ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ข้อเสนอรัฐบาลในการแก้ปัญหาเด็ก...

ข้อเสนอรัฐบาลในการแก้ปัญหาเด็กไทย


ขอเชิญช่วยวิจารณืและแสดงความเห็นในร่างข้อเสนอต่อรัฐบาล และเชฺิญประชุม ในวันที่30ตค. 46 เวลาบ่ายโมง สนใจโทร01-2980284 02-6612810( เวลาราชการ)

รายละเอียดมีดังนี้

(ร่าง)
ประเด็นเพื่อเสนอแนวคิดเรื่อง “ปัญหาสติปัญญาและแนวทางช่วยเหลือเด็กไทย”

อนาคตของชาติขึ้นกับความสามารถและศักยภาพของประชาชนในชาติ โดยเฉพาะเด็กที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้ขับเคลื่อนอนาคตของชาติต่อไป
จากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศในปัจจุบันพบว่าความรู้ของพ่อแม่และผู้ให้การศึกษาอบรมมีอิทธิพลอย่างมากต่อสติปัญญาเด็ก และหลาย ๆ งานวิจัยในประเทศไทยพบว่า ศักยภาพคนไทยตกต่ำ สติปัญญาเด็กไทย (IQ) ต่ำกว่ามาตรฐาน เช่น
1) รศ.พญ.นิตยา คชภักดี (ผู้อำนวยการแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว) และคณะ พบว่าไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 91.1 ± .....(ปี 2544) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
2) รศ.พญ.นิชรา เรืองดารกานนท์ และคณะ พบว่าไอคิวเฉลี่ยของเด็กอายุ 6-12 ปี อยู่ที่ 91.2 และอายุ 13-18 ปี อยู่ที่ 89.9
3) จากงานวิจัยของ พ.ญ.เบญจพร ปัญญายง ด้านคะแนนพัฒนาการอารมณ์ สังคม จริยธรรมในเด็ก 10-18 ปี พบว่า มีคะแนนต่ำสุด 5 อันดับแรก คือ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดวิเคราะห์วิจารณ์ การตระหนักรู้ในตนเอง การแก้ปัญหา และการควบคุมอารมณ์
4) รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ และ รศ.พญ.ศิริกุล อิศรานุรักษ์ พบว่าเด็กวัย 1-<6 ปี มีคะแนนการมีสมาธิจดจ่อ และแรงจูงใจใฝ่สำเร็จ (Mastery Motivation) ..????(ช่วยอธิบายในภาษาชาวบ้านที่ไม่ใช่นักวิชาการ อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ......)...... เด็กวัยเรียน มีคะแนนต่ำด้านสมาธิ อดทน มีวินัย และพึ่งพาตนเอง
5) การวิจัยของทั้ง IMD Watson Wyatt Perk ที่พบว่าศักยภาพ และคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่า เวลาเกิดปัญหาชาติเราต้องอาศัยสมองต่างชาติมาช่วยแก้ไข ทั้งๆที่เกิดมาทุกคนทั่วโลกมีไอคิวเท่าๆกัน
สรุปแล้วไอคิวหรือสติปัญญาเด็กไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ทั้ง ๆ ที่ต่างประเทศที่พัฒนาแล้วมี
ไอคิวที่เพิ่มขึ้น เช่น อเมริกา และอังกฤษ ไอคิวเฉลี่ย 120 กว่าจุด
หลายรายงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศพบว่าการให้อาหารที่ครบถ้วน และถูกหลักโภชนาการ การที่พ่อแม่/ผู้เลี้ยงดูมีคุณภาพ มีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก การกระตุ้นเด็กให้ถูกต้องตามวัยและตามหลักการ จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่ดีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ สื่อต่างๆ ตลอดจนการให้การศึกษา เน้นกระบวนการคิดต่างๆ มากกว่าเน้นปริมาณเนื้อหาความรู้มากมายเกินไป และพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามวัย ล้วน มีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก


ดังนั้น องค์กรด้านเด็ก แพทย์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็ก เครือข่ายองค์กรด้านสาธารณะประโยชน์อื่นๆ ดังรายชื่อข้างล่างนี้ จึงมีความห่วงใย และ ขอเสนอแนวทางการเพิ่มสติปัญญา และศักยภาพของเด็ก/เยาวชนไทย ต่อรัฐบาลเพื่อกระตุ้นให้ผู้ปกครองหันมาสนใจการพัฒนาสติปัญญาเด็กดังต่อไปนี้
1) ขอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนเป็นวาระแห่งชาติ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ในปัญหาทุกๆด้าน ของเด็กและเยาวชน โดยพิจารณาตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี และดึงเอาผู้เชี่ยวชาญทุกด้านมาเป็นที่ปรึกษา ทั้งจาก กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆจากภายนอก มาร่วมดำเนินการ
1.1 รวบรวมความรู้ต่างๆที่นานาอารยะประเทศได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสติปัญญา มาเผยแพร่ให้กับประชาชนผ่านสื่อและหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ เช่น ศูนย์รวมให้ความรู้ผู้ปกครองในการพัฒนาเด็กตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ผ่านทางศูนย์อนามัย/หน่วยงานรัฐต่าง ๆ และมีข้อมูลให้ผู้ปกครอง (parent center)
1.2 กำหนดมาตรฐานการศึกษา ชาติ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงปริญญาตรี ร่วมพิจารณา เป็นที่ปรึกษา และร่างหลักสูตรแกนกลางตัวอย่างให้แก่โรงเรียน ในการจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยดึงเอาศูนย์พัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษา มาอยู่ภายใต้องค์กรนี้ (เพราะผู้เชี่ยวชาญมีน้อย และติดกรอบข้าราชการ องค์ความรู้ไม่พัฒนา )
การกำหนดให้การจัดทำหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้มีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เข้าร่วมพิจารณาด้วย เช่น กุมารแพทย์ จิตแพทย์ และประสาทแพทย์ รวมทั้งนำผลวิจัยทางสมองมาประกอบการพิจารณา เพื่อให้มีหลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสมกับวัย ความถนัดและศักยภาพ รวมทั้งจะได้พัฒนาเด็กให้ถูกต้องตามหลักการ และกระตุ้นพัฒนาการ ครบทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการวิเคราะห์ การมีเหตุผลในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ ไหวพริบ จินตนาการ การจัดการกับความเครียด ความรู้ในด้านการเลี้ยงดูเด็ก และการรับผิดชอบต่อตนเอง/ครอบครัว/สังคม/ประเทศชาติ โดยไม่สร้างความกดดันและเพิ่มปัญหาทางสุขภาพจิตแก่เด็ก/เยาวชน

2) ภาครัฐปลุกกระแสผู้ปกครองให้พัฒนาสติปัญญาเด็ก ร่างกาย และจิตใจ ให้ถูกทาง ทั้งด้านสารอาหาร ความรู้ผู้เลี้ยงดู ผู้ให้การศึกษาอบรม การมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ผ่านสื่อทุกสื่อ และทุกหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่นโรงพยาบาล ศูนย์อนามัย และผ่านทางโรงเรียน
3) รัฐจัดห้องสมุดของเล่น สนับสนุนให้ชุมชนผลิตของเล่นเอง (หนึ่งชุมชน หนึ่งของเล่น) รวมทั้งห้องสมุดที่มีหนังสือ และสื่อที่เพียงพอสำหรับเด็กและเยาวชน และประชาชนสามารถไปใช้ห้องสมุดในสถานศึกษาได้
4) สนับสนุนสื่อการเรียนการสอนที่เพียงพอ
5) รัฐจัดอุปกรณ์และสนามกีฬา ให้เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก/เยาวชนที่ด้อยโอกาส โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชน
6) รัฐเร่งพัฒนาคุณภาพครู ที่สอนให้เด็กคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น
ออกกฎหมายกำหนด***ส่วนเวลาสำหรับสื่อที่ดี พร้อมทั้งสนับสนุน ให้สิทธิพิเศษ ในการใช้สื่อของรัฐ และมีกฎหมายตรวจเซ็นต์เซอร์สื่อที่ไม่ดี ที่จะเสนอให้แก่สาธารณชน และออกกฎหมายที่คุ้มครองผลประโยชน์ประชาชน/เยาวชน/ผู้ปกครอง เช่น
- บทลงโทษครูกั๊กข้อสอบ / ผอ.โรงเรียนที่ทำการคัดเลือกคณะกรรมการไม่โปร่งใส
- ออกกฎกระทรวง กำหนดให้ครูไม่ให้การบ้านมากเกินไป เช่นห้ามเกินสองวิชา/โครงงานต่อวันในชั้นประถมปลาย/มัธยม หรือไม่เกินหนึ่งชั่วโมงต่อวันในประถมต้น
-พิจารณากฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวกับเด็ก/เยาวชน ที่ไม่เป็นธรรมต่อเยาวชน และผู้ปกครอง เช่นกฎกระทรวงว่าด้วยกรรมการสถานศึกษา ฯลฯ
8) ในปัจจุบันรัฐสามารถ เก็บภาษีได้เกินงบประมาณแผ่นดินแล้ว อยากจะให้รัฐสนับสนุน ให้ประชาชนผู้เสียภาษี โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูบุตร เพิ่มขึ้นตามอายุเด็ก เช่นจากเดิมที่หักค่าเลี้ยงดูบุตรได้คนละ30000 บาทต่อปี ขอให้เพิ่มเป็น 50,000-100,000 บาทต่อปี เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน
8) รัฐกำหนดให้ทุกโรงเรียน โดยเฉพาะในโรงเรียนที่เด็กมีปัญหาตีกัน จัดโครงการ พัฒนาจิต/อารมณ์ เพื่อเพิ่มสติปัญญา เป็นโครงการที่ร่วมมือระหว่างโรงเรียนผู้ปกครอง องค์กรศาสนาในท้องถิ่นนั้น ในการฝึกให้เด็กเป็นเด็กดี มีความกตัญญู มีสติในการแก้ปัญหา ฯลฯ
9) หากพรรคการเมืองใดที่ไม่ชู นโยบายการแก้ปัญหาเด็กเป็นวาระแห่งชาติ ขอให้ประชาชนไม่ลงคะแนนเสียงให้ ในการเลือกตั้งทุกครั้ง
จึงแถลงข่าวมาให้ทราบโดยทั่วกัน และขอรัฐบาลโปรดได้โปรดพิจารณา ขอขอบพระคุณยิ่ง
เครือข่ายองค์กรเพื่อพัฒนาเด็กไทย

. .....พย .46


โทร.............................. ที่อยู่.............................(ยินดีให้ใช้ที่อยู่และเบอร์โทรหมอได้ ถ้าต้องการ)

รายชื่อเครือข่ายองค์กร (บางองค์กรกำลังอยู่ในระหว่างการติดต่อ )
1. สถาบันวิจัยโภชนาการ
2. สมาคมโภชนาการ
3. ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์,
4. ราชวิทยาลัยจิตแพทย์
5. มูลนิธิเด็ก
6. มูลนิธิสดศรี - สฤษดิ์วงศ์
7. มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
8 สถาบันสร้างสรรค์ศักยภาพสมอง
9 สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว
16 สถาบันพัฒนาประชากร
17 มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย
18 UNICEF
19 มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
20 สมาคมโรงเรียนอนุบาลแห่งประเทศไทย
21 สมาคมสหพันธ์โรงเรียนราษฎร์
22 มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ
23 มูลนิธิสื่อสร้างสรรค์
24 มูลนิธิพิทักษ์สิทธิเด็ก
25 สมาคมโรงเรียนอนุบาลแห่งประเทศไทย

10 มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
11 เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
12 สมาพันธ์เครือข่ายพ่อแม่-ผู้ปกครองแห่งประเทศไทย
13 มูลนิธิดวงประทีป
14 มูลนิธิสิกขาเอเชีย


ผู้ตั้งกระทู้ กมลพรรณ ชีวพันธุศรี :: วันที่ลงประกาศ 2003-10-15 03:37:00 IP : 203.118.80.92


[1]

ความเห็นที่ 1 (1087655)
รายละเอียด วัน เวลา ดังนี้

ที่ สวรส./ เด็ก / 280 / 2546

15 ตุลาคม 2546

เรื่อง ขอเชิญประชุมเครือข่ายองค์กรเพื่อพัฒนาเด็กไทย ครั้งที่ 2
เรียน
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. ร่างเสนอแนวคิดเรื่อง “ปัญหาสติปัญญาและแนวทางช่วยเหลือเด็กไทย”

ด้วยโครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย โดยการสนับสนุนของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นโครงการที่ศึกษาติดตามเด็กไทยตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แรกคลอด และเติบโตจนถึงอายุ 24 ปี ปัจจุบันโครงการฯได้ดำเนินการวิจัยมากว่า 2 ปี มีองค์ความรู้ และงานวิจัยอื่น ๆ ที่สำคัญมากมาย ทั้งนี้ โครงการฯจะได้จัดประชุมเครือข่ายองค์กรเพื่อพัฒนาเด็กไทย ครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสที่ 30 ตุลาคม 2546 เวลา 13.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 15 (สสส.) อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ถ.พหลโยธิน สนามเป้า กรุงเทพฯ เพื่อร่วมเสนอข้อคิดเห็น/ปรับร่างแนวคิดเรื่อง “ปัญหาสติปัญญาและแนวทางช่วยเหลือเด็กไทย” ที่แนบมาพร้อมนี้ เพื่อนำเสนอรัฐบาลในนามเครือข่ายองค์กรเพื่อพัฒนาเด็กไทยต่อไป

จึงเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว จักเป็นพระคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ


(แพทย์หญิงจันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ)
ผู้อำนวยการโครงการวิจัย ฯ


โปรดตอบรับการประชุมมาที่ คุณกษมา หรือ คุณ สุจนา โทรสาร 0-2965-9843
&#61608; เข้าร่วมประชุม &#61608; ไม่เข้าร่วมประชุม เสนอผู้แทน………………………………………………………


ผู้แสดงความคิดเห็น กมลพรรณ ชีวพันธุศรี วันที่ตอบ 2003-10-27 21:23:00 IP : 202.57.169.77



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.