ReadyPlanet.com


คำอุทธรณ์ ช่วยดูให้หน่อยคะ


โปรดช่วยวิจารณ์คำ อุทธรณ์ทีคะ

คำผิดอาจจะมี อยู่ แต่ ขอแก้ทีหลัง เพราะ เกรงว่าจะไม่ทัน ท่าน ที่จะช่วยตรวจดูให้นะคะ

ขอบคุณ หลายๆ เน้อ ข้อกฎหมาย ของทนายกำลังทำอยู่ แต่ขอให้ช่วยดูก่อนนะคะ

คำอุทธรณ์ คำฟ้อง
คดีหมายเลขดำที่.. ๑๔๓๖............./๒๕๔๙


ศาลปกครองกลาง


วันที่ ๓ เดือน สค. พุทธศักราช ๒๕๔๙

ข้าพเจ้า พันโท แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ในฐานะ ผู้รับมอบอำนาจ จาก นาย อาชอำพล ประกอบสุข กับพวกรวม ๔๘ คน มีความประสงค์ขอ อุทธรณ์คำฟ้องดังนี้ .

ข้อ ก. ความเป็นมา เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้ประกาศหลักเกณฑ์ การสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทย์ศาสตร์บัณฑิต ปีการศึกษา ๒๕๕๐ ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ๑๒ สถาบัน โดยความเห็นชอบจาก ทปอ. และสกอ. ที่กำหนด คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ ในระบบ แอดมิชชั่นตรง ของคณะแพทย์ศาสตร์ดังนี้

”๑. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า หรือกำลังศึกษาอยู่และคาดว่าจะจบการศึกษาก่อนเดือนเมษายน ๒๕๕๐ โดยในขณะสมัคร ต้องมีคะแนนการศึกษา ๔ ภาคการศึกษา มากกว่าหรือเท่ากับ ๒.๗๕ และในเดือนเมษายน ๒๕๕๐ ต้องมีคะแนนการศึกษาตลอดหลักสูตร (GPAX)มากกว่าหรือเท่ากับ ๓.๐

๒. ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐ (ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร)*

๓. ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐในปีการศึกษา ๒๕๕๐ ตามโครงการพิเศษต่างๆ ที่ได้ยืนยันสิทธิกับสถาบันที่คัดเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว

๔ ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ ๑ ในมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของรัฐที่เข้าร่วมระบบการคัดเลือกนักศึกษาร่วมกับสกอ. (ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร)*

๕. ไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพแพทย์ โดยขอให้ดูรายละเอียดใน website ของแต่ละสถาบัน
๖. มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะรับราชการได้เมื่อจบการศึกษา
* ถึงแม้มีการประกาศผลและรับเข้าศึกษาแล้ว หากมีการตรวจสอบพบในภายหลัง ว่ามีคุณสมบัติไม่ตรงตามข้อ ๒-๔ ก็จะถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นนิสิต/นักศึกษาของสถาบันนั้นๆ”
และการที่จะสมัครแพทย์ได้จะต้องมี ONET ไม่ต่ำกว่า ๖๐%
ข้อ ข. ในปี ๒๕๕๐ นั้น ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและมีมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ได้ประกาศตามสื่อมวลชน ในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๙ โดยให้ใช้ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เป็นระบบแอดมิชชั่น แบบเดิมคือ GPA ๓๐% สอบ ANET ONET อีก ๗๐% และให้มหาวิทยาลัยรับเองได้ไม่เกิน ๕๐ % ดังปรากฏตามสื่อมวลชนต่างๆ และห้ามเด็กสอบ ONET ใหม่


ข้อกล่าวอ้างผู้ถูกฟ้องคดี ที่สาม ข้อเท็จจริง จากการที่กสพท. ให้ใช้ข้อมูล เรื่องการใช้ ONET ขั้นตำ 60 % และ GPA อย่างต่ำ 3 และ ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกาษเกินชั้นปีที่ 1 ในการรับสมัครแพทย์ ตั้งแต่ พศ. 2538 แต่ รับตรงบางส่วน

โดยใช้เกณฑ์เหล่านี้ และมีเด็กส่วนใหญ่สามารถใช้เกณฑ์อื่น ในการรับส่วนกลาง แต่หลังจาก ปี 2549 ผู้ที่ต้องการเข้าแพทย์เกือบทุกคน ต้องใช้เกณฑ์เหล่านี้ และต้อง มี ONET เกิน 60 % ทุกคน และ ONET สอบได้ครั้งเดียว ซึ่ง ปิดกั้น และละเมิดสิทธิเยาวชนบางส่วน รวมถึงละเมิดสิทธิของเยาวชน

และกล่าวว่า เป้าหมายของ การกำหนดเกณฑ์เหล่านี้เพื่อให้ ได้เด็กที่มีศักยภาพเพียงพอ ตรงตามความต้องการของคณะแพทย์ศาสตร์ เพื่อให้เด็กได้ เพื่อให้สามารถเรียนได้ในคณะแพทย์ที่เรียนยาก และต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง หากไม่สามารถเรียนจบ ก็จะทำให้รัฐสูญเสีย งบประมาณแผ่นดินไปจำนวนมาก

เมื่อมาดูสถิติในสามปีย้อนหลงของจุฬา และรามาธิบดี พบว่ GPAXของเด็กที่สอบได้มากกว่า3.5 ทั้งสิ้น

และการใช้อำนาจของกสพท ก็ได้รับการมอบอำนาจมจาก สภามหาวิทยาลัย ในมหาวิทยาลัยนั้นๆ
การประกาศใช้ ระบบ แอดมิชชั่น ONET ANET ก็คือ ผลงานของ คณะที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยต่างๆ และผู้ประกาศให้ใช้ และลงนามคำสั่ง คือ เลขาสกอ.


ข้อเท็จจริง จากการติดตามผล การประกาศใช้ ระบบแอดมิชชั่น ONET ANET GPA มีดังนี้
ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จากการจัดเสวนาเรื่องวิกฤติการศึกษา ไทย โดยคณะกรรมาธิการกิจการเด็กและสตรี ผู้สูงอายุสนช. ในวันที่ 13 กค 2550 โดยคุณวัลลพ ตรังคณานุรักษ์ และจากรายงานของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ สรุปได้ว่า
1 GPA
1.1 มีการเฟ้อมากกว่าร้อยโรงเรียน และค่าเกรดเฉลี่ยของเด็ก เพิ่มสูงขึ้นจาก 2.กว่า เป็น 3.
1.2 คะแนน GPA ไม่ได้สะท้อนคุณภาพตัวเด็กจริง ไม่สอดคลองกับผลการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ที่กำหนดว่าให้ใช้ GPA .ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็พิสูจน์แล้วว่า เด็กเข้าห้องเรียน เด็กได้เกรด สูงๆ แต่ไม่มีคุณภาพ เมื่อเรียนไปแล้ว เรียนไม่ได้ ต้องดรอปเรียนมากขึ้น เพราะ ได้เกรด สูงๆ มา โดยไม่ได้มีความสามารถจริง คือได้เกรดสูงๆ มาโดยการช่วยเหลือของครู ก็มี เช่นการวิจัยระบบแอดมิชชั่น ของ สภาการศึกษาแห่งชาติ และการวิจัยของ ผศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ภาควิชาฟิสิคซ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงการณ์
เอกสารประกอบ 1 เพราะฉะนั้นควรเลิกใช้ GPA ในการเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการสอบเข้าแพทย์ ( ซึ่งจากข่าว ในสื่อมวลชน ได้เสนอข่าว การที่ศาลปกครอง ขอให้คณะแพทย์ยกเลิก เกณฑ์ GPA ขั้นต่ำ ในการคัดเลือกเด็ก เรียนแพทย์ เอกสาร แนบ )

1.3 GPA ไม่สามารถ เทียบกันได้ เพราะคุณภาพครู และโรงเรียนต่างกัน จากการประเมิน ของสำนักงาน รับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา ( สมศ.) พบว่าโรงเรียนไม่มีมาตรฐาน ประมาณ 65 % เอกสารแนบ 2

2 คะแนน ONET เด็กต้องสอบวิชา ห้าหมวดสาระ แต่ในปี ป การศึกษา 2550 (สอบ พ.ศ.2551) จะต องสอบ 8 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ดังนี้

ทั้งนี้ ผู ;าสอบจะต องเป นนักเรียนชั้นมั ธยมศึ กษาป ที่ 6 หรื อเทียบเท าที่ กําลั งจะเรียนจบในป การศึกษา 2550 เท านั้น เนื่องจากที่ประชุมอธิการบดีแห งประเทศไทย หรือ ทปอ. มีมติว า การนําผล
คะแนนสอบ O-NET ไปใช ประกอบการพิจารณาเข ามหาวิทยาลัยนั้น จะต ;องเป นคะแนนสอบ O-NET
ของป การศึกษาที่ กําลั งจะจบชั้น ม.6 หรื อเทียบเท า หมายความว า ในการเข ามหาวิทยาลัย
นักเรียนจะต องมีผลคะแนน O-NET,GPA,GPAx ปี เดียวกัน (ของปีชั้น ม.6 หรือเทียบเท า)


รายละเอียด เนื้อหา แต่ละวิชา ใน ONET
จาก http://www.dek-d.com/content/view.php?id=3153
1. วิชาภาษาไทย
- การเขียน
- การอ่าน
- การฟัง , การดู , การพูด
- หลักการใช้ภาษา
- วรรณคดี และวรรณกรรม
2. วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม
- หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม
- เศรษฐศาสตร์
- ประวัติศาสตร์
- ภูมิศาสตร์
3. วิชาภาษาต่างประเทศ
- ภาษาเพื่อการสื่อสาร
- ภาษาและวัฒนธรรม
- ภาษาความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ
- ภาษากับความสัมพันธ์ และชุมชนโลก
4. วิชาคณิตศาสตร์
- จำนวนและการดำเนินการ
- การวัด
- เรขาคณิต
- พืชคณิต
- การวิเคระห์ข้อมูลและการน่าจะเป็น
- ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์
5. วิชาวิทยาศาสตร์
- สิ่งมีชีวิต และกระบวนการดำรงชีวิต
- ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
- สาร และสมบัติของสาร
- แรง และการเคลื่อนที่
- พลังงาน
- กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
- ดาราศาสตร์ และอวกาศ
- ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6. วิชาสุขศึกษา และพลศึกษา
- การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
- ชีวิตและครอบครัว
- การขับเคลื่อน การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
- การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
- ความปลอดภัยในชีวิต
7. วิชาศิลปะ
- กลุ่มทัศนศิลป์ : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าทางทัศนศิลป์ที่เป็นประโยชน์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
- กลุ่มดนตรี : เข้าใจดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
: เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
- กลุ่มนาฏศิลป์ : เข้าใจนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อนาฏศิลป์อย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
: เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
8. วิชาการงานอาชีพ และเทคโนโลยี
- การดำรงชีวิต และครอบครัว (ซ้ำ)
- การอาชีพ (งานธุรกิจ งานประดิษฐ์ งานบ้าน งานเกษตร )
- การออกแบบและเทคโนโลยี
- เทคโนโลยีสารสนเทศ



จะเห็นว่าเนื้อหาสาระ ในการสอบ มีมากมาย ซ้ำกันก็มี และ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะที่จะเรียนแพทย์ ก็มี (ที่ขีดเส้นใต้) ซึ่งทำให้เกิดภาระ โดยไม่จำเป็น และในการพัฒนา สติปัญญาเด็กจากการวิจัย ของ Dr. Eric Jensen (เอกสารแนบ ) พบว่า การเรียนรู้ที่ดี ต้องมีส่วนของกระบวนการคิด มากกว่าความจำ
และ จากข้อสอบ ONET มีข้อสอบที่เป็นกระบวนการคิด 2-3 ข้อ ที่เหลือ 90กว่า ข้อ เป็น ข้อสอบความจำ จึงมีผล ทำให้เด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ไอคิวต่ำเพราะสาระการเรียนรู้มีแต่ต้องจำรอบตัว แต่ไม่เอื้อให้เกิดกระบวนการคิดในทุกด้านของ ระบบการศึกษาไทย

เมื่อ เทียบกับการสอบ SAT ของอเมริกา ที่สอบเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ อ่านและเขียน และคณิตศาสตร์ ซึ่งสอบเหมือนกันทั้งประเทศ และจะ สอบกี่ครั้งก็ได้ ส่วน GPA ใช้เป็นตัวประกอบ ไม่ใช่ตัวตัดสิน นี่เรียกว่า ระบบแอดมิชชั่น

และจากการ กำหนดให้เด็กต้องสอบทุกวิชา ทำให้คุณภาพของวิชาที่จำเป็นสำหรับการเรียนแพทย์ลดลง คงเป็น เช่นเดียวกับ ภาควิชาฟิสิคซ์ ลองทำการวิจัยดู เทีบกับคุณภาพเด็ก เมื่อสองปีก่อนศักยภาพความคิดจะแตกต่างกัน ไม่มีใครกล้าวิจัย แต่คณะแพทย์ดีหน่อยที่ไม่เอาเกด GPA มาคิด และสอบข้อสอบวิเคราะห์เอง คงจะได้เด็กที่ตรงกับความต้องการ แต่ต้องมาถูกถ่วงด้วย ONET 60 % ที่ไม่เกี่ยวกับคณะที่จะเรียนในเนื้อหาบางอัน ทำให้ คุณภาพเด็กในภาพรวมลดลง



การที่กำหนดให้ ONET สอบได้แค่ครั้งเดียว ในตลอดชีวิตเด็ก สามารถคัดเลือกเข้ามหาลัยได้เพียงครั้งเดียว ก็ผิดหลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มาตรา 28 และปิดกั้นเด็ก ซึ่งมีข่าวเด็กปี 2 ต้องขอไปเรียน ในชั้น ม.4 ใหม่ เพื่อให้เข้าเกณฑ์ ข้อสอบ ONET ใช้ได้เพียงครั้งดียวในปีที่จบ หรือเด็ก ที่ต้องฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังจากการ ประกาศใช้แอดมิชชั่นที่กีดกัน เด็กซิ่ว และความไม่รู้วิธีการเลี้ยงดูบุตรของพ่อแม่ นี่ก็สะท้อนถึงวิธีคิด และคำสั่งของกระทรวงศึกษา สำนักงานเลขาธิการการอุดมศึกษาที่แก้ปัญหา อย่างหนึ่ง แต่ ไปเพื่อสร้างปัญหาต่อไป ไม่รู้จบ

การที่อ้างป้องกันเด็กซิ่ว เพื่อประหยัดงบประมาณ แผ่นดินนั้น ส่วนหนึ่งก็ถูก แต่ส่วนหนึ่งเพื่อ ช่วยเหลือ มหาลัยเอกชน หรือไม่ ที่เด็ก ต้องการลาออกเพื่อสอบเข้ามหาลัยรัฐที่ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่ก็ต้องหมดโอกาส เพราะ สอบONET ได้ครั้งเดียว
จากการวิจัย ก็พบว่าเด็กที่ได้เรียนในมหาลัย กลับกลายเป็น ลูกหลานข้าราชการ คนระดับกลาง เพราะมีโอกาสดีกว่าในแง่ ได้เรียน ใน โรงเรียนดี มีเงินกวดวิชา ส่วนลูกหลาน เกษตรกร ต้องเรียนมหาลัยเอกชน เป็นการพัฒนาที่สวนทาง กันอย่างชิ้นเชิง เพราะการสร้างมหาลัยรัฐ เพื่อให้ลูกหลานคนยากจนได้เล่าเรียน มากกว่า เพื่อให้ลูกหลานคนมีเงิน แต่เมื่อเด็กยากจน จากมหาลัยเอกชนต้องการเข้ามหาลัยัฐกลับถูกกีดกันด้วยเกณฑ์ ONET ครั้งเดียว


เนื่องจาก การบังคับให้เด็กนักเรียนใช้ ONET ขั้นต่ำ โดยผ่าน ความเห็นชอบจาก ที่ประชุมอธิการบดี และ เลขาธิการสกอ. จากเอกสาร การประกาศเกณฑ์การรับสมัคร แพทย์ ปี 2549 ดังที่เคยแนบ ในเอกสารคำฟ้อง

และเนื่องจาก ONET ในปีการศึกาษ 2549 มีความผิดพลาดสูง ดังเช่นมีการประกาศ เพิ่มจำนวนเด็กอีก 22 คน ในการสอบแพทย์ ของม.อุบลราชธานี และเอกสาร กระดาษคำตอบ ของนาย ....... ที่บ่งบอกว่า การตรวจคะแนนทั้งสามครั้ง ไม่ได้คะ แนนที่ถูกต้องเลย ทำให้ เห็นว่าเมื่อระบบไม่พร้อม และไม่มีความถูกต้องชัดเจน แต่ ทางแพทย์กสพท. ยังนำไปเป็นเกณฑ์ ประกาศใช้ แน่นอน ย่อมมีเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิ เพราะ ความไม่เที่ยงตรงของการตรวจ คะแนน และความไม่โปร่งใสเนื่องจากไม่สามารถ ตรวดูกระดาษเฉลยคำตอบได้ เพราะ ไม่มีการเปิดเผยเฉลยคำตอบให้พิสูจน์ ความโปร่งใสต่อเด็กทั่วประเทศ แต่ใครอยากดูต้องมาที่กทม. ยังผลให้ เด็กยากจนหมดสิทธิตรวจสอบความถูกต้องของตนเอง มีผลทำให้เด็กอาจจะถูกโกงหรือสร้างความผิดพลาดให้เด็ก โดยที่เด็กมิอาจเรียกร้องความชอบธรรมโปร่งใสได้

และจากข่าวไทยรัฐ พบว่า คะแนน ONET ผิดพลาด โดยในวันที่5 เม.ย.50 ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ มีนักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนรัฐและเอกชน ประมาณ 10 คน นำโดยนายจิรโรจน์ โสภณอรุณรัตน์ เข้าร้องเรียนต่อ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อสอบโอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2549 ใหม่อีกครั้ง โดยนายจิรโรจน์ กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ ได้ช่วยกันตรวจทานข้อสอบโอเน็ตพบว่า ยังมีข้อที่ผิดพลาดมากกว่า 1 ข้อ ตามที่ สทศ.ได้ออกมายอมรับไว้ก่อนหน้านี้ โดยข้อสอบวิชาภาษาไทย มีข้อที่ผิดพลาดอยู่อีก 5 ข้อ ขณะที่วิชาสังคมศาสตร์มีอีก 6 ข้อ
www.gpa.moe.go.th


เนื่องจากปัญหาการประกาศคะแนน ONET ANET เมื่อปีที่ผ่านมา บางคนได้คะแนนช้า จนทางมหาวิทยาลัยตัดสิทธ์เด็กไปแล้ว คะแนนจึงออก และที่สำคัญไม่ยอมให้ ผู้ฟ้องคดีบางคน ได้ดูกระดาษเฉลยคำตอบ ทั้งๆที่เป็นสิทธิของเด็กเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส เด็กกลับถูกกระทำและละเมิดสิทธิ์ แต่ไม่มีใครมารับผิดชอบความเสียหายของเด็กที่ถูกตัดสิทธิ์ จากสาเหตุที่ไม่มีคะแนนไปยื่นในคณะแพทย์ ทันเวลา เมื่อปีที่ผ่านมา เด็กจึงดรอปเอาไว้แล้ว และอยากจะสอบใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าคะแนนที่เป็นความสามารถของเขาคือระดับไหน แต่กลับมา จำกัดสิทธิ์ของเขา แม้นจะอ้างว่า คะแนน ONET เป็นการวัดคุณภาพโรงเรียน แต่หากให้สอบใหม่ได้ก็ ไม่ต้องเอา คะแนน ONET ไปวัดคุณภาพโรงเรียน และก่อนหน้านี้ เคยมีการประกาศไว้ว่าให้สอบ ONET ใหม่ได้ ทางวิทยุจุฬา โดยเลขาธิการสกอ. ซึ่งเด็กหลายคนมากที่ได้ดรอปไว้เพื่อเตรียมตัวสอบใหม่
จึงเห็นได้ว่าการกำหนดองค์ประกอบในการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัย หรือการปล่อยให้ กระทรวงศึกษาธิการคิดอะไรเอง โดยขาดการมีส่วนร่วม ขาดการการวิจัย ทำให้ อนาคตของชาติ ถูกกระทำ และ ผลเสียหายต่ออนาคตของประเทศ โดยรวม ทรัพยากรบุคคล ที่สำคัญที่สุดของชาติ ถูกเป็นเครื่องมือทดลอง ที่ลองผิดลองถูก รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า

การประกาศ เกณฑ์ ONET ขั้นต่ำ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะ ไม่ได้ผ่านการวิจัยถึงข้อดี ข้อเสีย และหรือไม่ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ และพรบการศึกษา ไม่ได้รับรู้ข้อติดขัดเดือดร้อน ของเยาวชน ขาดการมีส่วนร่วมตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และข้อ ข. เป็นการประกาศเกณฑ์ย้อนหลัง เพราะประกาศยืนยันในสองปีนี้ แต่ต้องใช้คะแนน ที่เด็กเรียนผ่านมาแล้วเกือบ สามปี และเมื่อมีการประท้วงหรือฟ้องร้อง ก็บอกว่าอาจจะใช้ในปีหรือสองปีเท่านั้น ดังคำตัดสิน ไม่รับฟ้องของคดีดำที่ ๑๒๘๗ /๒๕๔๙ แต่การกระทำยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ


การจำกัดสิทธิดังกล่าว ไม่เป็นการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ เด็กต้องได้รับ ความคุ้มครองจากรัฐ จากการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม มาตรา ๘ ๐รัฐต้องคุ้มครอง เด็กและเยาวชน และส่งเสริมความเสมอภาคทั้งชายหญิง รวมทั้งมาตรา ๓๐ ที่การเลือกปฏิบัติ ต่อบุคคลจะกระทำมิได้ และมาตรา ๒๐๐ ที่คณะกรรมการสิทธฺ จะต้องดูแล ตรวจสอบ รายงาน การกระทำที่มิให้ขัดต่อพันธกรณีย์ ระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็น ภาคี
เป็นการผิดหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา อีกด้วย



การประกาศใช้เกณฑ์ของกสพท. ข้อ ๑และ๔ และการประกาศใช้เกณฑ์แอดมิชชั่น ของ มีมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ได้ประกาศตามสื่อมวลชน ในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๙ เป็นการละเมิดสิทธิ์ ของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๕๓ ๘๐ ๒๐๐ และ พรบ.การศึกษามาตรา ๖ ๘(๒) ๙(๖) ๑๐ ๒๒ ๒๔ ๒๘ เพราะขาดการมีส่วนร่วม และไม่ตรงตามศักยภาพ และความสนใจของผู้เรียน


ดังนั้น เกณฑ์การสอบเข้าแพทย์ ที่ต้องใช้ ONET ขั้นต่ำ ๖๐ % ก่อให้ เกิดความเสียหาย หรืออาจจะเสียหาย ต่อผู้ฟ้องคดี ดังเหตุผลต่อไปนี้
๑. .การ ประกาศหลักเกณฑ์ การสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทย์ศาสตร์บัณฑิต ๑๒ สถาบัน ปีการศึกษา ๒๕๕๐ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ
๑.๑ ไม่ได้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการพิจารณา ทั้งข้อดีข้อเสีย ความเดือดร้อน ของเยาวชน ทั้งที่เป็นกระบวนการพิจารณาทางปกครอง อันมีผล หรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคล อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๕๙ ๖๐ และไม่ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๕๓ ๘๐ และพรบ.การศึกษามาตรา ๖ ๘(๒) ๙(๖) ๑๐ ๒๒ ๒๔ ๒๘
การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีได้ร่วมกันทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ฟ้องคดี เพราะ ไม่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และคณะแพทย์ หรือคณะอื่นๆ ที่ต้องการ ตามความสามารถจริง และได้รับการพัฒนาผิดทาง ทั้งนี้เพราะความบกพร่องไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดี
ดังนั้นผู้ฟ้องคดี จึงใคร่ขอความกรุณาต่อศาลโปรดพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงและขอให้มีคำพิพากษาและหรือมีคำสั่งดังนี้

๑. ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนหลักเกณฑ์ คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา คณะแพทย์ศาสตร์ ๑๒ สถาบัน ในระบบ แ อดมิชชั่นตรง ข้อ ๑ ซึ่งได้ยกเลิกไปแล้ว

๒ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนหลักเกณฑ์ ที่ต้องใช้ ONET ขั้นต่ำ ๖๐ %
หรือคิดเฉพาะบางวิชาที่เกี่ยวข้องกับคณะแพทย์ ที่จะเรียน

ทั้งหมดนี้จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาไต่สวน ข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรม ความชอบธรรม ที่เด็กและเยาวชน ผู้ฟ้องคดี ที่เป็นอนาคตของชาติ พึงได้รับ


(พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี)
ผู้ รับมอบอำนาจในการฟ้องคดี



thai9lee@gmail.com
,kamolpar@yahoo.com


ผู้ตั้งกระทู้ กมลพรรณ :: วันที่ลงประกาศ 2007-07-31 07:47:00 IP : 124.120.114.47


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1100134)
คห 34 เรียนคุณหมอ

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2522/A/055/1.PDF

พรบ.จุฬา 2522 ม.17 (1) (2) หมายถึงกิจการภายในมหาลัยเท่านั้น

การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกาษาในสถาบันอุดมศึกษาใน "ระบบกลาง" เป็นเรื่องภายนอก ... คือเป็นเรื่องของ ศธ (เดิมเป็นอํานาจของทบวงมหาลัย)

ศธ จึงมีอํานาจในการออกประกาศที่เกี่ยวข้อง เช่น http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2547/D/089/010.PDF

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00136102.PDF

ประเด็นก็คือ สภามหาลัย "รัฐ" ไม่มีอํานาจออกกฎการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกาษาในสถาบันอุดมศึกษาใน "ระบบกลาง" ... ถ้าทําก็คือ ultra vires

ประเด็นนี้ฟ้องศาลปกครองชนะแน่
ผู้แสดงความคิดเห็น ultra vires วันที่ตอบ 2007-08-02 10:51:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 2 (1100135)
ถึงคุณกมลพรรณ
จะขอรอดูอุทธรณ์ทีมกฎหมายของคุณก่อน ซึ่งถ้าจำเป็นต้องเพิ่มเติมก็จะบอกให้ทราบเป็นจุดๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น 007 วันที่ตอบ 2007-07-31 21:18:00 IP : 125.25.99.147


ความคิดเห็นที่ 3 (1100136)
ไม่ทราบว่าได้เคยมีการสรุปหรือไม่ว่า
ข้อต่อสู้ระหว่างคู่กรณีมีกี่ประเด็น ประเด็นอะไรบ้าง
ศาลวินิจฉัยในประเด็นนั้นอย่างไร
ครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่
ประเด็นใดที่ศาลมิได้วินิจฉัย

ใครทำสรุปไว้บ้า โพสต์ให้ดูหน่อยง
ผู้แสดงความคิดเห็น 007 วันที่ตอบ 2007-07-31 23:23:00 IP : 125.25.99.147


ความคิดเห็นที่ 4 (1100137)
ความคิดเห็นที่ 25 โดย คุณ 007


ไม่ทราบว่าได้เคยมีการสรุปหรือไม่ว่า
ข้อต่อสู้ระหว่างคู่กรณีมีกี่ประเด็น ประเด็นอะไรบ้าง
ศาลวินิจฉัยในประเด็นนั้นอย่างไร
ครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่
ประเด็นใดที่ศาลมิได้วินิจฉัย

ใครทำสรุปไว้บ้า โพสต์ให้ดูหน่อยง

หมออยากให้คุณช่วยหน่อยได้ไหมคะ ที่คุณเสนอมานะ ทุกคน กรุณา อย่า.......คุณหมอทำหรือยัง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อย่าลืมนะคะ หัวเดียว สองมือ เวลา เท่ากัน 24 ชม ต้องทำงานราชการ ดุแลลูก ผ...ส่งความเห็นเรื่องเร่งด่วนให้รัฐบาล และผู้เกี่ยวข้อง หาข้อมูล ฯลฯ

เพราะฉะนั้น ท่านผู้ใด คิดเรื่องไรออกช่วยลงแรงกันเลย ขอร้องละ และขอบคุณล่วงหน้า

แล้วขอโทษเถอะ ไม่มีความรู้ทางกฎหมาย ถ้าให้สรุป เขียนไปเขียนมาก็ อยู่ที่เดิม นี่ก็โชคดีมากๆแล้วที่มีหลายคนช่วย

ไม่งั้น ซตพ. ช่วยเด็กไม่ได้

ช่วยเด็กได้ ทุกคนก็ดีใจ


เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับ
ความคิดเห็นที่ 27 โดย คุณ ขอบคุณ
คุณ Marseille
คุณ 007
พวกคุณทำอุทธรณ์แล้วส่งให้คุณหมอกมลพรรณเลยดีกว่าไม่ต้องรอฉบับเต็มหรอก ส่วนคุณหมอจะเอาไปแก้หรือไม่อย่างไรก็แล้วแต่คุณหมอ อย่างนี้ดีกว่าไหมค่ะ เพราะไปๆมาๆ จะไม่มีเวลามาตรวจดูนะค่ะ


ถึงแม้นไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ก็รู้สึกขอบคุณ และรู้ว่าคนไทยเรายังมีคนที่คอยห่วงใยชาติอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ บางคนมีข้อจำกัด และไม่มีสื่อกลางถึงกันเท่านั้น

ขอบคุณทุกความเห็น

อย่าลืมนะคะ หาก ช่วยชาติได้สำเร็จ พวกเราคงได้รู้จักกัน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ในฐานะ ผู้ร่วม กู้ชาติด้วยกัน คิดไกลไปโน่น
ชาตินี้จะมีหวังกับเขาไหมนี่
ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2007-08-01 23:04:00 IP : 124.120.115.247


ความคิดเห็นที่ 5 (1100138)
we are afraid that someone will know our thought.

If you want to know the detail please email to us thai9lee@gmail.com.
Thank you verymuch.
ผู้แสดงความคิดเห็น with love วันที่ตอบ 2007-08-04 16:04:00 IP : 125.25.139.25


ความคิดเห็นที่ 6 (1100139)
พอเหอะ จะไปอุทรณ์ ให้เสียเวลาทำไม ทุกวันนี้เด็กที่ฟ้องก็อายจะแย่อยู่แล้ว ชื่อผู้ฟ้องต่างๆ ไปขึ้นหน้าเว็บไหนต่อเว็บไหน อายถึงนั่น พอเหอะค่ะ ใครอยากกจะฟ้องใครอยากจะสอบใหม่ก็ขอให้ไปฟ้องเอาเองก็แล้วกันนะ

พอได้แล้วค่ะคุณหมอ ยังไงๆ เราก็ไม่มีทางสู้เขาได้แน่นอน อีกทั้งยังจะทำให้เด็กอับอายอีก คุณหมอจำเด็กที่ขอนแก่นไม่ได้เหรอครับ โดนสังคมประนามขนาดไหน พอได้แล้วค่ะ อย่าดื้อดึง อีกเลยค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น พอได้แล้ว วันที่ตอบ 2007-07-31 09:32:00 IP : 124.121.195.141


ความคิดเห็นที่ 7 (1100140)
นักเรียนช่วยดู เนื้อหาวิชาที่ต้องสอบ
อะไรที่ไม่เกี่ยวกับแพทย์ หรือ ปีก่อนหน้านี้ไม่สอบช่วยเติมให้ต็ม หน่อยคะ

พีชคณิต เรียนอะไรบ้าง

งานอาชีพ เรียนวิชาอะไรบ้าง

เรขาคณิต เรียนอะไรบ้าง

สิ่งมีชีวิตเรยนอะไรบ้างจริงไหมที่ว่าต้องท่อง เชื้อแบตทีเรียากมาย ช่วยกันเติมให้นะคะ

หรืออะไรที่คิดว่าไม่เกี่ยวกับแพทย์ ช่วยกันใส่หน่อยคะ

ช่วยๆกันที
ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2007-07-31 08:04:00 IP : 124.120.114.47


ความคิดเห็นที่ 8 (1100141)
มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำซิคะ คุณหมอกำลังช่วยทุกคนอยู่ เฉพาะงานคุณหมอเองก็มากพอแล้ว แต่คุณหมอยังเสียสละเวลามาช่วยพวกเรา ดิฉันมองว่า ไม่เป็นเรื่องหน้าอายตรงไหน แต่มันเป็นการเรียกร้องความถูกต้องและเป็นธรรม ดิฉันให้กำลังใจคุณหมอนะคะและชื่นชมคุณหมอมากด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น k.พรทิพย์ วันที่ตอบ 2007-07-31 10:34:00 IP : 203.146.63.185


ความคิดเห็นที่ 9 (1100142)
คุณหมอคับ ปี 2549 คะแนนมันแปลกนะครับ วิชา ที่ใช้ปากกาเขียน อย่างคณิตศาสตร์ บางคนได้คะแนนสูงผิดปกติ และบางคนก้อต่ำผิดปกติ ไม่เกาะกลุ่มกันข้อสอบปีน้นวิชาคณิตศาสตร์ก้อไม่ได้ยากมากนะครับ แต่ทำไมคะแนนมันแปลก ๆ อังกฤษก้อต่ำมากๆ เอเน็ตผมได้มากกว่าโอเน็ตอีก มาตรฐานแต่ละปีของแต่ละวิชามันก้อไม่เท่ากันไม่รู้พวกเค้าคิดอะไรกันอยู่
ผู้แสดงความคิดเห็น ขอบคุงคับ วันที่ตอบ 2007-07-31 10:52:00 IP : 125.27.252.78


ความคิดเห็นที่ 10 (1100143)
ถูกต้องมือไม่พายอย่าเอาตีนราน้ำยังไงก็เป็นกำลังใจให้ครับ ผมตอนนี้ได้แต่อ่านหนังสือรอกับรอปาฏิหาริย์แค่นั้นหล่ะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อยากเป็นแพทย์ครับ วันที่ตอบ 2007-07-31 11:17:00 IP : 61.91.166.20


ความคิดเห็นที่ 11 (1100144)
สู้เพื่อความถูกต้องมันน่าอายตรงไหนครับ
น้องๆทุกคนที่ลงชื่อฟ้องร้องทำดีแล้วครับ

คห 2 หยุดพูดเพื่อทำลายความรู้สึกผู้อืนได้แล้ว
ไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องออกมาสู้และไม่ต้องมาโพสต์ว่าคนอื่นหรอกครับ

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างสิครับ

เป็นกำลังใจให้หมอกมลพรรณครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น doctor K วันที่ตอบ 2007-07-31 12:10:00 IP : 203.146.63.185


ความคิดเห็นที่ 12 (1100145)
เป็นกำลังให้คุณหมอนะค่ะสู่ต่อไป จะเรียกให้ออกมาวันนี้ก็พร้อมเสมอ
ผู้แสดงความคิดเห็น ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก วันที่ตอบ 2007-07-31 12:49:00 IP : 203.156.23.50


ความคิดเห็นที่ 13 (1100146)
สรุปก็คือ

กฎเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งหมด ไม่ว่าเป็นกฎที่ออกโดย กสพท ทปอ สทศ สกอ ศธ หรือ ม.รัฐ ต่างๆ เป็นกฎที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
ผู้แสดงความคิดเห็น ทนดูบ้านเมืองล่มจมไม่ได้ วันที่ตอบ 2007-07-31 19:46:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 14 (1100147)
เราหน่ะ เป็นหนึ่งในผู้ฟ้อง 1436/2549 นะ เราก็ กลัวเหมือนกัน กลัวจะเป็นเหมือนเด็กขอนแก่น นะ อยากจะทำอะไรก็ฟ้องเองเอาใหม่สิค่ะ แล้วพวกคุณหล่ะ เป็นหนุ่งในผู้ฟ้องหรือเปล่า มาทำเป็นพูด
เชิญ คุณหมอไปฟ้องคดีใหม่นะค่ะ อย่าทำให้คนที่ฟ้องเดิมต้องเดือดร้อนอีกเลยนะ ไม่อยากเป็นแพะรับบาปเหมือนเด็กขอนแก่นนะ ทำเพื่อคนอื่นจนต้องโดนประนามขนาดไหน

ขอร้องหล่ะ จะทำอะไร จะไปสอบอะไรก็ ฟ้องใหม่เลยนะค่ะ แต่ว่าแนะนำว่าอย่าฟ้องดีที่สุด เพราะว่าทุกครั้งที่ผ่านมาก็เละไม่เป็นท่าแล้ว ดูจากคดีเก่าๆที่หมอฟ้องๆให้เด็กๆ มันไม่คดีไหนที่ชนะเลย มีแต่แพ้หมดหรือไม่ก็ยังไม่พิจารณา คิดดูเอาก็แล้วกันนะครับ ลองรวมตัวไปหลายๆคนไปคุยกับผู้ใหญ่ดู
ผู้แสดงความคิดเห็น จาก คห.2 วันที่ตอบ 2007-07-31 14:17:00 IP : 124.121.196.135


ความคิดเห็นที่ 15 (1100148)
ทำไมข้อความไม่ครบ ทำไมข้อความหาย ทำไมข้อความถูกเปลี่ยน

จากคห. 8 ชื่อคือ เห็นใจ คห.2 , ครับ เป็น ค่ะ

เฮ้อ..... เบื่อจริงๆ ไม่รู้จักจบจักสิ้นไอ้พวกก่อกวน
ผู้แสดงความคิดเห็น จาก คห.8 เห็นใจ คห.2 วันที่ตอบ 2007-07-31 14:26:00 IP : 124.121.196.135


ความคิดเห็นที่ 16 (1100149)
ความเห็นสอง ถ้าคุณเป็นผู้ฟ้องจริงกรุณา โทรหาหมอเพื่อยืนยัน จะได้ ถอนฟ้องชื่อคุณออก หรือไม่ก็ ยื่นถอนฟ้องเองเลย เป็นไง เขียนถึงศาลปกครองในคดีนี้ คุณไม่ติดตามข่าวหรือว่า GPA ขั้นต่ำเขายกเลิกไปแล้ว เพราะกลัวละเมิดสิทธิ์

กลัวเจ้านาย จะตกเป็นจำเลยหรือไง จ๊ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น หวังดีกับคนดีๆ ที่ไม่แกล้งเด็ก ฮา วันที่ตอบ 2007-07-31 14:53:00 IP : 124.120.114.47


ความคิดเห็นที่ 17 (1100150)
วันที่ 2 สค. 2550

เรื่องสรุปรายงานการเสวนาวิกฤติการศึกษาไทย - ทางออก และขอความช่วยเหลือ

กราบเรียนคุณ สนธิ ลิ้มทองกุล

จากการที่พวกเราได้มาพบท่าน และได้จัดเสวนา เรื่องวิกฤติการศึกษา ไทย และทางออก เมื่อวันที่ 30 มิย. 50 โดยเชิญนักวิชาการหลายท่าน มาร่วมเสวนา รวมทั้ง สรุป การจัดเสวนาของ คณะกรรมาธิการ กิจการเด็กและสตรี ผู้สูงอายุ สนช. โดยคุณวัลลพ ตรังคณานุรักษ์ ขอสรุปเป็นประเด็นสำคัญๆ เพื่อให้ท่าน ได้โปรด พิจารณาช่วยเหลือ ดังนี้
สรุปปัญหา

1 ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จากการวิจัย

จากการจัดเสวนาเรื่องวิกฤติการศึกษา ไทย โดยคณะกรรมาธิการกิจการเด็กและสตรี ผู้สูงอายุสนช. ในวันที่ 13 กค 2550 โดยคุณครูหยุย สรุปได้ว่า

1.1 การประกาศใช้ระบบแอดมิชชั่น ได้เด็กไม่ตรงคณะ และ เมื่อเรียนไปแล้ว เรียนไม่ได้ ต้องดรอปเรียนมากขึ้น เพราะ ได้เกรด สูงๆ โดยไม่ได้มีคุณภาพจริง คือได้เกรดสูงๆ มาโดยการช่วยเหลือของครู ก็มี เช่นการวิจัยระบบแอดมิชชั่น ของ สภาการศึกษาแห่งชาติ และการวิจัยของ ผศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ภาควิชาฟิสิคซ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงการณ์
2 การสอบวัดคุณภาพการศึกษาระดับชาติ คะแนนเฉลี่ย ลดลง ทั้งๆที่การอ้างวัตถุประสงค์ ครั้งแรกที่ใช้ระบบแอดมิชชั่น เพื่อ ให้เด็กสนใจในห้องเรียนเพื่อให้ พื้นฐานแน่น แต่ผลกลับตรงข้าม
3 คะแนน GPA ไม่ได้สะท้อนคุณภาพตัวเด็กจริง ที่กำหนดว่าให้ใช้ GPA .ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็พิสูจน์แล้วว่า เด็กเข้าห้องเรียน เด็กได้เกรด สูงๆ แต่ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นควรเลิกใช้ GPA ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
หรือการ อ้างว่าเด็กไม่สนใจเรียนในห้องเรียน หากใช้ ระบบเอ็นทร้านซ์เดิม ที่ไม่ใช้ GPA เพื่อ การบังคับให้เด็กเข้าห้องเรียน แต่สุดท้ายการบังคับเด็กให้เข้าห้องเรียน ก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพเด็กดีขึ้น ตาม สมมุติฐานที่พยายามกล่าวอ้าง เป็นสมมุติฐานที่ ไม่ถูกต้อง ซึ่งข้อเท็จจริงคือ สุดท้ายคือ การให้ครูบางส่วน สามารถ ใช้คะแนน GPA ในการ เรียนการสอน กวดวิชาต่างหาก

ที่ผ่านมา รมต.ศึกษาก็พยายามแก้ไขปัญหา แต่ไม่เด็ดขาด และแก้ไขได้ ในบางเรื่อง เช่น โครงการช่วยเด็กภาคใต้ โครงการหนังสือยืมเรียน ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลงานเด่นของรมต.ท่านนี้ แต่การ งดรับแปะเจ๊ยะ เข้าม.1 ข้อเท็จจริงผู้ปกครองต้องจ่ายเงินเพิ่มมากกว่าเดิม เพราะต้องแข่งขันกันสูง และรมต.ศธ.ไม่ได้ออก กฎกระทรวง ห้ามรับแปะเจิ๊ยะ ไม่มีบทลงโทษ ผู้ปกครองบางท่านก็กล่าวว่า การรับเงินนี้ คนละ สามหมื่น ถึงแสนบาท หากคิด ที่ห้าหมื่นบาท 100 คนก็ปาเข้าไป ห้าล้าน ต่อหนึ่งโรงเรียน ผอ. เขตพื้นที่ หนึ่งคนคุมหลายโรงเรียนก็หลาย สิบล้าน เพื่อเอาไปวิ่งเต้น เป็น รอง เลขาธิการ การศึกษา ขั้นพื้นฐาน เท็จจริงอย่างไร ไม่มีใครพิสูจน์ แต่เป็นข่าวที่ผู้ปกครองพูดจากัน โดยไม่มีหลักฐานใดๆ

ปัญหา ระบอบการสอบคัดเลือก ไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งที่ แก้ง่ายนิดเดียวคือการใชระบบเอ็น ทร้านซ์ เดิม แต่ ใช้ข้อสอบที่ง่ายกว่าเดิม และเน้นการวิเคราะห์ แต่ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการ และ เลขา สกอ และ อธิการ พยายาม ที่จะหาองค์ประกอบตัวนั้นตัวนี้ให้มันยุ่งยาก เพื่อ สุดท้ายจะได้หาลำไพ่พิเศษ จริงๆแล้ว การสอบ ONET ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน หากผลสอบออกมาไม่ดี ควรใช้การสนับสนุนงบประมาณ หรือ การเลื่อนขั้น หรือ การให้คุณงามความดีต่อ ผอ . หรือ ครูที่โรงเรียน เป็นเกณฑ์บังคับ มาก กว่ามาลงที่เด็ก ซึ่ง สุดท้ายกลายป็นเครื่องมือทำมาหากินของครู ไปอีก เป็นการซ้ำเติมความเลวร้ายในวงการศึกษาชาติ

การที่กำหนดให้ ONET สอบได้แค่ครั้งเดียว ในตลอดชีวิตเด็ก สามารถคัดเลือกเข้ามหาลัยได้เพียงครั้งเดียว ก็ผิดหลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มาตรา 28 และปิดกั้นเด็ก ซึ่งมีข่าวเด็กปี 2 ต้องขอไปเรียน ในชั้น ม.4 ใหม่ เพื่อให้เข้าเกณฑ์ ข้อสอบ ONET ใช้ได้เพียงครั้งดียวในปีที่จบ หรือเด็ก ที่ต้องฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังจากการ ประกาศใช้แอดมิชชั่นที่กีดกัน เด็กซิ่ว และความไม่รู้วิธีการเลี้ยงดูบุตรของพ่อแม่ นี่ก็สะท้อนถึงวิธีคิด และคำสั่งของกระทรวงศึกษา สำนักงานเลขาธิการการอุดมศึกษาที่แก้ปัญหา อย่างหนึ่ง แต่ ไปเพื่อสร้างปัญหาต่อไป ไม่รู้จบ

การที่อ้างป้องกันเด็กซิ่ว เพื่อประหยัดงบประมาณ แผ่นดินนั้น ส่วนหนึ่งก็ถูก แต่ส่วนหนึ่งเพื่อ ช่วยเหลือ มหาลัยเอกชน หรือไม่ ที่เด็ก ต้องการลาออกเพื่อสอบเข้ามหาลัยรัฐที่ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่ก็ต้องหมดโอกาส เพราะ สอบONET ได้ครั้งเดียว ซึ่งจากการวิจัย ก็พบว่าเด็กที่ได้เรียนในมหาลัย กลับกลายเป็น ลูกหลานข้าราชการ คนระดับกลาง เพราะมีโอกาสดีกว่าในแง่ ได้เรียน ใน โรงเรียนดี มีเงินกวดวิชา ส่วนลูกหลาน เกษตรกร ต้องเรียนมหาลัยเอกชน เป็นการพัฒนาที่สวนทาง กันอย่างชิ้นเชิง เพราะการสร้างมหาลัยรัฐ เพื่อให้ลูกหลานคนยากจนได้เล่าเรียน มากกว่า เพื่อให้ลูกหลานคนมีเงิน

อยากจะกราบเรียนว่า งบประมาณรายหัวของนิสิต มหาลัยรัฐบางแห่ง ใช้เงินแพงเกินไป บริหารไม่มีประสิทธิภาพ เพราะ คำนวณ ดูถึง ค่าใช้จ่ายรายหัว รัฐสนับสนุน 50,000 บาท เก็บจากเด็กอีก 1-20,000 บาท

รวม 6-70,000 บาท ต่อคนต่อปี เทียบกับ มหาลัยเอกชน ม.หัวเฉียวคณะเภสัช ค่าเทอมปีละ 30,000 บาท ต่อปี ซึ่งมหาลัยรัฐเอง ไม่ต้อง จ่ายค่าตึก ค่าครู อาจารย์ แต่ มหาลัยเอกชนต้องจ่ายค่าเหล่านี้ แสดงว่า การบริหารงานของ อธิการและสภามหาลัยรัฐ ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งควรให้ คัดสรร โดยการประมูลตัวอธิการบดี ทั้งจากเอกชน และรัฐ เหมือนมหาลัยเมืองนอก แต่ไม่ใช่อ้างเหตุที่ไม่มีคุณภาพ ด้วยการ นำมหาลัย ออกนอกระบบ ทั้งๆที่มหาลัยที่ออกไปแล้ว กว่าสิบปี ก็ไม่สามารถเทียบชั้นกับมหาลัยรัฐเดิมเช่นจุฬา แสดงว่าการมีคุณภาพหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับ การออกหรือไม่ออนอกระบบ ขณะนี้กำลังผ่านสองมหาลัยคือ ม.บูรพา ที่มีคุณมีชัยเป็นนายกสภามหาลัย และ ม.ทักษิณ และมีอีกหลายมหาลัยที่รมต. พยายามให้แต่ละ มหาลัยทำกฎหมายลูก ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะ เป็นการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย และ จะทำให้เป็นการยก มหาลัยเป็นของบุคคลบางกลุ่มฟรีๆ


จึงเห็นได้ว่าการกำหนดองค์ประกอบในการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัย หรือการปล่อยให้ กระทรวงศึกษาธิการคิดอะไรเอง โดยขาดการมีส่วนร่วม ขาดการการวิจัย ทำให้ อนาคตของชาติ ถูกกระทำ และ ผลเสียหายต่ออนาคตของประเทศ โดยรวม ทรัพยากรบุคคล ที่สำคัญที่สุดของชาติ ถูกเป็นเครื่องมือทดลอง ที่ลองผิดลองถูก รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า ไม่ค่อยมีรัฐบาลไหนใส่ใจแก้ไขให้ถูกทิศทาง

หากเราจัดการศึกษาดีๆ ทุอย่างสามารถแก้ไขได้ไม่ว่าเรื่องคอรัปชั่น เรื่อง ความเห็นแก่ตัว เรื่องศักยภาพคนในชาติ ปัญหาเยาวชน เพียงแต่ต้องใช้ เวลา ภายในเวลา ห้าปี สิบปี ดีกว่า ไม่ได้ทำอะไร



2 ปัญหาคุณภาพการศึกษา ยิ่ง สอบวัดคุณภาพ ยิ่งลดลง แต่ประเมินคุณภาพครูกลับดีขึ้น เพราะเราไม่มีเกณฑ์มาตรฐานแต่ละวิชา แต่ละช่วงชั้น และมี การกำหนด ภาระครูในการสอนมากเกินไปรวมทั้ง ไม่มีหลักการวิจัยใดๆ ไม่มประเทศไหนในโลกที่เจริญแล้ว จัดการศึกษาให้เรียนและสอนมกมาย แบบนี้
3
4 ปัญหา พฤติกรรม เยาวชน เหล่านี้ ล้วนจากการที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดุ ครูอาจารย์ ไม่มีความรู้ ในการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน การจัดการศึกษา ปัจจุบันการศึกษา เป็น การนำไปสู่การพานิชย์ ไม่ว่าการกำหนดหลักสูตรการศึกษาที่ให้เด็กเรียนซ้ำซากมากมายทุกปี (โรงพิมพ์ กำไร ) การ ออกกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกที่ใช้องค์ประกอบมากขึ้นเช่น GPA (ครูกวดวิชาหาเงินจากเด็ก ไม่มีกฎระเบียบการควบคุมจากกระทรวงศึกษาธิการ ) การใช้คะแนน ONET คือคะแนน จากการวมสอบ ห้าวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม (ที่รวมเอา ประวัติศาสตร์ ศาสนา หน้าที่พลเมือง ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย ) ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ซึ่งบางคณะก็ไม่จำเป็นต้องใช้บางวิชา เช่น เมื่อก่อนก็ไม่มีการสอบคณิต กับวิทย์ ในสายสังคม แต่ปัจจุบันทุกคนต้องสอบเหมือนกันหมด และในปีนี้ก็จะเพิ่มเป็น แปด หมวดสาระ ที่ตั้งกฎเกณฑ์ ขึ้นมามาก ก็ เพื่อให้โรงเรียนกวดวิชาขายดี

สรุปแนวทาง แก้ปัญหาวิกฤติ การศึกษา ชาติ
1 วาระเร่งด่วน
1.1 ยกเลิกการบังคับเรียนสายวิทย์ สายศิลป์ กลับไปใช้ แบบก่อนปี 2547 ให้มีวิชาเลือกจริงๆ ***ส่วน 1 วิชาเลือก ต่อ 2 วิชาบังคับ
ในระยะยาว ให้ ลดสาระเรียนรู้ที่ซ้ำๆลง และเน้นกระบวนการคิด โดยตั้งคณะกรรมการ พิจารณา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ปรับกระบวนการเรียนการสอน เช่น คุณปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นประธาน
1.2.ยกเลิกแอดมิชชั่น ให้ใช้เอ็นทร้านซ์แบบเดิมแทน แต่ลดวิชาสอบลง เน้นข้อสอบแนว การวิเคราะห์มากขึ้น ให้สอบรวมทั้งประเทศ ไม่เอา มหาลัยรับตรง เอง ซึ่งความโปร่งใสไม่ชัดเจน ตรวจสอบไม่ได้
1.3 ยกเลิกม.นอกระบบ แต่มาถกกันว่า มหาวิทยาลัยจะมีประสิทธิภาพอย่างไร เช่นการประมูลผู้บริหารที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิชาการปริญญาเอก การลงภาคปฏิบัติ มากกว่าทฤษฎี
1.4 ให้ มีการประเมิน ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย โดยใช้ ***ส่วน อัตราการได้งาน ของเด็ก ตรงสาขาคณะที่เรียน และ อัตราเงินเดือนของนิสิตที่จบออกไป และอัตราการว่างงาน การตกงาน สะท้อนให้เห็น ประสิทธิภาพของผู้บริหารได้ และปรับเปลี่ยนปริมาณ นิสิตให้ตรงกับสาขาที่ขาดแคลน
1.5 ค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียน นักศึกษา เด็กอาชีวะ ให้ถึงมือ ผู้เรียนโดยตรง ในรูปของคูปอง เพื่อให้เกิดการแข่งขัน ประสิทธิภาพของผู้บริหาร สถานศึกษา กัน และป้องกันการเกิด การหักหัวคิว จากส่วนกลาง
1.6 ออกกฎกระทรวงห้ามครูสอนพิเศษ เด็ก นักเรียนในห้องเรียนตนเอง หรือนักเรียนที่ตนมีส่วนให้เกรด ในวิชาของตนเอง แต่ให้สอนนักเรียนที่อื่นหรือชั้นอื่นได้ เพื่อป้องกัน การหาเงินจากเด็ก กักข้อสอบเพื่อเพิ่มเกรดเด็ก
1.7 ออกกฎกระทรวงห้ามโรงเรียน เก็บเงินที่สร้างภาระแก่ประชาชน เกินความจำเป็นเช่น การให้เด็กต้องซื้อชุดวันศุกร์ ชุดกีฬาสี ชุดเนตรนารี ยุวกาชาด ซึ่งใช้ เครื่องหมายเช่นผ้าพันคอก็พอ
1.8 ให้มีการควบคุมการเก็บค่าเล่าเรียนที่เป็นธรรมแก่ประชาชน เช่น ให้รายงาน งบบัญชีรายรับรายจ่ายต่อผู้ปกครอง โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ ตอนนี้กำไร อู่ฟู่ ไม่ต้องเสียภาษี ไม่มีการควบคุม การเก็บเงินจากผู้ปกครอง
1.9 ให้มีหน่วยกิต การบำเพ็ญประโยชน์ ลงภาคชุมชน ทุกชั้นเรียน ทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัย อาชีวะ ทุกชั้นเรียนมัธยม และประถม หนึ่งวันต่อสัปดาห์ ไม่เว้นสถานศึกษา เอกชน
1.10 ให้สถานศึกษารัฐ รับนักเรียนจากป .6 ทุกคน ในพื้นที่รอบบ้าน รัศมี รอบโรงเรียน เพื่อ เข้าเรียน ต่อ ในชั้นมัธยม ต้น เพราะการศึกษาภาคบังคับ รัฐ กำหนด ให้เด็กทุกคนเรียน ถึง ม. สาม แต่ไม่มีที่เรียนเพียงพอ เพราะฉะนั้นรัฐต้องจัดสถานศึกษา ให้เพียงพอ เพราะปัจจุบัน ผู้ปกครองต้องส่งไป เรียนไกลๆ ในสถานศึกษาเอกชน ซึ่ง รวมถึงใน ต่างจังหวัด
1.11 ทุกโรงเรียน สถานศึกษา ให้สอนการเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ พัฒนาการเด็กแต่ละวัย หลักการเลือกคู่ครอง ทักษะชีวิต พัฒนาการสมอง เพื่อ ให้เตรียมตัวเป็นพ่อแม่ที่มีคุณภาพ เพื่อมิใหเด็กมีปัญหาเมื่อเติบโต เป็นผู้ใหญ่ และมีลูกหลานไทยที่มีคุณภาพ ไม่สร้างปัญหาให้สังคม และนำพาชาติพ้นภัย

2 ระยะยาว
2.1 ให้มี หนังสือยืมเรียนทุกชั้นเรียน รวมถึงมหาวิทยาลัย
2.2 เรียนฟรีจริงๆในคนยากจน และข้าราชการผู้น้อย ห้ามเก็บเงินทุกอย่าง
2.3 เพิ่มเงินเดือนครู ให้มากกว่านี้เท่าครึ่ง
2.4 มีมาตรฐาน ขั้นต่ำ เด็กอาชีวะ ทุกสาขา
2.5 ทุกช่วงชั้นเรียน ป.3 ป.6, ม.3, ม. 6 มีมาตรฐาน เกณฑ์การเรียนขั้นต่ำ โดยเฉพาะ วิชาที่จำเป็นๆ เช่น ภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ ไอที (ยกเว้น ป. 3 )
2.6 มีกฎหมายควบคุมโรงเรียนกวดวิชา
2.7 ทำโปรแกรม Software สอนเด็กให้คิดเป็น ทุกวิชา ทุกสาระ แต่ลดสาระการเรียนที่ซ้ำซากลง ครึ่งหนึ่ง ส่วน ครู ทำหน้าที่ คอยเป็นพี่เลียง ตรวจข้อสอบ เพื่อให้เด็กในรงเรียน ที่ครูมีน้อย สามารถได้รับความรู้ทัดเทียม กับโรงเรียนดีเด่นดัง
2.8 ในโรงเรียนทุกโรงเรียนมีการปลูกฝังความรักชาติ ค่านิยมไทย มีเมตตาธรรม โดย ศูนย์พัฒนาคุณธรรมแห่งชาติ เป็นผู้กำหนด หลักสูตรนี้ ให้มีส่วนร่วม และมีการประเมินผล

ทั้งหมดนี้ ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณา หยิบประเด็นที่ท่านคิดว่าสำคัญต่อชาติบานเมือง และ ช่วยกรุณาผลักดันไปสู่รัฐบาลเพื่อให้เกิด รูปธรรมและบังเกิดผลประโยนช์ แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งหมายถึงอนาคตของชาติ ต่อไป หรือ หากต้องการข้อมูลรายละเอียดใดเพิ่มเติม พวกเรายินดีที่จะ ไปพบท่านได้ตลอดเวลา ขอกราบขอบพระคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ


พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี

นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ
ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
โทร 0868810408

ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2007-07-31 14:59:00 IP : 124.120.114.47


ความคิดเห็นที่ 18 (1100151)
เรียนคุณหมอกมลพรรณ
ดิฉัน คุณ Marseille คุณ 007 ได้ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วว่าจะตั้งตัวแทนเพื่อประสานงานกับคุณหมอโดยตรง ทางE-Mail
Gmail ของคุณหมอ
ผู้แสดงความคิดเห็น ขอบคุณค่ะ วันที่ตอบ 2007-08-02 03:54:00 IP : 125.25.73.188


ความคิดเห็นที่ 19 (1100152)
คุณ Marseille
คุณ 007
พวกคุณทำอุทธรณ์แล้วส่งให้คุณหมอกมลพรรณเลยดีกว่าไม่ต้องรอฉบับเต็มหรอก ส่วนคุณหมอจะเอาไปแก้หรือไม่อย่างไรก็แล้วแต่คุณหมอ อย่างนี้ดีกว่าไหมค่ะ เพราะไปๆมาๆ จะไม่มีเวลามาตรวจดูนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ขอบคุณ วันที่ตอบ 2007-08-01 00:04:00 IP : 125.25.99.147


ความคิดเห็นที่ 20 (1100153)
เรียนคุณหมอ

คำอุทธรณ์คดี 1436/2549 น่าจะเพิ่มประเด็นความไม่ชอบด้วยกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องที่ได้ยื่นตอนวันพิจารณาแต่ศาลต้นไม่วินิจฉัยตามข้างล่างนี่ (ประเด็นที่คุณหมอฟ้องเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นผมว่ามัน “บาง” มาก แต่ก็คงไว้เหมือนเดิมดีแล้วจะได้ช่วยเสริมประเด็นความไม่ชอบด้วยกฎหมายตามข้างล่าง)

1. กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ออกกฎและคำสั่งโดยไม่มีอํานาจหน้าที่ (ไม่มีกฎหมายใดให้อํานาจไว้) ตามนัยคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 265/2550 นอกจากนี้ กฎและคำสั่งเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐของ ทปอ. ยังไม่ได้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาจะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ข้าพเจ้าไม่ได้ และข้าพเจ้าก็มิได้รู้ถีงกฎ คำสั่ง ระเบียบ และอื่นๆเหล่านั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร ตามความในหมวด 1 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

2. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.) ออกกฎและคำสั่งโดยนอกเหนืออํานาจหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2548 และขัดแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันการศึกษาของรัฐทุกแห่ง นอกจากนี้ กฎและคำสั่งเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐของ สทศ. ยังไม่ได้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาจะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ข้าพเจ้าไม่ได้ และข้าพเจ้าก็มิได้รู้ถีงกฎ คำสั่ง ระเบียบ และอื่นๆเหล่านั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร ตามความในหมวด 1 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

3. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ถูกจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 (ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 120 ตอนที่ 62ก วันที่ 6 กรกฏาคม 2546) มีสถานะไม่ชอบตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เนื่องจากถูกจัดตั้งเกินสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ รวมทั้งออกกฎและคำสั่งโดยไม่ชอบตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะระเบียบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2549 <http://www.cuas.or.th/selecbook49/precentral.htm>;; และระเบียบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2550 <http://www.cuas.or.th/admbook50/for_1page/adm2550.htm>;; เนื่องจากออกกฎและคำสั่งเกินห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ นอกจากนี้ กฎและคำสั่งเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐของ สกอ. ยังไม่ได้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาจะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ข้าพเจ้าไม่ได้ และข้าพเจ้าก็มิได้รู้ถีงกฎ คำสั่ง ระเบียบ และอื่นๆเหล่านั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร ตามความในหมวด 1 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

4. สภาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐออกกฎและคำสั่งโดยนอกเหนืออํานาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งนั้นๆในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐแห่งนั้นๆ และในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐแห่งนั้นๆ นอกจากนี้ มติกฎและคำสั่งเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐของสภาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ยังไม่ได้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาจะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ข้าพเจ้าไม่ได้ และข้าพเจ้าก็มิได้รู้ถีงกฎ คำสั่ง ระเบียบ และอื่นๆเหล่านั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร ตามความในหมวด 1 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

5. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกกฎและคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องอื่นๆ นอกจากนี้ ประกาศ ศธ. ยังไม่ชอบด้วยมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เนื่องจากเป็นการออกประกาศเกินห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ผู้แสดงความคิดเห็น n.a วันที่ตอบ 2007-07-31 15:31:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 21 (1100154)
คห 2 นี่คงรับเงินมาป่วนแน่ๆๆ

ถ้าเป็นผู้ฟ้องจริง ก็แค่ไปถอนฟ้องซะก็หมดเรื่อง

อ้างโน่นอ้างนี่ว่าอาย อนาคตตัวเองกลับไม่สนใจ

เด็กที่เค้าอยากเรียนหมอเยอะแยะที่ถูกรังแกทั้งปีนี้และต่อๆไป

คดีที่เครือข่ายคุณหมอฟ้องแล้วเด็กได้ที่เรียนเยอะแยะ ทันต จุฬา วิดวะ ธรรมศาสตร์ ฯลฯ

กสพท ยกเลิก GPA ขั้นตําก็เพราะถูกฟ้องนี่แหล่ะ

คดีขอนแก่นก็ยังไม่จบซะหน่อย คอยดูละกันอาจมีผู้ใช้อํานาจรัฐหาประโยชน์เข้าตัวเองจะติดคุกหลายคน

กรรมใดใครก่อ ฯ

ไม่ช่วยก็อย่าเห่านะๆๆๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้รักความยุติธรรม วันที่ตอบ 2007-07-31 15:41:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 22 (1100155)
ขอปรึกษาหน่อยนะคะ ตามที่กสพท เขาประกาศ เขาบอกว่าได้รับคำสั่งจาก อธิการโดยมีหนังสือ ลงวันที่เรียบร้อย และอธิการก็อาจจะอ้างระเบียบในพรบ มหาลัย ออกคำสั่งเกี่ยวกับการศึกาษได้ คุณคิดว่า ควรจะแก้ไขอย่างไรสำหรับคำว่าเขาไม่มีอำนาจ

และอีกอัน สทศ ไม่ได้ถูกฟ้องในคดีนี้ เราฟ้องสามคนคือ ทปอ สกอ และกสพท

ขอบคุณหลายๆเน้อ
ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2007-07-31 16:05:00 IP : 124.120.114.47


ความคิดเห็นที่ 23 (1100156)
เรียนคุณหมอ

ตัวอย่าง พรบ.จุฬา 2522 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2522/A/055/1.PDF

สภามหาลัยมีอํานาจตาม มาตรา 17

อธิการบดีมีอํานาจตาม มาตรา 21

ไม่มีตรงไหนที่ให้อํานาจสภามหาลัยหรืออธิการบดีในการออกกฎเรื่อง การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ หรือแม้แต่การรับนักศึกษา

จุฬาฯเป็นหน่วยงานของรัฐ ถ้ากฎหมายจัดตั้งหน่วยงานไม่ได้ให้อานาจไว้ก็แปลว่าทําไม่ได้

ถ้าทํา = การกระทําที่เกินอํานาจหน้าที่ ultra vires = ผิด ม.157

กรณีมหาลัยเอกชนนั้น สภามหาลัยมีอํานาจออกกฎเรื่อง การรับนักศึกษาได้ตาม มาตรา 34 (7) พรบ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 2546 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00131728.PDF

ม.รัฐกับม.เอกชนจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง

ถ้าใคร (แม้แต่ศาลเองด้วย) อ้างว่าสภามหาลัยหรืออธิการบดีของม.รัฐมีอํานาจในการออกกฎเรื่องการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อหรือการรับนักศึกษา ก็ให้ยกกฎหมายและมาตราที่ให้อํานาจมาแสดงด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น ultra vires วันที่ตอบ 2007-07-31 17:56:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 24 (1100157)
อยากทราบว่า คดีนี้มีคนถอนฟ้องไปบ้างหรือยัง ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คห.2 วันที่ตอบ 2007-07-31 18:44:00 IP : 124.121.195.23


ความคิดเห็นที่ 25 (1100158)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2547/D/089/010.PDF

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00136102.PDF

ผู้แสดงความคิดเห็น ขอยืมมา วันที่ตอบ 2007-07-31 19:02:00 IP : 124.121.9.177


ความคิดเห็นที่ 26 (1100159)
จาก คห 18 จะเห็นได้ว่า อํานาจในการออกกฎเป็นของ ศธ ไม่ใช่มหาลัย

แต่ประกาศ ศธ ทั้งสองก็ยังผิดกฎหมายอีก ตาม คห13

ที่เลวสุดๆก็คือ ...

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (ตาม คห 18) เป็นประกาศที่ออกตามความในกฎหมายสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

http://www.onec.go.th/Act/acteng/04/index_04.htm

จริงๆแล้ว admission เป็นกฎที่ต้องนําไปใช้กับ ม.เอกชนเพื่อยกระดับมาตรฐาน

แต่พวกมันกลับเอา admission มาแทน entrance เพื่อทําลายมาตรฐาน ม.รัฐ

เหตุผลก็เพื่อผลประโยชน์ของพวกมันเท่านั้น

ขอให้พวกมันลงนรกเร็วๆๆๆๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น 19 วันที่ตอบ 2007-07-31 19:41:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 27 (1100160)
คุณคห 2 ถอนฟ้องได้เลยค่ะ ไม่ต้องสนใจคนอื่นหรอก
ผู้แสดงความคิดเห็น ช่วยกัน วันที่ตอบ 2007-07-31 19:52:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 28 (1100161)
ขณะนี้ได้ประสานไปที่007 แล้ว ว่าคดีนี้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2550 Marseille จะรอดูอุทธรณ์ฉบับสมบูรณ์ของคุณหมอกมลพรรณ ก่อน แต่คิดว่ามีทนายดูให้แล้วไม่น่าห่วง ตกลงจะยังไม่มีเอกสารส่งให้คุณหมอในคืนนี้นะ

สวัสดี
ผู้แสดงความคิดเห็น Marseille วันที่ตอบ 2007-07-31 23:39:00 IP : 125.25.99.147


ความคิดเห็นที่ 29 (1100162)
เคยบอกไปครั้งหนึ่งแล้วในเวปนี้ว่า การที่เราอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น คือ การที่เราโต้แย้งว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง ที่ไม่ถูกต้องด้วยเหตุผลใด และขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น โดยมีคำพิพากาหรือคำสั่งให้เพิกถอน....................(อะไรก็ว่าไป)
ไม่ใช่ไปโต้แย้งฝ่ายผู้ถูกฟ้องใหม่
อันนี้ต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อน
ผู้แสดงความคิดเห็น 007 วันที่ตอบ 2007-07-31 21:29:00 IP : 125.25.99.147


ความคิดเห็นที่ 30 (1100163)
ประเด็นความไม่ชอบด้วยกฎหมายใน คห 13 ไม่ใช่ประเด็นใหม่

แต่เป็นสิ่งที่ยื่นให้ศาลต้นในวันพิจารณาคดีซึ่งศาลต้องรับไปวินิจฉัยด้วย แต่ปรากฏว่าศาลไม่นําไปวินิจฉัยเลยก็มีคําพิพากษายกฟ้องออกมา

ฉะนั้น ประเด็นเหล่านี้จึงสามารถใช้อุทธรณ์ได้ซึ่งผู้ฟ้องจะชนะแน่ๆเพราะผู้ถูกฟ้องทําผิดกฎหมายชัดเจน
ผู้แสดงความคิดเห็น เปาบุ้นจิ้น วันที่ตอบ 2007-07-31 22:36:00 IP : 203.118.70.82


ความคิดเห็นที่ 31 (1100164)
เรียนคุณหมอ

คห 25 คุณ 007 เสนอไว้ดีนะครับ

ควรมีการสุป + วิเคราะห์ประเด็นทีฟ้องไปทั้งหมดก่อนยื่นอุทธรณ์

เป็นแนวทางที่ systematic ดีมาก
ผู้แสดงความคิดเห็น robocop วันที่ตอบ 2007-08-01 08:14:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 32 (1100165)
ขอประนามคุณ ค.ห 2 หน่อยครับ ที่มือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ
จากคำพูดของคุณ ค.ห. 2 ผมขอฟันธงว่า รับตังมาป่วนแน่นอน หรือไม่ก็พวกจิตไม่ว่าง ซึ่งดูจากข้อความที่คุณ ค.ห 2 ตรงบรรทัดที่ 2 คำว่า "พอเหอะ ค่ะ "
แต่พอมาดู ตรงบรรทัดที่ 4 คำว่า "เหรอ ครับ "
ตกลงนอกจากคุณจะเห็นแก่ตัวแล้วยังสับสนทางเพศอีกเหรอครับ อนาถจริงๆ
ขอให้ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ
อย่ามารบกวนกันอีกเลย เจ้าผีร้าย
ผู้แสดงความคิดเห็น หมั่นใส้มัน (ค.ห 2) วันที่ตอบ 2007-08-01 15:01:00 IP : 202.12.74.6


ความคิดเห็นที่ 33 (1100166)
......ที่ผ่านมา ก็ผ่านไป ส่วนจะหลงเหลือ"คราบน้ำตา"(หรือรอยยิ้ม) จะหลงเหลือ"มรดกบาป"(หรือมรดกบุญ) จะหลงเหลือ"ตราบาป"(หรือตราบุญ) ไว้ให้กับใครและผู้ใดบ้าง ตลอดจนฝังลึกหรือตื้นแค่ไหน หากจะทำให้ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจได้พึงสังวร สำนึก สำเหนียกบ้าง ก็คงจะดี แน่นอนว่า ถ้าเป็นผู้ใหญผู้มีอำนาจที่เป็นผู้ชาย ก็อาจ"ลาไปบวช" แต่ถ้าเป็นผู้หญิง ถ้าจะ"ลาไปบวช...ชี..."ก็ไม่เลวนะ แต่ขอเป็น"กล้วยไข่"นะครับ เพราะกล้วยน้ำหว้ามักจะมีเม็ด???......

...เท่าที่ผมพอจะสรุปได้ คือ...(ต้องบอกก่อนว่า อย่าลืมหลักกาลามสูตร เพราะไม่มีความรู้ด้านกฎหมายเลย)
......1.การปรับปรุงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา เป็นอำนาจของ รมต.ศธ. ตามความในมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 แต่มีข้อแม้ คือ ..."ต้องทำตามบทบัญญัติในมาตรา 8 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย คือ ต้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงจะมีผลบังคับใช้...และยังมีข้อแม้ต่อไปนี้อีก คือ
.........1.1ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2549(เริ่มใช้รัฐธรรมนูญ 2549) ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ 2540..."บทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จะใช้บังคับไม่ได้"...คือ...พ.ร.บ.จะมีศักดิ์กฎหมายสูงกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้
1.1.1ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติในมาตรา 60 ของรัฐธรรมนูญ2540 ประเด็นนี้คงต่อสู้ไม่ได้...เพราะตอนท้าย มีคำว่า...ตามที่กฎหมายบัญญัติ...เพราะปัจจุบันนี้..."ยังไม่มีกฎหมายบัญญติ"...(ปีนี้ 2550 แล้ว ผ่านมา 10 ปี ยังเป็นแค่ตัวอักษรในรัฐธรรมนูญ)
1.1.2มหาวิทยาลัยใด ที่ พ.ร.บ.ประกาศออกมาที่หลัง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546...จะเป็นอำนาจของ"สภามหาวิทยาลัยนั้น แต่ที่แน่ๆ คือ พ.ร.บ.มหิดล จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร ฯลฯ ประกาศมาก่อนปี พ.ศ.2546 ทั้งนั้น ...เพราะเหตุนี้..."บรรดาพวกทุรชนทั้งหลาย" จึงพยายามให้...ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับ...คลอดออกมาโดยเร็ว เพื่อ...ส่วนหนึ่ง ก็คือ เอาอำนาจนี้กลับคืนมาจาก รมต. ...เพราะ พ.ร.บ.ที่ประกาศหลังสุดจะมีผลบังคับใช้ นั่นคือ ล้มล้างแก้ไข พ.ร.บ.เดิมโดยอัตโนมัติ
.........1.2ระยะเวลาที่ รัฐธรรมนูญ 2549 มีผลบังคับใช้แล้ว
............1.2.1ต้องเป็นไปตาม มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ 2549 ที่บัญญัติตอนท้ายว่า......ได้รับการคุ้มครองตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครอง......(รัฐธรรมนูญ 2550 ก็มีบัญญัติไว้ในมาตรา 82...และถึงแม้ไม่มีบัญญัติไว้ เมื่อเคยได้รับความคุ้มครองแล้ว ยังมีผลไปตลอด เว้นแต่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะบัญญัติไว้ชัดเจนว่า..."ไม่คุ้มครอง"...)
..........1.2.2พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญา
............1.2.2.1ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 26 ...บัญญัติว่า...บุคคลมีสิทธิในการศึกษา การศึกษาขั้นสูงสุดเป็นขั้นที่จะเปิดให้..."ทุกคน"..."เท่ากัน"..."ตามความสามารถ"...ก็ขึ้นอยู่กับว่า..."ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจจะตีความหมายโดย"ยึดศีลธรรมเป็นหลัก" หรือ "ยึดศรีธนญชัยเป็นหลัก" ดังนั้น..."การกำหนดให้สอบ O-NETครั้งเดียวและนำคะแนนครั้งแรกมาใช้เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ขัดหรือแย้งกับคำว่า..."ตามความสามารถ"...หรือไม่ คงต้องใช้ศีลธรรมและสติปัญญาคิดกันเอาเอง......นอกจากนี้ยังมี กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ข้อ 13 ข้อย่อย 2 วงเล็บ ค. ก็บัญญัติไว้อีก นอกจากนั้นยังมีใน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 28 ข้อย่อย 1 วงเล็บ ค. อีก
ผู้แสดงความคิดเห็น Pol.maj. วันที่ตอบ 2007-08-01 15:10:00 IP : 58.10.128.53


ความคิดเห็นที่ 34 (1100167)
ร่าง พรบ.มหิดล ผ่าน สนช แล้ว

คุณ Pol.maj. ช่วยระดมคนต้าน ม.มหิดล นอกระบบหน่อยนะครับ

กําลังจะมี holy war เร็วๆนี้
ผู้แสดงความคิดเห็น holy warrior วันที่ตอบ 2007-08-01 19:20:00 IP : 203.118.73.173


ความคิดเห็นที่ 35 (1100168)
ไร้สาระ หยุดได้แล้ว มันไม่มีประโยชน์หรอก เข้าใจไหม เราตัวเล็กนิดเดียว สู้คนมีอำนาจบาดใหญ่ไม่ได้หรอก
ผู้แสดงความคิดเห็น คห 2 วันที่ตอบ 2007-08-01 19:49:00 IP : 124.121.186.203


ความคิดเห็นที่ 36 (1100169)
เห็นด้วยนะครับ ว่า จะทำอะไรๆ ก็รีบๆทำนะครับเพราะว่าตอนนี้เขาเปิดรับสมัครแล้ว วันเวลายิ่งผ่านไปเรื่อยๆๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยดับ คห.2 วันที่ตอบ 2007-08-01 20:38:00 IP : 124.121.186.203


ความคิดเห็นที่ 37 (1100170)
ขอถามผู้รู้ทางกฎหมาย

พรบจุฬา 2522 มาตรา 17(1,2) เขาสามารถนำมาอ้างเรื่องที่ออกคำสั่ง ให้คัดเลือกได้หรือไม่
ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2007-08-01 23:12:00 IP : 124.120.115.247


ความคิดเห็นที่ 38 (1100171)
ต่อจาก 36

พรบ.มหาลัยรัฐในปัจจุบันให้อํานาจสภามหาลัไว้จ๊บจ๊อยมาก ... ทําได้แค่ออกนโยบาย ติดตามผล

อํานาจของอธิการบดียังมากกว่าด้วย

พวกมันจึงต้องการเอา ม.รัฐ ออกนอกระบบ เพราะ พรบ.ใหม่นี่ให้อํานาจสภามหาลัยเต็มที่เลย

นอกจากสามารถปล้นสมบัติของหลวงโดยไม่ผิดกฎหมายแล้ว สภามหาลัยยังคัดเลือกนักเรียนได้เองอีก

สภามหาลัยได้ผลประโยชน์มหาศาล ... แต่ประเทศไทยสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินแน่นอน
ผู้แสดงความคิดเห็น 37 วันที่ตอบ 2007-08-02 10:59:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 39 (1100172)
คุณ 35 et al ส่งร่างให้คณหมอโดยตรงดีแล้วครับ ความลับไม่รั่วไหล

may the force be with you!

ผู้แสดงความคิดเห็น jedi วันที่ตอบ 2007-08-02 11:01:00 IP : 203.121.175.111


ความคิดเห็นที่ 40 (1100173)
ความคิดเห็นที่ 35 คุณก็ไปพบคุณหมอเลย สิ นัดคุณหมอไปแล้วก็ ปรึกาหารือกันซะนะค่ะ เดี๋ยยวนี้พวกแฮกเกอร์ มันมีเยอะ

รีบๆ เข้า เวลามันไม่เคยคอยใคร
ผู้แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็นที่ 39 วันที่ตอบ 2007-08-02 11:07:00 IP : 124.121.183.161


ความคิดเห็นที่ 41 (1100174)
โครงสร้างการอุทธรณ์คำพิพากษา อ.1038/50 O-net , A-net


1.อำนาจฟ้อง

-ผู้ฟ้องคดีที่ 1-48 โดยผู้รับมอบอำนาจ พ.ท.แพทย์หญิงกมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี

-ผู้ร้องสอดที่ 1-9 โดยผู้รับมอบอำนาจ พ.ท.แพทย์หญิงกมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี

-ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1เป็นผู้ออกคำสั่งหรือประกาศหรือมีมติร่วมกันเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2 548 และประกาศผ่าสื่อมวลชน และเสนอ เลขาฯ สกอ.เดือน สค. 48 โดยอาศัยอนุสนธิ พ.ศ.2546 รับข้อเสนอของทุกมหาวิทยาลัยและอนุญาตและได้ออกประกาศ เดือน กันยายน พ.ศ. 2547 มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามมาตรา 10 (5) วรรค 2 พ.ร.บ.จัดระเบียบบริหารการศึกษา พ.ศ. 2546 และกฎหมายทบวงมหาวิทยาลัยเดิมและเปลี่ยนสถานะมาเป็นหน่วยงานในกระทรวงศึกษา ตามกฎหมายปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม(สำนักงานเลาขธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา) ผู้ฟ้องคดีมีอำนาจฟ้อง

-ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีมติร่วมประชุมและให้สัตยาบันและรับทราบทำหนังสือเวียนให้ปฏิบัติตามแนวทางของที่ประชุมอธิการบดีฯ อธิการบดีมีอำนาจบริหารและสภาฯซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติออกระเบียบให้อำนาจอธิการบดีโดยปริยายหรือโดยหนังสือหรือดุลยพินิจตามข้อตกลงที่ประชุมอธิการบดีฯ ใช้อำนาจรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย มีสถานะตาม กม.ทบวงเดิม และอาศัยอำนาจตามอนุสนธิและประกาศกระทรวงศึกษา

-ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีมติร่วมประชุม กลุ่มแพทย์ฯ และให้สัตยาบันและ รับทราบทำเป็นหนังสือเวียนให้ปฏิบัติตามแนวทางของที่ประชุมของกลุ่มฯ และกลุ่มฯ ได้รับรองตามกฎหมายของแพทยสภาฯในการประชุมกันระหว่าง

สมาชิกกลุ่มฯ ย่อมมีข้อบังคับและระเบียบในการประชุม การประชุมจึงจะสัมฤทธิ์ผล คณะแพทยศาสตร์ฯ แต่ละมหาวิทยาลัยอาศัยอำนาอธิการบดีและข้อบังคับสภาฯ ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของหาวิทยาลัยโดยปริยายหรือหนังสือดุลย



2

พินิจตามข้อตกลงที่ประชุมอกลุ่มแพทย์ฯ ใช้อำนาจรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนในคณะแพทย์ ผู้ฟ้องคดีย่อมมีอำนาจฟ้องให้ยกเลิกเพิกถอนแนวทางปฏิบัติ

2. ผู้ถูกฟ้องคดี
3. คำพิพากษา 1346/2549 ลอกคำพิพากษาทั้งหมด

-คำฟ้อง

-คำให้การ

-คำคัดค้านคำให้การ

-ตุลาการแถลงสรุปคดี

4. โต้แย้งข้อเท็จจริงในสำนวนคำพิพากษาศาลชั้นต้น

-ข้อเท็จจริงจากคำให้การ ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1,2,3

-ข้อเท็จจริงจากตุลาการแถลงสรุปคดี

-ข้อเท็จจริงจากที่ประชาชนยอมรู้กันอยู่ทั่วไป

-ข้อเท็จจริงการศึกษาของโลกมีกี่ระบบ

-ข้อเท็จจริงการศึกษาไทยในอดีตมีกี่ระบบ

-ข้อเท็จจริงจากข้อมูลการทำวิจัยของ.............

5. โต้แย้งความเสียหาย

-ความเสียหายกระทบส่วนตัวด้านการศึกษา

-ความเสียหายกระทบสาธารณะด้านการศึกษา

-ความเสียหายในอนาคตด้านการศึกษา

-จุลภาค..ครอบครัว..ขนาดของครู/โรงเรียน

-มหาภาค...สพท.อำเภอ..จังหวัด..กระทรวง/ระบบ

แรงงาน....ราชการ...วิชาชีพ....อาชีพอิสระ


3


6. โต้แย้งข้อกฎหมายมหาชน

-ข้อกฎหมายการศึกษา

-เจตนารมณ์หลักการศึกษาสมัยรัชกาลที่ 5

-เจตนารมณ์หลักกฎหมายศึกษาสมัยแรก

-เจตนารมณ์หลักกฎหมายศึกษาสมัยปัจจุบัน

-ข้อกฎหมายการบริการสาธารณะ

-ข้อกฎหมายประเทศเยอรมัน

-ข้อกฎหมายประเทศฝรั่งเศส

-ข้อกฎหมายที่ศาลรู้เองไม่ต้องไต่สวน/นำสืบ

-ข้อกฎหมายหลักดุลยพินิจ

-ข้อกฎหมายเกี่ยวกับหลักความชอบเกี่ยวกับกฎหมาย

-ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกระบวนการร่างกฎหมาย-ประกาศบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบทางราชการ

-รธน/พรบ/พรก/กฎกระทรวง/ประกาศกระทรวง/หนังสือเวียน/ระเบียบข้อบังคับราชการทั่วไป/ระเบียบข้อบังคับมหาวิทยาลัย จะเป็นกฎหมายก็ต่อเมื่อ................

-มติร่วมกันของที่ประชุมอธิการบดีฯ เป็นกฎหมายหรือไม่

-ประกาศ Onet-Anet เป็นกฎหมายหรือไม่

-ข้อกฎหมายอนุสัญญาเด็ก

-หลักการบริหารบ้านเมืองที่ดีและการทำปรชาวิจารณ์

-ประเด็นคณะแพทย์แก้ไขเปลี่ยนแปลง GPA เป็นการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองหรือประกาศหรือกฎ

7.สรุปข้อต่อสู้โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น

8. ขอศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง/
………………....

หมายเหตุ* ขอกราบเรียนผู้มีความรู้ด้านกฎหมายปกครองช่วยอนุเคราะห์แสดง ความ คิดเห็นว่า ครอบคลุมหมดหรือยัง ในประเด็นการต่อสู้คดี ควรจะเพิ่มเติมประเด็นไหน(ประเด็นข้อกฎหมาย) *ขอบพระคุณล่วงหน้า*

MR.KRISNA PIYACHEUNTHONGKUL

ผู้แสดงความคิดเห็น กฤษณะ วันที่ตอบ 2007-08-04 08:28:00 IP : 124.120.117.33


ความคิดเห็นที่ 42 (1100175)
ถ้าจะให้ดีต้องลองโพสต์คำอุทธรณ์ลงในเวปจึงจะทราบรายละเอียดน่ะค่ะ

แต่โครงสร้างที่ปรากฎก็สมบูรณ์แล้วค่ะ
ที่พวกเราทำๆกันยังได้ครึ่งหนึ่งของทีมกฎหมายทนายคุณหมอทำอยู่เลย

อย่างนี้ก็คงไม่มีอะไรที่พวกเราต้องเพิ่มเติมเสริมให้อีกแล้วค่ะ

ก็ขอเอาใจช่วยให้ชนะคดีนะค่ะ

สวัสดี
ผู้แสดงความคิดเห็น ขอบคุณ วันที่ตอบ 2007-08-04 08:37:00 IP : 125.25.74.1


ความคิดเห็นที่ 43 (1100668)

ส่งแล้วคำอุทธรณ์ 69หน้า

กว่าจะได้นอน ปาไปตี 5 โดยคุณทนายกฤษณะ

ขอบคุณจริงๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ วันที่ตอบ 2007-08-06 23:01:51 IP : 124.120.114.17


ความคิดเห็นที่ 44 (1101584)

ขอให้สิ่งศักดิ์จงช่วยคุ้มครองคนดีๆให้ทำเรื่องดีๆสำเร็จด้วยเถอะครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น สาธุ วันที่ตอบ 2007-08-07 23:29:17 IP : 202.12.74.5



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.