ReadyPlanet.com


ก้าวข้ามทักษิณ สู่การพัฒนาประเทศ


 

ก้าวข้ามความเลวร้ายทักษิณ   และความแตกแยก
 แต่ร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
 
เพื่อนๆพี่น้องไทยที่เคารพรัก ทุกท่าน
            วันๆ   อีเมล ดิฉันได้รับแต่ ความเลวร้ายของทักษิณ ทักษิณโกงชาติ ทักษิณรวยกี่แสนล้าน   ทักษิณถูกห้ามเข้าประเทศนั้นประเทศนี้   กำจัดมันให้ตาย   เอามันเข้าคุกให้ได้ ทักษิณโกงชาติ ทักษิณก่อการร้าย ใช้เงินซื้อสื่อต่างประเทศเพื่อทำร้ายประเทศไทย  ฯลฯ ฯลฯ
             วันหนึ่งๆเราได้รับข้อมูลจากหลายๆฝ่ายหลายด้าน แต่ทางออกของการพัฒนาประเทศ ไม่ค่อยจะเห็น   เราขอบอกว่า ต่อให้ทักษิณตาย หรือติดคุกทั้งครอบครัว เครือญาติ หรือทั้งตระกูล       ประเทศเราไม่ได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง
เพราะอะไร
           ก็เพราะระบบการเอาเปรียบประชาชน การโกงกิน การบิดเบือนข้อมูลมีอยู่ทั่วไป  ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ ถึงนึกไม่ออกว่าการส่งข้อมูลทักษิณเลวอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วทั้งหมดประชาชนรับรู้ จนไม่อยากจะอ่านแล้ว.....แต่ประเทศเราจะพัฒนาไปข้างหน้า จะทำอย่างไร    ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาความแตกแยก
            สำหรับการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน    ทำไมกลุ่มพวกเล่นอินเตอร์เน็ทไม่ช่วยกันส่งช่วยกันกระจายให้ทุกคนรับรู้   ว่าประเทศเราควรแก้ไขจุดไหน ถึงจะหลุดพ้นความยากจน ความถูกเอาเปรียบ ความไม่เป็นธรรม ประชาชนจะอยู่อย่างสงบสุขไม่ถูกขูดรีด ส่วนต่างความรวยกับความจนมันจะแคบลงได้อย่างไร
          ยากเหลือเกินไหม ที่คนไทยทั้งประเทศ หรือนักวิชาการ หรือคนที่รักบ้านเมือง จะมองออกว่า   เราควรจะหลุดพ้นจาการสร้างความเกลียดชัง การแตกแยก  การเข่นฆ่าชีวิตผู้อื่นง่ายๆ   ที่เขาไม่เห็นด้วยกับความคิดของเรา    มาเป็นการร่วมมือกันสร้างกลไกให้ประเทศเราเดินไปข้างหน้า    ลดคอรัปชั่น    ลดการโกงกิน   ลดการเอาเปรียบ   ลดการทำร้ายกันและกันเพื่อผลประโยชน์      ฟากใดฟากหนึ่งแต่เพื่อประโยชน์คนทั้งประเทศ ด้วยกันโดยเฉพาะพวกด้อยโอกาส   พวกไม่มีเส้นสาย  
 
          เราอยากให้คนไทยที่รักบ้างเมือง มองภาพรวมให้ออกทั้งหมดว่า สมัยทักษิณเพิ่งถูกปฏิวัติใหม่ๆ      คนไทยได้รับการปฏิบัติอย่างไร ความสงบสุข การปกครองได้อะไรบ้าง      ข้าวของสินค้าโคตรๆๆๆแพง ม.ออกนอกระบบเจ็ดแห่ง
         เฉกเช่นเดียวกัน  ตอนนี้ทักษิณไม่มีอำนาจแล้วทำไมความแตกต่างมันยังคงอยู่ เพราะฉะนั้น ต่อให้ทักษิณตาย.... ติดคุก ....ประเทศเราจะพัฒนาดีขึ้น
 เด็กๆเยาวชนเรา    จะเรียนไม่มากมายซ้ำซาก หรือเป็นเหยื่อการกวดวิชา   ราคาสินค้าแพง น้ำมันแพง   มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ผลประโยชน์พ่อค้า ชนชั้นปกครอง มากกว่าประชาชน เหล่านี้มา จาก ทักษิณคนเดียวเท่านั้น หรือ???    
           หรือมีนักการเมืองหรือชนชั้นปกครองอื่นๆ อีกมากมายก่ายกองที่คนไทยเราไม่ได้จับตาดู ไม่ได้ช่วยกันเรียกร้องให้คนเหล่านี้ได้รับโทษตามกฎหมาย
เพราะฉะนั้นถึงแม้นทักษิณตายหรือติดคุก ก็ไม่ทำให้ชาติของเราได้รับการปกครองอย่างเป็นธรรม
           ยกเว้นที่ได้ประโยชน์จากทักษิณตายคือไม่มีใครมาแย่งอำนาจปกครอง
ประชาชนจะได้อะไรบ้างในการต่อสู้เรียกร้องให้ประเทศเรา
         ด้วยความเคารพ และห่วงใย คนไทย/ประเทศไทยเรา   จะถูกมอมเมาข้อมูลสร้างความเกลียดชังให้แตกแยก แต่สำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนไม่เกิดขึ้น นอกจากสมบัติผลัดกันชม
 
          เป็นความเห็น ที่อยากให้ช่วยกันพิเคราะห์ พินิจพิจารณาในกลุ่มคนที่รักบ้านเมือง เพื่อจะได้ขับเคลื่อนให้ถูกทิศทางและสามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน  
         ทางออกของประเทศ ง่ายนิดเดียวคือการแก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้งให้คนดีเข้าสู่สภา   (คนดีจริงๆไม่ใช่ดีแต่ปาก )(http://www.thammapiban.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97/)
 และการให้มีสื่อของประชาชนให้ข้อมูลทุกด้าน   และความรู้ ต่างๆ ทั้งสุขภาพ การเมืองเศรษฐกิจ ศิลธรรม แก่ประชาชนที่ถูกต้อง
         ความผิดทักษิณ กระบวนการยุติธรรมก็ว่ากันไปตามความจริงที่เกิดขึ้น 
อย่าแปลเจตนา หาว่าเป็นพวกทักษิณ หรือเสื้อแดงอีกนะคะ
 
รักประเทศไทย   
พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
แม้นแต่อีเมล...ยังถูก ล็อกคะ 30 พค 53
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 


ผู้ตั้งกระทู้ ทีมงานหมอกมลพรรณ :: วันที่ลงประกาศ 2010-05-29 16:03:57 IP : 124.120.122.24


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3173666)

ยื่นแล้ววันที่ 17 กย. 2550 ได้เรื่องรับที่ 21
คำร้อง ขอให้วินิจฉัยชี้ขาด ต่อศาลรัฐธรรมนูญ


วันที่ 17 เดือน กันยายน พ.ศ. 2550
รศ.ดร.พงศ์ประเสริฐ หกสุวรรณ อาจารย์มหาวิทยาลัยบูรพา
พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี และคณะ ผู้ร้อง
ระหว่าง
นายกรัฐมนตรี ที่ 1
รัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ ที่ 2
ประธานและสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ 3

เรื่อง... พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. .....และ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยในกำกับต่างๆที่ผ่านสภา และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ, ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
ผู้ถูกร้อง
ผู้ร้องและคณะทั้งหมดมีสัญชาติไทยซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นปัจเจกบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญนี้ เป็นผู้ทรงสิทธิและเสรีภาพ มีสิทธิและเสรีภาพในสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองโดยชัดแจ้ง โดยปริยาย และเมื่อถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพที่สามารถยกบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาล หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาล เพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยได้โดยตรง ทั้งการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ ผู้ร้องจึงขออาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 212
ประวัติความเป็นมา
ปี พ.ศ. 2535 ได้มีการนำร่าง พ.ร.บ. จำนวน 18 ฉบับ เสนอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สมัยรัฐบาลรัฐประหาร-รสช.) เพื่อปรับสถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐ ให้ออกนอกระบบราชการ ซึ่งรัฐบาล (รสช.) สมัยนั้นได้ผ่านร่างกฎหมาย พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ และได้ประกาศบังคับใช้ ส่วน พ.ร.บ. อีก จำนวน 15 ฉบับ นั้นตกไปทั้งหมด ซึ่งในขณะนั้นมี รมต.ชื่อ ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล เป็นรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์ วิจิตร ศรีสะอ้าน เป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัย มีนายอานันท์ ปัญยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี
ปี พ.ศ. 2541 สมัยนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541 ให้ความเห็นชอบเงื่อนไขเงินกู้ยืมจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) โดยมีกรอบและเงื่อนไขที่สำคัญ ให้ทบวงมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบร่วมด้วย คือ มหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่ง จะได้รับการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ (Autonomous) ภายใน พ.ศ. 2545 โดยภายในเดือนธันวาคม 2541 จะต้องมีมหาวิทยาลัยของรัฐอย่างน้อย 1 แห่ง ปรับสถานภาพออกนอกระบบราชการ

การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้
1. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปรับสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
2. มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ ที่จังหวัดเชียงราย คือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีสถานภาพอยู่ในกำกับของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ
3. มหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่ง ต้องทำข้อตกลงกับทบวงมหาวิทยาลัยสัญญาว่า จะร่าง พ.ร.บ. เปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ให้เสร็จสิ้น ภายใน ปี พ.ศ. 2545
ปี พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติ งดรับข้าราชการเข้าทำงานในมหาวิทยาลัยของรัฐทุก
แห่ง แต่ให้รับเข้ามาในสถานภาพเป็นพนักงานของรัฐ และมีการทำสัญญาจ้างเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างรายปี ลูกจ้างรายเดือน แล้วแต่กรณี
วันที่ 26 เมษายน 2543 มีพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยแจ้งจากสำนักราชเลขาธิการ ถึงนายกสภามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีใจความสำคัญว่า “สำนักราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลเกล้าพระกรุณาความทราบฝ่าละอองทุรี พระบาทแล้ว มีพระกระแสรับสั่งว่า ก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ฯลฯ ควรปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครบก่อน การปรึกษาเป็นทำนองประชาวิจารณ์ เป็นการปรึกษาที่กว้างขวาง รวมทั้งประชาชนทั่วไปด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการสนองกระแสพระราชดำรัสต่อไป ”

มีผลงานการวิจัยเรื่อง มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในประเทศไทย เป้าหมาย ผลลัพธ์ โดย รศ. ดร. สุทธนู ศรีไสย์ และคณะทำงาน ปอมท. สรุปผลการวิจัยโดยภาพรวม พบว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ไม่ใช่ระบบราชการ ในด้านงานสอน ผลงานวิชาการ และคุณภาพการสอน การได้รับการสนับสนุนทางวิจัย ผู้นำทางวิชาการ การยอมรับระดับนานาชาติ การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ และการสร้างผลงานสร้างสรรค์

อดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้ประกาศในที่ประชุมวิชาการ ประจำปีของ ปอมท. ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหงว่า แม้นรัฐบาลชุดก่อนจะบังคับให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการ แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่บังคับขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยจะร่าง พ.ร.บ.อย่างไร แต่รัฐบาล เป็นรัฐบาลแต่งตั้งได้ผ่านพรบม.ในกำกับ หลายฉบับ เช่น พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ... ผ่านมติของ สนช.วันที่ 15 ส.ค.2550 ด้วยมติ 142 ต่อ 4 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยทักษิณ พศ..... สนช. วันที่.12 ก.ย.2550 ด้วยมติ 98 ต่อ 3 พ.ร.บ. เทคโนโลยี่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. ......ผ่าน สนช. วันที่ 29 ส.ค. 2550 ด้วยมติ.114 ต่อ.1 ส่วน ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยบูรพา กำลังรอเข้าสภาเพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หลายฉบับได้ผ่านรัฐสภาและประกาศบังคับใช้แล้ว ในสมัยรัฐบาลก่อนๆ

ข้อ 4 ประธานกราบเรียนศาลรัฐธรรมนูญที่เคารพ ด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ผู้ร้องและคณะ มีความเห็นแย้งและเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ......... และพ.ร.บ. มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ... และพ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่พระจอมเกล้า พระนครเหนือ พ.ศ. ......... และพ.ร.บ. มหาวิทยาลัย(นอกระบบราชการ) ฉบับต่างๆ และ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง ที่กำลังจะผ่านสภา และที่บังคับใช้ไปแล้ว เป็นการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2550 และ กระบวนการประชาพิจารณ์ และการกระทำของแต่ละมหาวิทยาลัยในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับต่างๆ การกระทำและกระบวนการตรากฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2550 และไม่ชอบด้วยหลักกฎหมายทั่วไป และพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 2542 และพรบ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พศ. 2535 รวมตลอดไปทั้งการกระทำของการประชาพิจารณ์ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ 2550 ดังจะกล่าวต่อไปนี้
1 ประเด็นพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การตรากฎหมายนี้ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 และ ละเมิดพระราชอำนาจ ตามมาตรา 8
2 ไม่ปรากฏว่า ประธานรัฐสภา (สนช) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามที่ประชาชนได้ไปยื่นหนังสือ ร้องขอแต่อย่างใด และ ภาคประชาชน ไม่สามารถ หาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามจำนวนที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ ตาม มาตรา 154 ได้ จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 รัฐธรรมนูญ 2550
3 . กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มีมาตรา ที่เกี่ยวข้อง คือ
มาตรา 3(ครม.และรัฐสภา ไม่มีหลักนิติธรรม ) มาตรา 4( สิทธิประชาชนไม่ได้รับการคุ้มครอง) มาตรา 6 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด มาตรา 8 (ครม. สนช.ละเมิดพระราชอำนาจ ) มาตรา 26 27 28 29 30(สิทธิประชาชน ) มาตรา 57 58 (ไม่ได้รับฟังความคิดเห็น และไม่มีส่วนร่วมจากประชาชน ) มาตรา 126 (สนช.ไม่ครบองค์ประชุม ในการพิจารณาร่าง ของพรบ.ม.ทักษิณ และ พรบ.ม.เทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร การประชุมที่ไม่ครบองค์คณะ เป็นการกระทำที่มิชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ ) มาตรา 143 (พรบ.ม.ในกำกับ เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินเพราะเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของแผ่นดิน แต่ไม่ได้ดำเนินการตามพรบ.เกี่ยวด้วยการเงิน) และมาตรา 279
รัฐธรรมนูญ มาตรา60 บุคคลยอมมีสิทธิที่จะฟองหนวยราชการ หรือองคกรอื่นของรัฐที่เปนนิติบุคคลใหรับผิด เนื่องจากการกระทําหรือการละเวนการกระทําของขาราชการพนักงาน
มาตรา62 บุคคลยอมมีสิทธิติดตาม และรองขอใหมีการตรวจสอบการปฏิบัติหนาที่ของผูดํารง ตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ
มาตรา 64 บุคคลยอมมีเสรีภาพในการรวมกันเปนสมาคมสหภาพสหพันธสหกรณกลุมเกษตรกรองคการเอกชนหรือหมูคณะอื่น ขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐยอมมีเสรีภาพในการรวมกลุมเชนเดียวกับบุคคลทั่วไป การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งและวรรคสองจะกระทํามิได้
4 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 มาตรา 8(2) 9 (6) เพราะขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน และมาตรา 70 71 เนื่องจากปรับเปลี่ยนแก้ไขกฎหมายเกิน ห้าปี และ จัดระบบการบริหาร และจัดการศึกษา เกินสามปี หลังประกาศใช้พรบ.การศึกษา
5 กระบวนการและพฤติกรรมบุคคลที่เกี่ยวข้องมีผลประโยชน์ทับซ้อน คณะผู้ร่วมดำเนินการ ผ่านพระราชบัญญัติ ม.ในกำกับ อธิการบดี รมต.ศธ. ครม. คณะกรรมการกฤษฎีกา สนช.เป็น มีตำแหน่ง ในมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็น ผู้เสนอร่างกฎหมาย ผู้พิจารณาร่างกฎหมาย ผู้ผ่านร่างกฎหมาย เป็นบุคคล กลุ่มเดียว หรือคนเดียวกัน เช่น คุณมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย บูรพา เป็นผู้ยกร่างกม.ม.บูรพา กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยมหิดล นายกสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วาระปี 2542 - กพ. 2550 เป็น ประธาน สนช. ผู้ผ่านกฎหมาย
และมี ผู้เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งแต่ละส่วนก็จะเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งและขัดเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญ มาตรา 265 267 268 279 ว่าด้วยจริยะธรรม ยกตัวอย่างเช่น
5.1 มหาวิทยาลัยมหิดล มี อธิการ คือ นายพรชัย มาตังคสมบัติ เป็น คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. และ คณะกรรมาธิ การยกร่าง พรบ ม.บูรพา และมหิดล
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คือ ศ .ดร. เกษม สุวรรณกุล เป็น คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8
5. 2 คณะกรรมการสภาสถาบัน พระจอมเกล้าพระนครเหนือ นายกสภาสถาบัน ศ.ดร. เกษม สุวรรณกุล ซึ่งเป็น คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8
5.4 สภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยทักษิณ คณะกรรมการ ได้แก่ อาจารย์ ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร ( คณะกรรมาธิ การยกร่าง พรบ ม.บูรพา และมหิดล และสนช.) และ ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ (สนช.) และ ศ. สมคิด เลิศไพฑูรย์ (ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ)
5.5 คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช.
-คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ สนช,และคณะกรรมกรกฤษฎีกาคณะที่ 8
-คุณ รังสรรค์ แสงสุข อธิการ ม.ราม
-คุณ พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการ ม.มหิดล
-คุณ วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการ มศว.
5.6 คณะกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยมหิดล
-คุณ กฤณพงษ์ กีรติกร เลขาสกอ.-คุณ วิจิตร ศรีสะอ้าน รมต.ศธ.
-คุณ พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการ ม.มหิดล
-คุณ วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการ มศว.

6..ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ขัดมติคณะรัฐมนตรี 16 กันยายน 2546 และกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้ปฏิบัติ ตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2549 เรื่อง ขั้นตอนการจัดตั้งองค์การมหาชน เนื่องจาก ไม่ได้ เสนอเรื่องขอเปลี่ยนสภาพมหาวิทยาลัยมหิดล และ ม.ทักษิณ ม.เทคโนโลยี่พระจอมเกล้า พระนครเหนือ จากส่วนราชการไปเป็นองค์การมหาชน หรือหน่วยงานในกํากับของรัฐ ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณาก่อนนําเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เป็นกระบวนการและการกระทำ ที่ ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย
7 อธิการบดี คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ไม่ปฎิบัติ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 82 , 85 เพราะไม่ทำตามมติ ครม. และกฎหมาย พ.ร.บ. การศึกษา และมีผลประโยชน์ทับซ้อน
8. ประเด็นการตรวจสอบมหาวิทยาลัยโดยอำนาจทางศาล ซึ่งร่าง พ.ร.บ. มหาวิยาลัย ในกำกับ ฉบับต่างๆที่ผ่านรัฐสภา ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เช่น พ.ร.บ. มหาวิยาลัยมหิดล พ.ศ. ....มาตรา 14 , 18 และ 19 ไม่สามารถจัดตั้งกลุ่ม ชมรม กฎหมายแรงงาน และกฎหมาย แรงงานสัมพันธ์ได้ ไม่สามารถบังคับทาง ปกครอง ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 6 60 62 64
9 ประเด็นการทำประชาพิจารณ์ กระบวนการหรือกระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และหลักวิชาการการทำประชาวิจารณ์ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการมีส่วนร่วมโดยการทำประชาพิจารณ์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หมวดการมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรา 57 58
10 ประเด็นการตรากฎหมายที่ไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม กระบวนการร่างหรือมาตราในกฎหมายจะต้องไม่ขัดแย้งโดยหลักกฎหมายทั่วไปและหลักนิติธรรม และประชาชนย่อมต้องมีส่วนร่วมในการตรากฎหมาย นิติรัฐต้องปกครองด้วยกฎหมาย การตรากฎหมายหรือออกกฎหมายจะต้องชอบ ต้องมีหลักรับรอง จะต้องมีเหตุผลอธิบายได้ และกระบวนการตราและร่างจะต้องไม่มีบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย จึงจะชอบด้วยหลักนิติธรรม
11.ประเด็นการตรากฎหมาย ยกเว้นโทษนิติบุคคลและผู้บริหารไว้ล่วงหน้า การตรากฎหมายยกเว้นความผิด ไว้ล่วงหน้าขัดกับหลักกฎหมายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางปกครอง เช่น สัญญาทางปกครอง คำสั่งทางปกครอง คดีแพ่งไม่สามารถบังคับคดีได้ ในเมื่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยบริหารผิดพลาด ซึ่งเป็นการเปิดช่องว่างให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยคอรัปชั่น เพราะการกระทำของนิติบุคคลและผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่สามารถฟ้องร้องได้ และประเด็นการก่อหนี้ของมหาวิทยาลัยหรือนิติบุคคล โดยสภามหาวิทยาลัยออกคำสั่งหรืออธิการบดี, มาตรา 19 ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยใช้เพื่อเกี่ยวข้องกับการศึกษา การวิจัยและการบริการทางวิชาการโดยตรง ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีทั้งปวง รวมทั้งการบังคับทางปกครอง และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับมหาวิทยาลัยในเรื่องทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยมิได้ จึงเป็นการบัญญัติกฎหมายยกเว้นการตรวจสอบจากอำนาจตุลาการอย่างชัดเจน จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและกระทำไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

12 ไม่ทำตามเจตนารมณ์ในการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการ กล่าวคือ การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการนั้นมีเจตนารมณ์ขั้น แรกก่อนรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ไม่ปรากฏว่า มีเงื่อนไขว่า มหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติอย่างไร แต่เมื่อรัฐบาลได้กู้ยืมเงิน ADB จึงเกิดเงื่อนไขขึ้นภายหลัง เป็นเงื่อนไขเกิดขึ้นภายหลังโดยรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากรายงานของ ปอมท. เองและการวิจัย ก็พิสูจน์ได้ว่า การออกหรือไม่ ไม่แตกต่างกัน มหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการดังกล่าว ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้กระทบบุคลากรและอาจารย์ แต่กระทบนักศึกษาและประชาชนที่ส่งลูกเรียนมากกว่า ที่จะต้องแบกรับค่าธรรมเนียมที่ขึ้น

15 ประเด็นศักดิ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญในกรณี ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยในกำกับ……พ.ศ. ........ ที่ผ่านรัฐสภา ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เมื่อกฎหมายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบในส่วนที่ เป็นสาระสำคัญในความรับผิดของนิติบุคคลขัด หรือแย้งรัฐธรรมนูญ 2550 ใช้บังคับไม่ได้ ตาม มาตรา 6 เพราะศักดิ์ของรัฐธรรมนูญ สูงกว่า พ.ร.บ.ธรรมดาซึ่ง กฎหมายการศึกษาไม่ใช่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

ข้อ 5 ประเด็นที่จะให้ตุลการศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาสังเกต ประกอบ คือ
สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ นี้ มีบางคนเป็นข้าราชการ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 265 ซึ่งว่าด้วยการกระทำอันขัดกันแห่งผลประโยชน์ (1) ห้ามสมาชิกวุฒิสภา ดำรงตำแหน่ง ในหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และ(3) สมาชิกวุฒิสภา ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์ใดๆ จากหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ
ประกอบกับ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี หลายท่าน ได้มีตำแหน่งในสภามหาวิทยาลัย ซึ่ง ขัดเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญมาตรา 265 267 268 279 ตามรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา309 จะกำหนดว่า บรรดาการใดๆที่ไดรับรองไวในรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 วา เปนการชอบ ดวยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญรวมทั้ง การกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกลาวไมวากอนหรือหลังวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ ใหถือวา การนั้นและการกระทํานั้นชอบดวยรัฐธรรมนูญนี้ หรือ ในมาตรา 293 ที่กำหนดว่ามิให้นำ บทบัญญัติใด ที่ห้ามมิให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาใช้บังคับ กับการดำรง ตำแหน่ง ของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งหากดู ตามตัวบทกฎหมาย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ไมมีความผิดใดๆ แต่หากดู ที่ ที่มาของรัฐธรรมนูญ พฤติกรรม และ จริยะธรรม ของ ประธาน สนช.คุณมีชัย ฤชุพันธ์ ศ ดร.เกษมสุวรรณกุล นายพรชัย มาตังคสมบัติ นายวิจิตร ศรีสะอ้าน (ผู้ริเริ่มนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการหรืออยู่ในกำกับของรัฐ) ซึ่งเป็นทั้งผู้เสนอกฎหมาย ผู้ตรวจตรา กฎหมาย (คณะกรรมการกฤษฎีกา ) ผู้ผ่านกฎหมาย (สภานิติบัญญัติ) และเป็นกรรมการ สภามหาลัยที่จะได้รับผลประโยชน์จากการผ่านกฎหมาย พรบ.นอกระบบ คือเงินเดือนขึ้น เงินเบี้ยประชุมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ผิดจริยะธรรม ตาม มาตรา 265 266 267 279 ถือว่า มีพฤติกรรม เอื้อประโยชน์ หรือมีทุจริตเชิงนโยบาย

ในการร่างรัฐธรรมนูญมีข้อที่น่า สังเกต คือ เลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคือ ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ซึ่งเป็น คณะกรรมการของสภามหาวิทยาลัย ทักษิณและจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2549 ร่างโดย นายมีชัย ฤชุพันธ์ คนเดียว ที่มีมาตรา 5. ให้ ข้าราชการสามารถเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ ทำหน้าที่ วุฒิสภา ในรัฐบาลชุดนี้ และ ในสนช.ชุดนี้ก็มีอธิการ และ นักวิชาการ หลายท่าน ที่เกี่ยวข้องกัน กับมหาวิทยาลัย ( รวมทั้ง***ส่วนของ สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ที่จะมา ร่างรัฐธรรมนูญ ก็ มาจาก อธิการ นักวิชาการ นายกองค์การนักศึกษา รวมแล้วกว่า432 คน ซึ่งหากเลือกกันเอง ก็จะได้***ส่วนกลุ่มนี้เข้ามา มากกว่ากลุ่มอื่นๆ ทำให้มีบทบาทสูงต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่มีการกำหนดให้อธิการต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน รัฐธรรมนูญมาตรา 259 แต่กำหนดให้รับตำแหน่งระดับสูงๆได้)

ผู้ร้องและคณะจึงมีเจตนาขอศาลรัฐธรรมนูญได้โปรดวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบในการกระทำต่างๆ และการตราพระราชบัญญัติ ว่าขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อจะได้ยุติปัญหาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2533-2550 ปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลา 27 ปีสำหรับปัญหาพื้นฐานระบบการศึกษา ด้วยเหตุและผลดังกล่าวข้างต้น การกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และกระบวนการการตรากฎหมาย ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ และเป็นปัญหาความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อประโยชน์สาธารณะและประชาชนทั่วไป
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ............รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์ประเสริฐ หกสุวรรณ ...........................................

คำร้องศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ข้าพเจ้า พันโทแพทย์หญิงกมลพรรณ ชีวะพันธุศรี ผู้ร้อง และเป็นผู้เรียงและพิมพ์
ลงชื่อ....................................................
(พันโทแพทย์หญิงกมลพรรณ ชีวพันธุศรี)


มาตราของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวกับเหตุในคำร้อง 3 4 5 6 7 8 26 27 28 29 30 57 58 60 62 64 126 143 265 267 268 279 212

คำขอที่ประสงค์จะให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการ พร้อมทั้งเหตุผลสนับสนุนโดยชัดแจ้ง
ให้วินิจฉัยชี้ว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. .....ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2550
ให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับ ฉบับอื่นๆ ที่ผ่านรัฐสภาแล้ว ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550
ให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับทุกฉบับ ขัดหรือแย้งกับหลักกฎหมายทั่วไปและ กฎหมาย ปปช
ให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับทุกฉบับ ขัดหรือแย้งกับหลักกฎหมายทั่วไป
ให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับทุกฉบับ ขัดหรือแย้งกับหลักกฎหมายตรวจสอบทางปกครอง
ให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับทุกฉบับ ขัดหรือแย้งกับหลักการ ถ่วงดุลย์อำนาจในการตรวจสอบการโดยอำนาจโดยตุลาการ ศาล
ให้วินิจฉัยว่า การกระทำในการประชาพิจารณ์ออกกฎหมายมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ข้าพเจ้าได้ยื่นสำเนาคำร้องโดยข้อความถูกต้องเช่นอย่างเดียวกันมาด้วย
(ลงชื่อ)
รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์ประเสริฐ หกสุวรรณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้ร้องและคณะ




อนุมัติ | ไม่อนุมัติ Post : กมลพรรณ Date : 0000-00-00 00:00:00 IP : 124.120.122.72

แก้ไข | ลบ
  ความคิดเห็นที่ 2 (1180803)

หน้า ๗
เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ประกาศ
เรื่อง รายชื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ
ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙
โดยที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙
มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บรรดาการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
หรือเมื่อมีปัญหาว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ
ซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นรองประธาน ผู้พิพากษา
ในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา
โดยวิธีลงคะแนนลับจำนวนห้าคน เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ และตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่ง
ได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดโดยวิธีลงคะแนนลับจำนวนสองคน เป็นตุลาการ
รัฐธรรมนูญ
บัดนี้ ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดได้ประชุมใหญ่เพื่อ
ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๙ โดยได้
ดำเนินการเลือกตุลาการรัฐธรรมนูญครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้
ประกอบด้วย
๑. นายปัญญา ถนอมรอด เป็นประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ
ประธานศาลฎีกา
๒. นายอักขราทร จุฬารัตน เป็นรองประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ
ประธานศาลปกครองสูงสุด
๓. หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ผู้พิพากษาในศาลฎีกา
๔. นายสมชาย พงษธา เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ผู้พิพากษาในศาลฎีกา
๕. นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ผู้พิพากษาในศาลฎีกา
๖. นายธานิศ เกศวพิทักษ์ เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ผู้พิพากษาในศาลฎีกา
หน้า ๘
เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
๗. นายนุรักษ์ มาประณีต เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ผู้พิพากษาในศาลฎีกา
๘. นายจรัญ หัตถกรรม เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
๙. นายวิชัย ชื่นชมพูนุท เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ปัญญา ถนอมรอด
ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ


 

ผู้แสดงความคิดเห็น เครือข่ายฯ วันที่ตอบ 2010-05-29 16:14:25 IP : 124.120.122.24


ความคิดเห็นที่ 2 (3173667)

ความซับซ้อนของการเมืองไทย

http://www.parent-youth.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538688991&Ntype=4

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ปกครอง วันที่ตอบ 2010-05-29 16:15:21 IP : 124.120.122.24



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.