ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article

                    จากประสบการณ์เป็นแพทย์มากว่า  20 ปี  พบว่าส่วนใหญ่  มีปัญหาสุขภาพ เด่นๆ หลายด้าน  และสามาถป้องกันได้      จึงอยากจะให้ทุกท่าน ช่วยกันดูแลสุขภาพของตนเอง   และบุตรหลานเพื่อมิให้เจ็บป่วยในโรคที่ป้องกันได้       เพราะหากเจ็บป่วยแล้ว จะต้องทนทุกข์ทรมานจากโรค ทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย  แม้จะมีโครงการ 30 บาท แต่ก็ไม่ได้จ่ายให้เราครบทุกโรค เช่นการฟอกไต ซึ่งบางคนถึงกับต้องขายทรัพย์สินที่อยู่อาศัย ที่เคยสะสมไว้ตั้งแต่วัยทำงานจนหมดสิ้น    แถมยังเป็นหนี้เป็นสิน ก็ยังไม่เพียงพอในการักษาโรค 

                    ดังนั้น ดิฉันจึงอยากจะให้ความรู้  และข้อมูลในการป้องกันโรค ที่พบกันบ่อยในประชาชนเขตนี้ดังนี้
1)    โรคเบาหวาน ถึงแม้ไม่มีกรรมพันธุ์ บางคนก็เป็นเบาหวานได้      เกิดจากการที่ บางคนชอบกินของหวาน หรือกินอาหารทุกอย่างต้องเติมน้ำตาล    จนวันหนึ่งมีอาการของโรคเบาหวาน คือ ปัสสาวะบ่อยขึ้น,  ชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หิวบ่อย กินบ่อย หิวน้ำบ่อย แต่ผอมลง
                                บางคนถึงแม้มีกรรมพันธุ์พ่อแม่ เป็นเบาหวาน        แต่ก็ไม่เป็นโรคนี้ ถ้าไม่กินอาหารที่หวานมาก พยายามไม่กินของหวาน   หรือไม่ใส่น้ำตาล
                                อันตรายของเบาหวานคือ ถ้าน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า 150 mg /dl นาน ๆ เข้าจะทำให้เป็นโรคตาบอดได้ (เบาหวานขึ้นตา) , โรคไตวาย, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ แผลหายยาก ต้องตัดแขนขาดังที่เราเคยเห็นๆกัน  เป็นผื่นคันตามลำตัว บางคนน้ำตาลสูงมาก ๆ 300 -400 mg /dl  โอกาสช็อดตายได้เช่นกัน
                                ดังนั้นจึงอยากจะให้ทุกท่าน ระมัดระวังในการกินหวาน ไม่ว่าของหวานทุกอย่างพยายามหลีกเลี่ยง  หรือกินหวานน้อยๆ         ผู้ขายของหวานขนมหวานก็อย่าใส่น้ำตาลจนหวานจี๊ด ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนเราด้วย
                                หากเป็นเบาหวานแล้วก็ต้องห้ามกินของใส่น้ำตาล    ห้ามกินผลไม้ที่หวานจัด เช่น เงาะ ทุเรียน ลำไย ลินจี่ แตงโม    ห้ามกินของหวาน  นมข้น ยาคูลท์
                                ทำกับข้าวก็ห้ามใส่น้ำตาล  ให้กินพวกแป้งน้อยๆ เช่น ข้าว, ข้าวเหนียว โดยเฉพาะมื้อเย็น
                                พยายามหมั่นออกกำลังกาย และดูแลมือ เท้า อย่าให้เป็นแผล
                                ในคนไข้เบาหวานที่กินยาเบาหวานมาก ๆ หรือยาอื่น ๆ มาก โอกาสเกิดเป็นโรคไตวายสูงเพราะฉะนั้นควรให้กินยาน้อยสุด    แล้วควบคุมอาหารเอา       และ   ถ้ากินยาเบาหวานมากๆ     จะทำให้หิวบ่อย ก็กินบ่อย  น้ำตาลก็เพิ่มขึ้น   เบาหวานก็คุมยาก
                                 อาการของเบาหวานอีกอย่างคือ ภาวะน้ำตาลต่ำ ถ้าเป็นมาก โอกาสเสียชีวิตได้  อาการของภาวะน้ำตาลต่ำคือ อาการหิวโหย ใจสั่นมือสั่น   เราต้องรีบอมลูกอมหรือของหวาน ๆ เล็กน้อยทันที     ถ้าไม่ทันการณ์ก็ตายได้เช่นกัน   แต่บางคนก็ชอบอ้างกับตัวเองว่าจะน้ำตาลต่ำ ก็กินของจุกจิก หรืออมลูกอม บ่อยๆ แล้วกลับมีน้ำตาลในเลือดสูง
2)    โรคไขมันในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ตีบตัน เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาตได้ เกิดจากการที่เราชอบกินของมัน ๆ หรือของทอด      เพราะฉะนั้นในคนที่มีไขมันสูงควรหลีกเลี่ยง ของทอด, กะทิ, ไข่แดง, เครื่องในสัตว์, หอยนางรม, ปลาหมึกอาหารทะเล   ยกเว้นปลากินได้ แต่พยายามอย่าทอด   หากจะทอดให้ใช้น้ำมันที่ทำจากถั่วเหลือง    พยายามหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ยกเว้นปลาทานได้
                                ในปัจจุบัน จะพบว่าคนที่กินเจ จะไม่ค่อยมีไขมันในเลือดสูง
 
3)    โรคความดันโลหิตสูง เกิดจากชอบกินเค็มจัด  ของมัน ๆ  บ้างานและมีความเครียดนานๆ   ทำให้ไตวายและเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพาตหรือตายได้ทันที       เราต้องพยายามอย่าเครียดนาน อย่าบ้างานมากไป     มีเวลาพักผ่อนส่วนตัว    หมั่นออกกำลังกายทุกวัน    และงดกินของเค็มๆ มันๆ    
              เมื่อรู้ตัวว่าเป็นความดันโลหิตสูง   จะต้องกินยาตามแพทย์สั่ง เพราะหากกินๆหยุดๆ   อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โดยไม่รู้ตัว บางคนสูงมากจนเส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาต และตายไปก็มี       และห้ามสูบบุหรี่ หรือกินเหล้า    ( หรือกินกาแฟ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว)

4)    โรคปวดข้อปวดกระดูก มักจะเป็นในผู้ป่วยที่อ้วนมากเกินไป หรือคนที่ไม่ค่อยได้ทานอาหารที่มีแคลเซียม ซึ่งมีอยู่ในนม, งาดำ, ถั่วแดงหลวง, ลูกเดือย, ปลาเล็กปลาน้อย, กุ้งแห้ง, ผักใบเขียว ในงาดำและถั่วแดงหลวงมีแคลเซียมมากกว่านม 8 – 15 เท่า
                               หากไม่มีเงินซื้อนม (กล่องละ 10 บาท) ก็ซื้อแคลเซียมเม็ดกินได้เม็ดละบาทที่ศูนย์ก็มี  กินได้ทุกวัน แม้ในเด็กโต (เด็กเล็กก็ต้องลดสัดส่วน โดยปรึกษาแพทย์)
                               อีกอย่างในคนที่ปวดหัวเข่า คือ ต้องลดความอ้วน โดยกินแป้งน้ำตาลน้อย ๆ   หมั่นออกกำลังกาย    ห้ามนั่งพับเพียบ หรือนั่งยองๆ   หรือนั่งคุกเข่า  อย่าขึ้นบันไดบ่อยๆ 

5)    โรคผื่นคัน บางคนจะแพ้สบู่ มีอยู่ 2 – 3 ยี่ห้อ ขึ้นต้นด้วย ลั - , นก- - (สีเขียว) โดยเฉพาะ ลั- พบว่าประชาชน, เด็กแพ้บ่อยมาก การรักษาคือต้องเปลี่ยนเป็นสบู่เด็กอ่อน ที่เป็นก้อน ไม่ใช่สบู่น้ำ(เหลว) และพยายามอย่าเครียด ควรกินยาถ่ายพยาธิ   และอย่าให้ฟันผุ       เมื่อคันพยายามอย่าเกาเพราะยิ่งเกา ยิ่งมีผื่นขึ้น
6)    โรคไตวาย บางคนชอบกินเค็มจัด  อะไร ๆ ก็เติมเกลือ  หรือน้ำปลา  หรือกินยาบางอย่างมากเป็นประจำ เช่น ยาแก้ปวด   พบว่า คนไข้อายุ 30 ก็ไตวายได้ เพราะชอบกินเค็มจัด ต้องเสียเงินฟอกไตเอง เดือนละเป็นหมื่น ๆ ซึ่งโครงการ 30 บาท ไม่ได้รองรับ          เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามกินยาให้น้อยที่สุด และอย่ากินเค็มจัด
7)    โรคฟันผุ ในเด็ก ๆ ที่พ่อแม่  หรือครูไม่มีความรู้    มักจะให้ซื้อลูกอม ทอฟฟี่ ช๊อคโกแลต แล้วไม่ค่อยได้แปรงฟัน     หรือไม่แปรงฟัน หลังอาหาร   คนเป็นโรคฟันผุ จะตัวเล็ก ร่างกายไม่ค่อยเจริญเติบโต
8)    โรคมะเร็ง ในผู้ใหญ่มักเกิดจากความเครียด สะสมนาน รวมกับพฤติกรรมการกินเช่น กินเนื้อสัตว์มาก    ไม่ชอบกินผัก  ชอบกินของย่างปิ้งไหม้ดำ, อาหารที่มีสีฉูดฉาด, ขนมกรุบกรอบ, ของทอดในน้ำมันดำ เช่น ปลาท่องโก๋, กล้อยแขก, ไก่ทอด   ควรจะต้องดูว่าน้ำมันที่ทอดดำหรือไม่          (แม่ค้าก็ควรใช้น้ำมันที่ไม่ดำมาทอดขาย)   ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย      และมีบุคลิก เป็นคนขี้โมโห, โกธรง่าย, เอาจริง เอาจัง กับชีวิตมากไป  บ้างานไม่ได้พักผ่อน     นอนดึก   เป็นคนเข็มงวดมากเกินไป ไม่ยืดหยุ่น    จิตใจไม่งาม      เห็นแก่ตัว ไม่มีเมตตากรุณา เหล่านี้มีผลต่อสารเคมีในสมอง ซึ่ง เป็นตัวทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง เกิดเป็นมะเร็ง,      SLE  (โรคภูมิต้านทานต่อตนเอง) ได้ง่าย
9)    โรคท้องเสีย บางคนถึงตายได้ เพราะร่างกายขาดน้ำ   หรือช็อคจากพิษเชื้อโรค   ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ    มักเกิดจาก การกินอาหาร หรือ น้ำที่ไม่สะอาด กินอาหารที่มีแมลงวันตอม, หรืออาหารที่ค้างคืน เพราะฉะนั้นเวลาซื้ออาหารควรจะซื้ออาหารที่มีภาชนะปกปิด มีฝาปิดหรือผ้าพลาสติกคลุม        เมื่อซื้อมาแล้วควรจะอุ่นโดยการต้มให้เดือด 5 – 10 นาที อีกครั้ง       การอุ่นด้วยไมโครเวฟไม่ช่วยฆ่าเชื้อโรค    เวลากินผักสด ผลไม้ ควรจะล้างให้สะอาด เช่นกัน     ที่ง่ายๆ ก็คือซื้อด่างทับทิมซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไป  มาแช่น้ำ ใส่สัก 2 – 3 เกล็ด พอให้น้ำเป็นสีชมพูใส ๆ แล้วแช่ไว้สักครึ่งชั่วโมง   นำมาล้างน้ำเปล่าอีกรอบ ก็จะช่วยฆ่าไข่พยาธิ ได้,      ส่วน สารเคมีที่ติดในผัก ผลไม้ ก็พอ จะออกไปบ้างบางส่วน  
                     เมื่อมีอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำเหลว หลายครั้ง   ต้องไปพบแพทย์       พยายามอย่าซื้อยากินเอง     ถ้าจะซื้อให้ซื้อพวกยาฆ่าเชื้อ        ดีกว่าซื้อยาหยุดถ่ายพวกโล......   เพราะจะทำให้ พิษของเชื้อกระจายเข้าสู่ร่างกายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้    ยิ่งมีอาการอาเจียนร่วมด้วยยิ่งอันตราย    เมื่อไปพบแพทย์แล้ว กินยาแล้ววันรุ่งขึ้นไม่ดีขึ้นควรจะ  ไปพบแพทย์อีกครั้ง         หรือหากท้องเสีย อาเจียน จนกินไม่ได้เลยควรต้องไปนอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือทันที

10)    โรคไข้เลือดออก ไข้เลือดออกในบางคนที่ไม่เคยเป็น จะมีโอกาสเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อาการโรคนี้คือ มักมีไข้สูง 3 – 5 วัน หน้า/ปากแดง  กินอาหารไม่ค่อยได้ เบื่ออาหาร   มักไม่มีน้ำมูก,ไอ       บางคนก็อาจจะปวดท้อง  และเมื่อไข้ลดลงจะมีอาการช็อคตามมา ได้     ในคนไข้ที่กินอาหารไม่ได้เลย   ต้องรีบส่งโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือ โดยเฉพาะในวันที่ 3 – 5 เพราะฉะนั้นลูกหลานใคร ที่มีอาการไข้สูง กินไม่ได้เลยทั้งวันรีบไปโรงพยาบาลทันที       ในผู้ใหญ่ก็เป็นได้
                     การป้องกันโรคนี้ สามารถป้องกันได้ โดยเราทุกคนช่วยสำรวจดูว่าในบริเวณบ้าน มีน้ำขังที่ไหนบ้าง  ไม่ว่าในแจกัน, ถ้วยรองขาตู้/โต๊ะ ที่มีน้ำขัง       อ่างน้ำ โอ่งน้ำ ยางรถยนต์เก่า ต้อง เทน้ำทิ้งทุก 7 วัน เช่นทุกวันเสาร์   ให้ลูกหลานมาช่วย ผู้ใหญ่ตรวจดูรอบบ้าน     แถมช่วยบอกเพื่อนบ้านช่วยกันดูแล         รวมทั้ง หากในที่ๆ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่     ให้ใส่จุลินทรีย์ (วิธีทำให้โทรถามพยาบาลเยี่ยมบ้าน ที่ศูนย์ 57)    หรือใส่ปลาหางนกยูง      และให้นอนกางมุ้งด้วย

             11) ในคนสูงอายุ หรืออายุมากกว่า  30  ปีขึ้นไป     ควรลดอาหาร พวกหวานจัด   มัน   เค็มจัด  เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ดีสำหรับร่างกาย  ก่อให้เกิด หลายโรค

                                ทั้งหมดนี้ก็เป็นโรคที่พบบ่อยในประชาชนเขตนี้     จึงอยากจะให้ทุกคนที่ได้อ่าน เอกสารนี้แล้ว ช่วยกันปฏิบัติ  และช่วยบอกต่อเพื่อนบ้าน หรือเอาไปให้เพื่อนบ้านอ่านกัน เพื่อพวกเราจะได้ปลอดภัยจากโรคที่ป้องกันได้       สุขภาพเราก็จะดี ไม่เจ็บป่วยทุกข์ทรมานเสียเงินทองจากโรคที่ป้องกันได้

   

                                ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี แข็งแรงทุกคน    

                                                     ด้วยความปรารถนาดีจาก

                                 พท.พญ กมลพรรณ  ชีวพันธุศรี        




ทักษะชีวิต

เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com