสู่มัธยม สู่มหาวิทยาลัย และผู้ที่จะผ่านได้ต้องเป็นผู้สอบผ่านได้เท่านั้น                                                                                             3ความอิสระของโรงเรียน โรงเรียนจะต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการ ในโรงเรียนร่วมกับ การมีส่วนร่วมจากชุมชน และผู้ปกครอง มากขึ้น .การใช้เทคโนโลยี่                                                                                                                                      4 ความอิสระ และเสมอภาค ให้ทุกคนมีโอกาส ที่จะได้รับการพัฒนา ตนเองมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ รวมทั้งผู้ด้อยโอกาส ก็ควรจะได้รับการศึกษา ที่ดีที่สุดด้วย เสรีภาพ ในการเลือก และสิทธิในการรับการศึกษา อย่างเท่าเทียมกัน                                                                                                                           

 5 จัดตั้งศูนย์ข้อมูล ทางวิชาการแห่งชาติ เพื่อให้มหาวิทยาลัย (มัธยม ประถม) สามารถพัฒนาสู่มาตรฐานโลก และให้มหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนตามผลการประเมินคุณภาพ                                                                    

                    6  ผู้ที่จบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และไม่เข้าเรียน ต่อในมหาวิทยาลัย จะต้องได้เรียนในชั้นอาชีวะ      



ผู้ตั้งกระทู้ กมลพรรณ :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-03 20:49:28 IP : 124.120.114.61


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3148316)

การจะพัฒนาผู้เรียนให้คิดวิเคราะห์ ต้องสั่งสมมาตั้งแต่กระบวนการเรียนการสอน กิจกรรมการเรียนที่ครูจัดให้กับผู้เรียนในระหว่างเรียน จนเกิดการพัฒนางอกงาม
การสอบเพื่อดูว่าผู้เรียนได้พัฒนาตามที่การจัดการ ศึกษาของครูหรือไม่ ข้อสอบหรือการสอบก็ต้องสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียน
การ สอบจึงเป็นกระบวนการสุดท้ายก่อนประเมินว่าผู้เรียนพัฒนาเพียงไร ข้อสอบจึงต้องมีคุณภาพสูงมาก คุณภาพหนึ่งหรือคุณภาพแรก ๆ ของข้อสอบ คือ ต้องชัดเจน มีคำตอบที่ถูกต้องตามหลักวิชาไม่ใช่ตามความรู้สึก และ
การสอบ O-Net ควรใช้ข้อสอบเลือกตอบแบบตัวถูกเดียว ถ้าเป็นคำตอบถูกหลายตัว จะเป็นข้อสอบเชิงวินิจฉัยที่ต้องได้คะแนนในแต่ละตัวเลือกต่างกัน แม้จะถูกทุกตัวแต่คะแนนไม่เท่ากัน และควรใช้ในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อจะได้พัฒนาผู้เรียนว่าบกพร่องด้านใด

นี่หรือการศึกษาไทย ระดับ ศ.ดร. ยังมองแยกส่วน รัฐมนตรี ผู้ใหญ่อื่น ๆในบ้านเมืองมองออกบ้างไหม นักเรียนที่ไปออกรายการ ยังมองออก เพียงแต่ไม่ได้พูดตามหลักการของกระบวนการเรียนการสอนเพราะมัวแต่พูดเฉพาะ การสอบ O-NET

นักการศึกษายังแยกส่วน คือสาเหตุของความแตกแยกของประชาชน


คุณภาพการศึกษา

ผู้แสดงความคิดเห็น ปปช วันที่ตอบ 2010-03-11 09:10:06 IP : 58.147.26.217


ความคิดเห็นที่ 2 (3148321)

เศร้าครับ การศึกษาไทย มันคงเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน นับตั้งแต่เริ่มปฏิรูปการศึกษามาจนบัดนี้ เพราะคนต้นคิดมันไปตามตูดฝรั่ง พลิกแพลงให้เข้ากับเด็กไทย สังคมไทยไม่เป็น ลองดูระบบการเรียนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางซี มั่วแค่ไหน ครูบางคนแปลความเป็นว่าให้เด็กไปค้นคว้าเอง สั่งทำรายงานนั่นรายงานนี่ เด็กไปลอกๆ กันมาส่ง ครูก็สบายไม่ต้องเตรียมการสอน ปลายเดือนก็ได้รับเงินเดือน ว่างๆ ก็แวบออกนอกโรงเรียน ไม่สนใจเด็ก การทดสอบอะไรนั่นก็เหมือนกัน ดูเผินๆ แล้วดี ได้มีการทดสอบภูมิรู้ของเด็ก วัดความสามารถทางวิชาการที่รำเรียนไป เด็กที่พ่อแม่มีตังค์ได้เปรียบหน่อยเพราะไปเรียนกวดวิชาเอา แต่ละวิชาแพงหูฉี่ แต่พวกเด็กที่ยากจนจะเอาอะไรไปแข่ง ระบบการศึกษามันไม่ยุติธรรมตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ตแล้ว ลูกคนจนจะกลายเป็นผู้แพ้ตลอดกาลในสังคมไทย ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ทำการวัดผลทางการศึกษาทำความเข้าใจมันจริง จังหรือเปล่า หรือว่าเที่ยวหาโรงเรียนกวดวิชาให้ลูกหลานตัวเองเหมือนกัน นี่หรือการศึกษาไทยที่สร้างความเสมอภาคและยุติธรรม รมต.กระทรวงศึกษาพิการช่วยตรึกตรองเรื่องนี้ให้แจ่มชัดนะครับ ผมยังหวังและอยากเห็นแสงสว่างของเยาวชนไทยในอนาคต หวังในผลิตผลทางการศึกษาที่ออกมาอย่างมีคุณภาพ ไม่เป็นขยะอย่างในทุกวันนี้........................

ผู้แสดงความคิดเห็น note วันที่ตอบ 2010-03-11 09:15:03 IP : 58.147.26.217


ความคิดเห็นที่ 3 (3148325)

การจะให้เด็กวิเตราะห์เป็น คุณครูทุกโรงเรียนต้องสอนให้เด็กรู้จักคิดวิเตราะห์ตั้งแต่แรก แต่...มาตรฐานโรงเรียนของไทยแตกต่างกันมาก..ที่แตกต่างไม่ใช่สถานที่หรือ อะไร แต่คือมาตรฐานของคุณครูไทยที่ต่างกัน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ต้องพัฒนาครูก่อเลยอันดับแรก..เพราะคุณครูคือผู้ชี้นำอนาคตประเทศ ถ้าครูยังเป็นกันอยู่แบบทุกวันนี้ อนาคตประเทศก็พัง สมัยก่อนใครสอบตกคือตกเลยซ้ำชั้นไป สมัยนี้ส่งรายงานแค่ฉบับก็ผ่าน จะเอาคุณภาพเด็กไทยได้ที่ไหน...พอมาเจอข้อสอบแบบนี้เข้าไปอีก....เจ๊งกะโบ๊ง ไปเลย...55555+

ผู้แสดงความคิดเห็น เกลียดซินาอ้า วันที่ตอบ 2010-03-11 09:18:46 IP : 58.147.26.217


ความคิดเห็นที่ 4 (3148327)

ในฐานะที่เป็น ครู อีกคน

สงสัยเหลือเกินว่า "มีกระบวนการทำลายชาติ" อยู่ในการสอบ PAT GAT O-NET เป็นแน่

ให้สอบ 6 ครั้งตั้งแต่ ม.5 เทอมต้น เด็กเพิ่งเรียน ม.4 จบ จะทดสอบอะไรในครั้งแรกแบบนั้น
******หรือ ต้องการค่าสอบ คูณ 6 เพื่อ คอรัปชั่น*****

ข้อสอบเท่าที่ดู ก็ออกอำเภอใจ ให้กาโน่นกานี่ ให้สับสน
เข้าสถาปัตย์ เข้าศิลปกรรม ปีที่ผ่านมา "ไม่มีส่วนวาดรูป"

แบบนี้ ถ้ามหาวิทยาลัยไม่สามารถคัดเลือกเด็กที่ถนัดได้ ใครกา chiose ฟลุ๊คมาก็เข้าได้ , เฉลยก็เฉลยผิดมากมาย

ถ้าสับสนแบบนี้ ต้องการให้ประเทศแย่ใช่หรือไม่

หรือทำให้ปั่นป่วน แล้วจะได้ครอบงำง่ายๆ
ทำบาปกับการศึกษา ระวัง จะไม่ได้ผุดได้เกิดนะครับ

อย่า คิดว่า กฏแห่งกรรมไม่มี ทำบาปกับเด็ก ทำบาปกับประเทศ รู้ไหมว่าเมื่อเห็นเด็กแล้ว น่าสงสารแค่ไหน กับข้อสอบทำลายชาติ

สัตว์ ทุกตัว ต่างชนิดกัน แต่มี "นิสัย" เหมือนกันเพราะอะไร
เพราะ "จิต" ที่มีนิสัย ทำให้มีร่างกายนั้น รู้ไว้ด้วย
นักการเมืองชั่วๆ และผู้ดูแลการสอบทำลายชาติ ทั้งหลาย
ทำให้โง่ เพื่อครอบงำ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2010-03-11 09:19:58 IP : 58.147.26.217


ความคิดเห็นที่ 5 (3148444)

เห็นด้วยครับคุณหมอ โอเน็ตปิดกั้นชีวิต สอบได้ครั้งเดียวเพราะเค้าอ้างว่าฟรีเลยสอบได้ครั้งเดียวโดยไม่มีโอกาศแก้ตัว ปวดท้องระหว่างสอบ สภาพร่างกายไม่พร้อม ซวยไปเลย

 

เป็นกำลังใจให้คุณหมอครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น แฟนคลับ วันที่ตอบ 2010-03-11 18:00:27 IP : 125.26.241.52


ความคิดเห็นที่ 6 (3148510)

 

 

ขอบคุณทุกความเห็น

ต้องขออภัยที่ต้องงดกิจกรรมในวันที่ 14 มีค 53  เนื่องจากทางการจะใช้สถานที่ รร ชิโนรส รับสมัครเด็็ก เข้าเรียน ต้องใช้พื้นที่หมด

จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

 

การแก้ไขปัญหาการศึกษาชาติ

คิดว่านอกจากเราพูดกันในบอร์ดแล้ว เราต้องออกมาขับเคลื่อนด้วยคะ

 

พอจะขับเคลื่อน ก็มีเรื่องการเมือง    

ปัญหาของชาติ และประชาชน เลยต้องรอไปอีกคะ 

 

เราต้องขับเคลื่อน ให้เกิด คู่มือครูที่สอนให้เด็กเป็นคนดี คิดเป็น มีทักษะชีวิต

เพื่อเป็นไกด์ให้ครู และลดเนื้อหาสาระซ้ำซ้อนมากกมายลง

ให้เงินเดือนครู และผู้จบ ปวช ปวส มากขึ้นเพื่อให้เิกิดแรงจูงใจในการเรียนด้านเหล่านี้

 

ขอบคุณทุกความเห็นคะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2010-03-12 05:47:46 IP : 124.120.115.88


ความคิดเห็นที่ 7 (3160257)

 

 

ขอเชิญร่วมเสวนา วันที่ 25 เมษายน ที่รร ชิโนรส

บ่ายโมงขึ้นไป

รบกวนจองที่นั่งด้วยคะ 0863671004

 

ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เลื่อนจากวันที่  14 มีนาคมคะ

 

 
ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ (thai9lee-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-04 11:18:45 IP : 124.120.115.116



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.