ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้

คนบ้า   โรคหัวใจวายตาย   มะเร็งตาย   15  กย. 48 
เกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำงานในสมอง  พญ.กมลพรรณ  ชีวพันธุศรี

    สามอย่างนี้ พบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    จากผลวิจัยทางสมองที่มีมากมาย ในนานาอารยะประเทศ  ทำให้เรารู้ว่า   สารเคมีในสมอง (Neurotransmitters )   มีอิทธิพลต่อร่างกาย และสมอง    ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา     ที่เรามักได้ยินข่าว และสังเกตรอบๆตัวเรา    เสมอๆ      สารเคมีตัวที่สำคัญนี้ก็คือ  Cortisol     หากมีปริมาณไม่มากก็เป็นตัวทำให้เรากระตือรือร้นที่จะทำอะไรให้สำเร็จ    แต่ถ้ามากเกินไป และนานจะเกิดความเสียหายต่อร่างกาย          ซึ่งสารตัวนี้จะหลั่งมากเมื่อ   มีความเครียด       เกิดได้หลายสาเหตุ  ไม่ว่าจากการมองตนเองในแง่ลบ         การวิตกกังวล  การบ้างาน  ไม่มีเวลาพักผ่อน     การถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ    การแก้ปัญหาไม่ตก  การได้รับสิ่งที่ไม่อยากได้     การไม่ได้รับสิ่งที่อยากได้        การถูกดุด่าทุกวัน จากพ่อ  แม่  ครู  หรือ  เจ้านาย    การเป็นคนเข้มงวดเกินไป     การประเมินสถานะการณ์ในแง่ลบมากเกินไป      และจาก พื้นฐานความคิดและประสบการณ์ของคนๆนั้น     ฯลฯ

ความผิดปกติ ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเด็ก (เครียดจากการเรียน  หรือ บุคคลใกล้ชิด)  และผู้ใหญ่    (เครียดจากการทำงาน  ครอบครัว)    ( คือ  ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา) 
   
    จากการวิจัยทางสมอง พบว่า   Cortisol   จะมีผลต่อการทำงานของสมอง   เช่น    สมองจะรับรู้การเรียนรู้ช้าลง  , การทำงานของสมองถูกยับยั้ง   ทำลายองค์ประกอบของเซลล์สมอง เช่น ใยประสาท  ,  จุดเชื่อมใยประสาท และเซลล์สมอง (Khalsa 1997)    ทำให้เราคิดอะไรไม่ออก   บางคนเป็นอาวไซด์เมอร์    และบางคนถึงกับเป็นโรคทางจิตประสาท เช่น  คนเป็นบ้าตามท้องถนนมีมากขึ้นหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ     ลองสังเกตรอบๆตัวท่านดู    ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ  เกิดมะเร็ง   โรคหัวใจ และภูมิแพ้   ,  ไซนัส   SLE   รวมทั้งเกิดผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร  ,  ระบบไหลเวียนโลหิต  ,  เกิดโรคความดันโลหิต  ,   โรคกระเพาะ   หน้าแก่  ผมหงอก   ฯลฯ  ( M.Spranger  1999  : Learning& Memory  The  Brain in Action)

    จากประสบการณ์ที่ทำหน้าที่แพทย์ มีตัวอย่าง ที่เป็นผลจากความเครียด    เช่น
              -แม่บ้าน  จบปริญญาโทเมืองนอกไม่ได้ทำงานนอกบ้าน  แต่ดูแลบุตรชาย 3 คน ด้วยความเข้มงวดเพราะอยากให้ลูกได้ดี  เป็นเวลาสิบๆปี   สุดท้ายเป็นมะเร็งเต้านมทั้งๆ   ที่ไม่มีประวัติกรรมพันธุ์
          -  ผอ.โรงเรียน หัวใจวาย ตาย   สองแล้วในรอบสอง เดือนนี้
    - ครูสาวที่ดุมาก  เครียดจัดและเข้มงวดกับเด็ก  ดุด่าเด็กทุกวันโดยไม่มีเหตุผล  สุดท้ายเป็นมะเร็งต้องฉายแสงอยู่ในขณะนี้
-    นักธุรกิจหญิง  เครียดจัดหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 หลังจากนั้น 3 ปี เกิดมะเร็งเต้านม ไม่มีประวัติกรรมพันธุ์เช่นกัน
-    นักธุรกิจ  เป็นผู้จัดการ  ทำงานหนักมาก สุดท้าย สลบไป สามวัน ตื่นขึ้นมา จำอะไรไม่ได้เป็น อาวล์ ไซด์เมอร์ ไปเลย
-    นักเรียน เรียนในโรงเรียนเข้มวิชาการ  สอบได้คะแนนดี   เรียน/ทำการบ้านหนัก   นอนดึก แต่ อายุ 17ปี ตายจากโรค SLE  (เราจะสังเกตได้ว่าคนเป็นโรค SLE จะนอนดึก ทำงานหนัก   เช่น คุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ ) 
    จะเห็นว่าความเครียดเป็นสิ่งที่เป็นภัยกับชีวิตทุกคน   และเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาถ้าเราไม่ระวังตัว  เปรียบเสมือนฆาตกรที่อยู่ในตัวเรา  ถ้าเราไม่ระมัดระวังก็จะทำให้เราตายได้  เป็นฆาตกรตัวจริงโดยที่เราไม่รู้ตัว    และเมื่อรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว



ทำอย่างไรไม่ให้เครียด
    1) เดินสายกลาง   รู้จักปลงตกเมื่อทำสิ่งใดดีที่สุดแล้วไม่สำเร็จ  ก็ต้องรู้จักปล่อยวาง  อย่าคาด หวังสูง
    2) มีสติตลอดเวลา    สำรวจสภาพของตนเองขณะนั้นว่ามีความเครียด มาก หรือรับงานมากไปหรือไม่  
             3)   ต้องแบ่งเวลาให้ตัวเอง  ในการพักผ่อน   ออกกำลังกายทุกๆวันอย่างน้อย ½ - 1 ชม./วัน
    4) นั่งสมาธิ  จะทำให้สมองปลอดโปร่ง    คิดอะไร ออกมากขึ้น   เป็นอาหารสมอง  เช่นสูดหายใจลึกๆ ช้าๆ  แล้วสมองคิดตาม     หรือการฝึกจิตคือการสังเกตที่หัวใจเต้นตึ๊บๆ ตลอดเวลา  เอาความคิดไปจดจ่อที่หัวใจ       ตอนแรก อาจใช้มือแตะที่กลางหน้าอก แถวลิ้นปี่ แล้วตั้งใจ เอาความคิด ความรู้สึก ไปที่ปลายนิ้ว จะรู้สึกว่ามีอะไรเต้นตึ๊บๆ  แล้วค่อยๆ เอามือออก         รายละเอียดไปฝึกฝนได้ที่ศูนย์พัฒนาจิต ที่จังหวัดพังงา     หรือในกทม.โทร 02-2237223-4    01-8318522

    5) มีจิตใจดี  เมตตากรุณา  รู้จักให้ผู้อื่น  คิดในแง่ดี   คิดบวก    (จิตใจผ่องใสบริสุทธิ์)
     
    6) ไม่เข้มงวดเกินไป  ให้อะลุ้มอล่วย  รู้จักยืดหยุ่น   รู้จักให้อภัย
    7) เรียน/ทำงาน  ในสิ่งที่ตนเองชอบ
    8) ไม่วิตกกังวล ล่วงหน้ามากเกินไป   
             9) มีมุมมองในการแก้ปัญหาที่กว้างขึ้น   คิดในหลาย ๆ แง่มุม  และหลายๆด้าน
            10) คิดแต่เรื่องดีๆในชีวิต   ไม่คิดถึงอดีตที่มีแต่ความทุกข์
              11)เอาใจเขามาใส่ใจเรา
         12) พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง
         13) รู้จักไว้ใจผู้อื่นในการ  มอบหมายงานให้ทำ  อย่าเหมาทำเองหมดเพราะไม่ไว้ใจใคร  หรือกลัวว่าเขาจะทำไม่ได้ดี
         14) เวลาทำงานไม่จำเป็นต้องรีบเร่งมากเกินไป  
         15)  นอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ
         16) ฟังเพลง  ,  เล่นดนตรี   เต้นรำ  ทำงานอดิเรกที่ชอบ   เปิดเพลงฟังขณะทำงาน
              17)  กิน   ผัก  ผลไม้  ถั่วต่าง ๆ  หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์     ของมันๆ      ของทอดในน้ำมันดำ   อาหารปิ้ง/ย่างไหม้ดำ       อาหารใส่สี    พริกป่น/ ถั่วป่นที่ทิ้งไว้นาน   ไม่สูบบุหรี่ กินเหล้า


ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเพิ่ม

ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มมากขึ้นสาเหตุจาก  ความเครียด   การทำงานหนัก   เข้มงวดเกินไป   ไม่มีเวลาพักผ่อน   ออกกำลังกาย   การเป็นทุกข์วิตกกังวลนานๆทางป้องกันคือ
                                 -       ออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
-    อารมณ์ดี, ไม่เครียด ไม่โกรธ หรือวิตกนาน
-    กิน   ผัก  ผลไม้  ถั่วต่าง ๆ 
-    หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์     ของมันๆ      ของทอดในน้ำมันดำ   อาหารปิ้ง/ย่างไหม้ดำ       อาหารใส่สี    พริกป่น/ ถั่วป่นที่ทิ้งไว้นาน
-      ไม่สูบบุหรี่ กินเหล้า
-    จิตใจดี    มีเมตตาต่อทุกคน
-    มองโลกในแง่ดี
-    นั่งสมาธิ

 




ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com