ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ขอเชิญร่วมสัมนา แอดมิชชั่น สร้างหรือทำร้าย ศักยภาพเด็กไทย article



 

เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

สรุปแอดมิชชั่นไม่ชอบธรรม ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิเยาวชน และทำลายศักยภาพ เด็ก คุณภาพการศึกษา เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย

หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศใช้เกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา และหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน

ข้อเท็จจริง
1 จากการดูผลโหวต ของเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป มีค 2551) จากเวบไซด์ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ จะพบว่า ไม่เห็นด้วยเกือบ 86.77 %
2 จากการจัดการศึกษา ซึ่งคือรากฐานที่แท้จริงในการแก้ปัญหาชาติ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ ได้วางระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และระบบการศึกษา ที่ทำให้รร. กวดวิชาได้เงินมหาศาล สศช. ประเมินว่า ปี 50 เงินกวดวิชา กว่า 6,000 ล้านบาท ปี 2551 ประเมิน โดย นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ คาดว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท จากการสำรวจของสสส.และมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ผู้ปกครองต้องส่งลูกเรียน กว่า 70% เอกสารแนบ 2

3 มีผลการประเมิน ผลวิจัยของกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์ แห่งประเทศไทย 25 สถาบัน ที่พบว่า จากการประกาศใช้ระบบแอดมิชชั่นมีผลกระทบ ทำให้เด็กมีคุณภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยลดลง ได้เด็กไม่ตรงคณะ มากขึ้น อัตราการ สอบไม่ผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ ในนิสิตปีหนึ่ง เพิ่มมากขึ้น พื้นฐานความรู้วิทยาศาสตร์ลดลง ทุกคณะ มากกว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเอ็น ทร้านซ์ ศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยเทียบกับนานาชาติ 58 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 48 คะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาปี 1 จากระบบแอดมิชชั่น ได้ 1.22, 1.21 จากระบบเอ็นทร้านซ์ ได้ 1.94, 1.93

4 ผลวิจัยของดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ที่พบว่า เด็กลาออกกลางคันในระบบแอดมิชชั่นมาก กว่า ระบบเอ็นทร้านซ์ ความเสียหายกระทบสาธารณะ เช่น อัตราการหยุดเรียน วิชาฟิสิกซ์ของเด็กปี 1 คณะวิทยาศาสตร์ จากการคัดเลือกโดยระบบ แอดมิชชั่น เมื่อปี พศ .2549 เพิ่มจากเดิมเป็นสอง ถึง สี่เท่า เพราะเรียนไมไหว เช่น จาก เด็กปีหนึ่งที่มาจาก ระบบ เอ็นทร้าน ซ์ ปี 2548 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ ถอนวิชาฟิสิคซ์ 41 คน เด็กจากระบบแอดมิชชั่น ปี 2549 ถอนวิชาฟิสิคซ์ 151 คน เด็กปีหนึ่งที่มาจาก ระบบ เอ็นทร้านซ์ คณะวิทยาศาสตร์ ปี 2548 ถอนวิชาฟิสิคซ์ จำนวน 189 คน เด็กจากระบบแอดมิชชั่น ปี 2549 ถอนวิชาฟิสิคซ์ จำนวน 286 คน ซึ่งยิ่งทำให้เสียหาย แก่ภาษี และงบประมาณแผ่นดิน รวมทั้ง เป็นการปิดกั้นโอกาสของผู้อื่นที่มีความสามารถมากกว่า และอยากจะมาเรียนในคณะเหล่านี้ การสูญเสียงบประมาณแผ่นดิน เมื่อได้รับเด็กไม่ตรงกับความสามารถที่เด็กมี
5 มีผลวิจัย การนำคะแนน โอเน็ทไปใช้ในการปรับเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ตลอดหลักสูตร มัธยมปลาย (GPAX) ของเด็กนักเรียนในสถานศึกษา โดยศูนย์ทดสอบและประเมิน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและวิชาชีพ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า จากการวิจัยใน โรงเรียนจำนวน 2538 แห่งพบมีการปล่อยเกรดสูงถึง 1,224 โรงเรียน ( 47.39% ) และกดเกรด 1,238 โรงเรียน (47.93 %) ที่ให้เกรดปกติมีเพียง 121 โรงเรียน (4.68 %) (เอกสารแนบ 5 ) แสดงให้เห็นว่าการใช้ GPAX GPA มาใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ไม่มีความยุติธรรมต่อเด็กทั่วประเทศ สมควรที่จะยกเลิกเกณฑ์อันนี้

6 ไอคิวเด็กไทยลดลงเมื่อเรียนสูงขึ้น ยกเว้น รร.สาธิต จากผลของการประกาศใช้เกณฑ์ ONET GPAX และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

7 ค่าสมัครสอบ GAT PAT สูงมาก 400- 4,800 บาท คนจนหมดสิทธิ์

8 ที่มาของระบบแอดมิชชั่น มีความผิดตามกฎหมาย หลายฉบับ หลายมาตรา คือ
8 .1 รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 มาตรา 51 มาตรา58 ขาดการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ของรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน
มาตรา71 ไม่ได้รักษาผลประโยชน์ของชาติ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
มาตรา 81 (1)(2) 82 มาตรา 87 (1) (2)
8 . 2 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 22 มาตรา 26 (1) (7) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ให้เด็ก กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้า อันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก เช่นการกำหนดเกณฑ์ในระบบแอดมิชชั่นทำให้ผู้ปกครองและเด็ก ต้องจ่ายค่ากวดวิชามากขึ้น โรงเรียนกวดวิชาได้กำไรมากขึ้น
8. 3 กฎกระทรวงพ.ศ. 2549 กําหนดแนวทางการพิจารณาว่าการกระทําใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก หรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก
8.4 กฎหมาย พรบ. การศึกษา พศ 254 2 และแก้ไข 2545
มาตรา 6 มาตรา 8, 9 ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มาตราที่ 22 การจัดการศึกษา ต้องยึดหลักว่า ผู้เรียน สำคัญสุดที่สุด สามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 24 (1)การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษา และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มาตรา 28 (2) หลักสูตรการศึกษา ดับต่างๆ ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้ ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ

8.5 อนุสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มาตรา 19 28 31 32 33 39 ขาดโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน
8.6 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2543 ข้อ 7 ข้าราชการการเมืองจักต้อง เคารพและปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ข้อ 12 ข้าราชการการเมืองจักต้องไม่ใช้สถานะ หรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมืองไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือไม่ก็ตาม เช่นการให้มี ระบบแอดมิชชั่นทำให้ รร.กวดวิชาผุดขึ้นมากมาย หลายแห่งมีญาตินักการเมืองเปิดร่วมด้วย เช่น แถวสยาม

8.7 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พศ. 2546 มาตรา 6,7,8 (3) ,9,10 (3) ก่อนเริ่มดำเนินการส่วนราชการต้องจัด ให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีและผลเสียให้ครบถ้วนทุกด้าน ในกรณีที่ภารกิจใดจะมีผลกระทบต่อประชาชน ส่วนราชการต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

8.8 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์พ.ศ. 2539 ข้อ 3 ข้อ 7 ข้อ 15
8.9 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 7


9 การให้สอบ ONET เพียงหนึ่งครั้ง ไม่มีการแก้ตัว เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ตามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้มีหนังสือแจ้งไป

10 . ผลการวิเคราะห์ คำนวณ สัดส่วนของ ONET GPAX พบว่า เด็กที่เก่งสายศิลป์สามารถเข้าเรียนวิทย์ได้ ซึ่งมีผลทำให้เด็กเรียนไม่ไหวเพราะ ไม่มีพื้นฐานทางวิทย์ ยังผลให้เด็กลาออก พักการเรียนมากขึ้น สูญเสียงบประมาณแผ่นดิน

11 ที่อ้างว่า ดำเนินงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน หรือให้ได้เด็กตรงสาขาคณะ ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่า ไม่มีหลักฐานใด หรือประโยชน์ข้อใด ที่บ่งบอกว่า การใช้เกณฑ์ในระบบนี้จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน รวมทั้งนักเรียน แต่ข้อเท็จจริงคือ ทำให้สูญเสีย งบประมาณแผ่นดินมากขึ้น เพราะเด็กต้องดรอป เรียนมากกว่าเดิม และศักยภาพ เยาวชนของชาติ ลดลง เด็กต้องกวดวิชามากกว่าเดิมซึ่ง อธิการบดี เลขา สกอ. เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ถือว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ ด้วยความประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบัน อุดมศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 37 มาตรา 39 การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดย ประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และขัดต่อ มาตรา 40 มาตรา 42 มาตรา 44 มาตรา 45

ข้อเสนอ
1 ยกเลิกการใช้คะแนน ON ET แปดหมวดสาระ และยกเลิกการใช้ GPA GPAX ในระบบ แอดมิชชั่น เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย แต่ให้ใช้จำนวน เวลาเรียนบังคับแทน และให้ใช้ ข้อสอบ เอ็นทรานซ์ หรือการใช้ GAT PAT ที่ไม่ยากเกินไป มีวิเคราะห์มากขึ้น

100 % แล้วให้ONET บางวิชา เท่านั้น เป็นแค่ตัวประกอบขั้นต่ำ เช่นต้องได้ ONET ในบางวิชา ที่เกี่ยวข้องกับคณะที่จะเรียน หรือให้มีคนกลาง เป็นประธาน ได้มาร่วมฟังปัญหาและหาทางออกด้วยกัน และสัดส่วนของรายวิชาควรจะต้องเหมาะสมกับคณะที่จะเรียน วิชาใดเกี่ยวข้องน้อย หรือไม่เกี่ยวข้องเลย ควรยกเลิก เช่น ยกเลิก การสอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ในสาขาคณะทางสังคม

2 ให้ลดเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มากมาย และซ้ำซากลง ที่กำหนดให้ทั้งเด็กเล็ก ช่วงชั้นที่หนึ่ง คือ ประถมหนึ่งถึงสาม ปัจจุบัน จำนวนเกณฑ์เหมือนกันคือ 76 มาตรฐาน แต่ในความเป็นจริงธรรมชาติเด็กเล็กกว่า ควรมีเกณฑ์การชี้วัดที่ น้อยกว่าเด็กมัธยมปลาย
และในชั้นมัธยมปลาย ขอให้ ยกเลิกการบังคับในชั้นมัธยมปลาย ที่ให้เรียนในวิชาที่ไม่ชอบ ไม่ถนัด ซ้ำซาก และเรียนมาแล้ว ในชั้นมัธยมต้น ขอให้มีวิชาเลือกตามความถนัดและสนใจของผู้เรียน ตามกฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาและคุ้มครองเด็ก และ มีวิชาแกนกกลางไม่กี่วิชา ไม่ใช่ 8 หมวดสาระดังที่เคยเป็นมา เช่นที่ นักเรียนบางคน ไม่ชอบ วิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ แต่ต้องถูกบังคับให้เรียนทั้งๆที่ ได้เคยเรียนมาในชั้นม.ต้นแล้ว

อาจจะกลับใช้หลักสูตรโรงเรียนนำร่อง แทน ซึ่งเป็นการพัฒนาตามหลักการพัฒนาเด็กเป็นศูนย์กลาง มากกว่าปัจจุบัน (ซึ่งดีกว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2544 ) และยกเลิกบางวิชาที่ซ้ำซากไม่มีประโยชน์ ได้เคยเรียนมาแล้ว ไม่เกี่ยวกับคณะที่จะเรียนในมหาวิทยาลัย ให้มีวิชาเลือก ได้หลากหลาย ตามธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความชอบความถนัดไม่เหมือนกัน เพื่อจะได้ให้มีเวลาได้พัฒนาในสาขาที่ชอบ และมีเวลาพักผ่อนตามวัย เด็ก และมีเวลา ได้สร้างกระบวนการคิด และค้นคว้า เพิ่มการสอนทักษะชีวิต ปลูกฝังความดีงาม ครูจะได้มีเวลาสอนเด็กเต็มที่ตามความเป็นถนัด ที่เขาชอบ เพื่อให้เขามีคุณภาพได้มากขึ้น และไม่เป็นการให้ครูมีภาระมากเกินไป โดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและครู



พันโท แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธุศรี

โทร 081-2980284 0863671004

thai9lee@gmail.com www.parent-youth.net 5 มิย 2552

 




กิจกรรม

สรุปกิจกรรมสัมนา 5 เรื่อง โดยคณะกรรมการเผยแพร่ประชาธิปไตย และประชาสัมพันธ์ สภาพัฒนาการเมือง article
สรุปกิจกรรมเสวนา เรื่อง “ขึ้นค่าไฟฟ้า ค่าโดยสาร เป็นธรรม??” ในวันที่ 4 พค 55 ที่ผ่านมา article
ขอเชิญร่วมเวทีระดมสมอง “ ทางออก ทางรอด ของเยาวชนเหยื่อของระบบการศึกษา แนวคิด และวิธีปฏิบัติ เพื่อปฏิวัติการศึกษาไทย article
โครงการ “อ่าน เขียน เรียน คิด
ขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา
Headline
ขอเชิญเข้าร่วมเสวนา หัวข้อ“ปฏิรูปประเทศไทย : ปฏิรูปการเลือกตั้ง :สร้างคนดีเข้าสภา วันที่ 8 ส.ค.2553 article
วิกฤตขาดเลือด สภากาชาดไทยเร่งขอบริจาคเลือดสำรอง
อยากไปเรียนต่อเนเธอร์แลนด์ไม๊? เชิญฟังทางนี้จ้า
ขอเชิญเข้าร่วม กิจกรรมเสวนาระดมสมอง เรื่องผลกระทบจากระบบการศึกษา article
ใบมอบอำนาจ ฟ้องคดีแทน article
สมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ article
วมกันคัดค้าน และขอสำรวจ ความคิดเห็น ระบบแอดมิชชั่น article
สันติวิธี vs ปีศาจวิทยา
ร่วมกันคัดค้านค่าเอฟที
ขอเชิญผู้เดือดร้อนจากระบบ แอดมิชชั่น แพทย์กสพท.
ข้อเสนอในการแก้ไขปัญ หาการศึกษาและแนวทางแก้ไข
แบบฟอร์ม คำร้องขอใช้สิทธิดูข้อมูลข่าวสาร
เศรษฐกิจพอเพียง
การควบคุมรายจ่ายของวัยรุ่น
ขอเชิญเสวนา ระดมสมองเพื่อปฏิรูปการศึกษา
คำถามที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เรียนคูมองมีประโยชน์ไหม article
วิจารณ์ รัฐธรรมนูญฉบับ ปี2550 article
วิจารณ์ รัฐธรรมนูญฉบับ ปี2550



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com