ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article

           
จากข่าวเด็กไทยไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย   ซึ่งเราได้ยินบ่อยๆ       การวัดไอคิว  วัดได้จากอายุสมองเทียบกับอายุจริง ปกติควรอยู่ที่ 90-110 เป็นการวัดความสามารถทางคิดวิเคราะห์   การ คำนวณ  แต่ไม่ได้วัดความคิดสร้างสรรค์

 เด็กไทยเรามีไอคิวลดลง  ตามอายุที่มากขึ้น   รายละเอียด
รายงาน    สถานการณ์เด็กไทย                                         

     
พ.ญ.จันทร์เพ็ญสธ ปี ที่มาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ,  มติชน
.
                          ปี  2544                
                     
              อายุ     1-3 ปี  ระดับ ไอคิว เฉลี่ย 102.5   
                                    

               อายุ     6-12ปี        ระดับ ไอคิว เฉลี่ย 91.2                                       

             อายุ    13-18        ปี ระดับ ไอคิว เฉลี่ย 88 - 89


                             
วิจัยของ  พ.ญ.นิชรา  เรืองดารกานนท์    (ร.พ.รามา)  ปี

2546                                              
อายุ 1-3 ปี      ปี ระดับ ไอคิว เฉลี่ย  100.5   

  อายุ     3-6    ปี ระดับ ไอคิว เฉลี่ย          91.1   

อายุ6-12    ปี ระดับ ไอคิว เฉลี่ย          88   

อายุ13-18 ปี ระดับ ไอคิว เฉลี่ย             86.7   

 และมีวิจัยของ พ.ญ.แสงโสม  สีนาวัฒน์กรมอนามัย  สธ   ในคอลัมน์ .คุณลมเปลี่ยนทิศ           หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

                                                                   
    การศึกษาในอเมริกา  มีบทบาท 3 อย่าง

1)    ทำให้ ไอคิวเพิ่มขึ้น   สมองมีการเจริญเติบโต โดยเฉพาะใยประสาทที่เชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์และป้องกันโรคสมองเสื่อม
2)    ทำให้มีพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดี, มองตนเองทีคุณค่า มีทักษะด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะชีวิต, ทักษะสื่อสาร    ลดพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น การสูบบุหรี่ ฯลฯ
3)    เป็นพลเมืองดี


อเมริกา   หรืออังกฤษมีไอคิวเฉลี่ย   กว่า  120 
  แต่ในเมืองไทยที่คนไทย ต่ำ มีข้อวิเคราะห์ดังนี้

1.     ระบบการศึกษา ผู้จัดการศึกษาขาดความรู้ด้านพัฒนาสมองที่ไม่ได้พัฒนาตามผลวิจัย    เนื่องจากเราจะเน้นเนื้อหาวิชาการมากมาย   และเรียนสิ่งที่ไกลตัวมากว่าใกล้ตัว  ซ้ำซาก     และขาดการกระตุ้น  และไม่มีเวลาให้เด็กฝึก คิด  หรือลงมือทำ จริง   ขาดการนำเอาไปใช้ในชีวิต  จริง

  เช่น พฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพตนเอง ทั้งกายและจิต       ยิ่งหลักสูตรการศึกษาปี44 ที่เพิ่มสาระการเรียนรู้ที่มากขึ้นร่วมกับ   ระบบแอดมิชชั่น      ยิ่งทำร้ายเด็ก เพราะบังคับให้เด็กต้องเรียนในโรงเรียน  ทั้งสามปี(GPA)   ในทุกวิชาที่ทั้งชอบ/ถนัด  หรือไม่ชอบ/ไม่ถนัด           

วิชาที่เรียนมีทั้งหมดแปดหมวดสาระ แยกย่อยกว่า 20 วิชาเช่นหมวดสังคม  มีวิชา     ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์  หน้าที่พลเมือง ศาสนา  เศรษฐศาสตร์   กฎหมาย ดาราศาสตร์    ซึ่งเรียนซ้ำๆทุกปี   ฯลฯ
รวมทั้งการสอบONET  ที่ ต้องใช้วิทยาศาสตร์   เคมี ชีวะ ฟิสิคซ์ ที่ไม่ได้ตรงกับคณะที่จะเรียน     สมองเด็กต้องถูกกระทำ  ให้จำเพื่อไปสอบมากมายซ้ำซาก เป็นเวลานๆ     

                        บางโรงเรียนครูมีความสามารถในการสอนให้เด็กคิดเป็นแต่หลายโรงเรียน ไม่มีครูเช่นนั้น       หลายโรงเรียนครูไม่มีความยุติธรรม       มีการกักข้อสอบเพื่อสอนพิเศษเรียกเงินผู้ปกครอง แต่รัฐยังไม่มีมาตรการใดๆ ทั้งควบคุมโรงเรียนกวดวิชาและ  ควบคุมครูที่มีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง  

  หลังจากการประกาศแอดมิชชั่น      การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน    ยังไม่เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร    คุณภาพครู    คุณภาพการเรียนการสอน  ยังเป็นเหมือนเดิม    และผู้ออกข้อสอบ เอ็นทร้านซ์ ก็เกือบชุดเดียวกันกับ แอดมิชชั่น    

    ผลกระทบจึงตกกับผู้ปกครอง และเด็ก  ไทยทั้งประเทศ            ขณะนี้ก็เริมมี ข้อผูกพันธุ์(MOU)ของมหาลัยจุฬากับสาธิตจุฬา ปทุมวัน และ เตรียมอุดม   ซึ่งต่อไป โรงเรียนไหนไม่มีคุณภาพเด็กไม่สามารถเข้าเรียนในมหาลัยได้   ซึ่งข้อดีก็มีคือโรงเรียนอื่นๆต้องปรับตัว   แต่ข้อเสียคือเด็กแย่งกันเข้าโรงเรียนไมกี่โรงเรียน  และผู้ที่มีความสามารถน้อย  หรือมีเงินน้อย  ก็อดเข้ามหาลัยดีๆไป  
     
                    (    อีกอย่างหนึ่งแอดมิชชั่นที่บอกว่าจะต้องปรับเกรดเด็ก  จุดนี้ต้องระวังในเรื่องความโปร่งใส    และมีเกณฑ์   ปรับอย่างไรสื่อน่าจะช่วยติดตาม      ถ้าไม่ปรับอาจารย์มหาลัยก็รับภาระหนักในการพัฒนาเด็กที่มีคุณภาพแตกต่างกันมาก ซึ่งอาจจะเป็นเหตุที่มาของ MOU  จุฬากับสาธิตจุฬา ฯลฯ)

2   พ่อแม่ผู้เลี้ยงดู ยากจน การศึกษาน้อย   หรือมีฐานะการเงินและเรียนสูงแต่   ขาดความรู้ในการเลี้ยงดูบุตร    การพัฒนาสมอง   ทำให้
-    เด็กขาดสารอาหาร สมองขาดสารอาหาร
-    เด็กได้รับการพัฒนา และส่งเสริมที่ไม่ถูกทาง

เพราะฉะนั้นการที่เด็กมีแม่จบการศึกษาต่ำ ๆ   หรือเรียนสูงๆจบปริญญาเอก  แต่ขาด ความรู้ในการเลี้ยงดูเด็ก จะมีความสามารถในการพัฒนาบุตรหลาน ต่ำกว่าแม่ที่เรียนรู้เรื่องพัฒนาการสมอง   ยิ่งฐานะยากจนยิ่งจะมี IQ ต่ำกว่า เนื่องจากมารดาเหล่านี้ไม่รู้ว่าจะกระตุ้นพัฒนาการเด็กได้อย่างไร เช่น การพูดคุย, ใช้ของเล่น, เล่นกับเด็กอื่น การให้ความรักความอบอุ่นฯลฯ   

    3     กระแสสังคม     และระบบการสอบเข้าระดับต่างๆ หรือการสอบชิงทุน     ที่เน้นการแข่งขันแต่ด้านวิชาการ  ความจำ  ไม่ได้เน้นทักษะชีวิต   การวิเคราะห์             เนื่องจากประชาชน/สังคมขาดความรู้ที่ถูกต้องในการพัฒนาบุตรหลาน


              ทางออกของพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการป้องกันลูกไอคิวต่ำ

1  ต้องมีสติเตือนตนเอง  รวมทั้งตัวเด็กเอง  ว่า  ที่เรียนๆมานั้น เราใช้ประโยชน์  อะไรได้บ้างนอกจากการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว    ลูกได้อะไร  ที่จะไปใช้ในชีวิตจริง  หลังจากไปโรงเรียน   อย่าเน้นแต่เกรดหรือคะแนน   

ข้อมูลจากสภาพัฒน์ ฯ   พบว่า   เด็กที่จบปริญญาตรี  ตกงาน กว่าสี่แสนคน  โดยเฉพาะสายสังคมฯ    แต่ที่ขาดคือสายอาชีพ   เพราฉะนั้น หากลูกไม่ชอบ หรือเรียนไม่เก่ง  ให้ไปเรียนสายอาชีวะ ดีกว่า   โดยดูโรงงเรียนที่มีคุณภาพเช่นไทยเยอรมัน  , โรงเรียนที่เด็กไม่ตีกัน  หรือหลังเลิกเรียนก็เปลี่ยนชุดโรงเรียนเอา    หรือเรียนอี เลินนิ่ง  แล้วทำงานไปด้วย ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ    ซึ่งจะได้ทักษะชีวิตมากกว่า 

อย่าลืมว่า  หากลูกจะเข้ามหาลัยเราต้องเสียเงิน กวดวิชา    ต้องมุมานะเรียนให้ดีๆทั้งสามปีในม.4-6   ต้องเครียดกันทั้งครอบครัว เพราะต้องหาเงินเรียนพิเศษ     ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า  แล้วลูกเราได้อะไร เพื่อเพิ่มสติปัญญา   ที่ เป็นทุนในการประกอบอาชีพหรือไม่  คิดเป็นมากขึ้น   หรือไม่ วิชาที่เรียนนั้นทุกวิชา  มีประโยชน์อย่างไรต่อลูกเรา   

 หรือยิ่งทำให้ไอคิวลดลง   อย่าลืมคิดถึงข้อนี้ให้ได้    แล้วท่านจะได้ไม่เสียค่าโง่  ซื้อความโง่ให้ลูกเราเอง

2 พ่อแม่ต้องสอนทักษะชีวิตให้ลูก   ทักษะชีวิตคือ ประสบการณ์ หรือความเป็นจริงที่คนจริงๆต้องเผชิญ หรือต้องทำเป็น   ยกตัวอย่างง่ายๆ  ทักษะในการเดินทาง ขึ้นรถเมย์  รถไฟฟ้า  ทักษะในการทำอาหาร  ทักษะในการติดต่อสื่อสาร       ทักษะในการป้องกันตนเองจากภัยต่างๆ รอบตัว   ต้องรู้ว่าโลกภายนอกมีอะไรต้องระวัง  โดยเฉพาะเด็ก หญิง     ทักษะด้านการเอื้ออาทร  ฯลฯ

3    อย่าเน้นการแข่งขันคะแนน  หรือเกรด เพียงอย่างเดียว  แต่ดูว่าลูกได้อะไรเมื่อไปโรงเรียน


4   ให้ลูกหัดทำงานตามวัย ในวัยรุ้นให้ช่วยงานธุรกิจพ่อแม่ หรือ รับจ้างหาเงินใช้เองบ้าง   เพื่อฝึกทักษะในการทำงาน การอดทน   การใช้เงิน  ฯ


 ด้วยความปรารถนาดี 
พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี     <a href=mailto:ch_kamolpan@hotmail.com>ch_kamolpan@hotmail.com</a>



วิธีเพิ่มไอคิว      20 กค, 46

ช่วยดูแล และทำได้ตั้งแต่แรกเกิดจนเป็นเด็กโต  ได้แก่
       1  Interaction    การมีปฏิสัมพันธ์    สัมพันธภาพที่ดี  กับผู้เลี้ยงดู   บุคคลใกล้ชิด

       2  Touch       การสัมผัส  โอบอุ้มในเด็กเล็ก  ด้วยความรัก  ความเมตตา  ในเด็กโตก็ให้ความรักความอบอุ่น   เด็กทารกที่เรียนรู้การสัมผัส  การอุ้มที่กระแทกกระทั้น  หรือปล่อยให้เขาร้องไห้นานเกินไป เขาก็จะเรียนรู้ความรุนแรง  ความไม่มั่นคง  ปลอดภัยในชีวิต  มีผลต่ออารมณ์เขาเมื่อโตขึ้น

       3 Stable Relation ship ความสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ   จะทำให้เด็กรู้สึกเชื่อมั่นในตนเอง

       4 Safe, healthy environment สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สมบูรณ์    มีความสุขได้แก่
                   - เด็กได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เครียด  ไม่มีแรงกดดัน  เช่นพ่อแม่มีอารมณ์ดี ไม่เครียด หรือไม่ใช้อารมณ์ หรือการกระทำที่รุนแรงต่อเด็ก และไม่ทะเลาะหรือตีกัน หรือพูดคำหยาบ ให้เด็กเห็น  ไม่คาดหวังจากลูกสูงเกินไป  เพราะจะกดดันเด็กทำให้เขาเครียดได้
-    สถานที่ปลอดภัย   
-    สิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษ  เช่น มลภาวะ จากสารตะกั่ว  ปรอท  หรือควันบุหรี่  

5    Self esteem   การมองเห็นคุณค่าของตนเอง  ได้จากการที่เด็กได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ           เด็กได้ทำอะไรแล้วสำเร็จด้วยตัวเอง   ได้รับการยกย่อง  ไม่ถูกตำหนิ หรือด่าบ่อยๆ    คำด่าเด็กทำให้เด็กรู้สึกไม่มีค่า ด่าบ่อยๆเด็กคิดฆ่าตัวตายติดยาเสพติดได้

6    Quality care   การเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ  จากการที่ผู้เลี้ยงดูต้องมีความรู้ในการพัฒนาเด็กที่ถูกต้อง  เช่นการให้อาหารที่ถูกหลัก ครบถ้วน  การให้ความรัก ความอบอุ่นที่สม่ำเสมอ   การให้โอกาสเด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ทางด้านต่างๆ ในชีวิต  ที่ไม่ใช่เพียงแต่วิชาการอย่างเดียว

7    Communication   ความสามารถในการสื่อสาร  พบปะผู้คนที่หลากหลาย
 เด็กทารกที่พี่เลี้ยงไม่ค่อยพูด จะทำแกพูดช้า หรือเด็กที่ผู้เลี้ยงดูพูดหลายภาษา ก็จะพูดช้า เพราะเด็กจะรู้สึกสับสน

8    Playing & Activity&Working  การเล่น  การทำกิจกรรม  การช่วยเหลือตัวเองตามวัย   การทำงาน      ได้ฝึกทักษะที่มากมาย  ไม่ว่าการพัฒนากล้ามเนื้อ  การเจริญเติบโต  การสร้างไหวพริบ  จินตนาการ   การสร้าง กลยุทธ์ต่างๆ  การวางแผน  การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น   จากการที่เด็กได้เล่น   การทำกิจกรรม  และการทำงาน  ยิ่งได้ทำเป็นกลุ่มหรือกับเพื่อนๆ  ยิ่งมีประโยชน์มาก

9    Music  ให้เด็กได้ฟัง ดนตรี   เพลง  และการแสดงออกทั้งการเต้น  การร้องเพลง  ช่วยให้ใยประสาท  เจริญเติบโต  สมองได้รับการพัฒนา

10      Reading การอ่าน
การอ่านให้เด็กฟังมีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตเด็กทารก   ยิ่งอ่านให้เด็กฟังมากยิ่งเกิดการเจริญเติบโตของสมองที่พัฒนาด้านการฟัง   การพูด  (ในเด็กทารก )  การอ่านบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้เด็กพูดได้เร็วขึ้น  รวมทั้งการชี้รูปภาพในหนังสือให้เด็กเห็นบ่อยๆ   ในเด็กโตก็ให้เขาอ่านเอง  ตามเรื่องที่เขาชอบ  โดยไม่ใช่เป็นการบังคับ  ( ทำอะไรกับเด็กก็แล้วแต่ พยายามพูดคุยกันถึงเหตุผล ที่ต้องทำ  พยายามหลีกเลี่ยงการสั่งบังคับจากผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียว  รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน     และที่สำคัญผู้ใหญ่ต้องมีเวลาสังเกตสีหน้าเด็กว่ามีความไม่สบายใจอะไรหรือไม่ ทุกวัน    และสังเกตพฤติกรรมเขาด้วย เพื่อป้องกันการติดยาเสพติดและฆ่าตัวตาย)

11     Sleeping  การนอนหลับ ที่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตดี    เด็กที่นอนไม่พอ  อารมณ์จะหงุดหงิด  ความสามารถในการเรียนรู้จะลดลง  มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

12     Proper  Response  การตอบสนองที่เหมาะสม ในทารกควรตอบสนองทันทีที่เขาร้องไห้     แต่ในเด็กโต  อาจจะต้องฝึกให้เขาหัดรอคอย  หรือรับรู้ความผิดหวังบ้าง

13     Nutrition  อาหารที่มีประโยชน์ อย่างเพียงพอครบถ้วน  โดยเฉพาะธาตุ เหล็ก  แคลเซี่ยม ไอโอดีน  โฟลิค  โปรตีน  วิตามิน บี  ได้แก่พวกปลา  ถั่วต่างๆ   เครื่องในสัตว์   หอยแคลง   งาดำ  ถั่วแดงหลวง  ถั่วเหลือง นม ไข่  ผัก ผลไม้ต่างๆ  อาหารครบห้าหมู่
                การเพิ่ม IQ  ( Dr.Jone Payne)
              - .ให้วิตามินรวมและเกลือแร่ วิตามิน C   B
-    เพิ่มการกินผัก-ผลไม้
-    กินอาหารไม่ขัดสี  เช่น ข้าวกล้อง แทนขนมปัง/ข้าวขาว
-    การจำกัดการกินของหวานโคก คุกกี้ เค้ก  ไม่มาก/น้อยเกินไป

             14   Experiance  : มีประสบการณ์ สัมผัสคน  สิ่งของ   การงาน   กิจกรรม   ที่หลากหลาย   ทำให้สมองถูกกระตุ้นการทำงาน ได้หลากหลายหน้าที่  ไม่ว่าด้านไหวพริบ  จินตนาการ  การรู้หลบหลีก  วางแผน ฯลฯ
นึกภาพในการเขียนคำหรือภาพในแผ่นหลังของร่างกาย  ของอีกฝ่าย

16  Exercise  การออกกำลังกายทำให้สารเคมีที่ดีในสมองหลั่ง   ทำให้สมองและร่างกายเจริญเติบโต  ร่างกายแข็งแรง  ไม่เป็นโรคต่างๆง่ายๆ

17    Education   การศึกษาที่เน้นการสร้างกระบวนการคิดมากกว่าการให้จำเนื้อหาสาระ   มากมายซ้ำซาก  รวมถึงการมีกิจกรรมต่างๆ

                 หมายเหตุ  ทำอะไรก็แล้วแต่ต้องกระตุ้นสมองให้ได้ใช้งานทุกๆส่วน      และพยายามอย่าให้เด็กรู้สึกเครียด หรือมีความทุกข์  แต่ให้เด็กมีความสุข                   เพราะความเครียด  ความทุกข์ ความกดดัน การขาดความรัก    มีผลต่อการเจริญเติบโต  และการทำงานของสมอง เคยมีการทดลองที่มหาวิทยาลัย Yale ในอเมริกา  ได้ผ่าสมองเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  พบว่าสมองเล็กกว่าเด็กปกติ20-30%    และอีกวิจัยหนึ่งได้มีการทดลองวัดกระแสไฟฟ้า( PET  SCAN)  เด็กกำพร้าในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  พบว่าไม่มีการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับความคิด  การตอบสนองทางด้านอารมณ์  เนื่องจากเด็กเหล่านี้ไม่ค่อยได้รับการกระตุ้น  สมองและขาดความรักความอบอุ่น    

            สมองส่วนไหนที่ไม่ถูกใช้  หรือไม่เคยถูกกระตุ้น  นานๆ  สมองส่วนนั้นจะ  สูญเสียการทำงานไป  เรียกว่า Neural  Pruning  :Diamond &  Hopson 1998        เข้าได้กับเด็กไทยที่ไม่ค่อยให้เด็กได้ใช้ความคิด แก้ปัญหา   จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์   แต่เราจะกระตุ้นเฉพาะเรื่องความรู้ความจำเสียมากมาย  ซึ่งถ้าไม่ได้เรียนความรู้นั้น2-3 ปีก็ลืมหมด    ทำให้เด็กไทยถึงมีไอคิวต่ำลง    จากการวิจัยของคุณหมอหลายคน   การวัดไอคิวเด็กส่วนหนึ่งมาจากการให้คิดแก้ปัญหา  เพราะฉะนั้นเราควรหันมาช่วยสร้างเด็กไทยเรากันใหม่ ยังไม่สายเกินไป 




สรุปปัจจัยที่มีผลต่อสมอง
สมองเจริญเติบโตดี (ไอคิวสูง   ฉลาด)
(โดยเฉพาะก่อนวัยรุ่น)   
-    การได้ทำกิจกรรมกลุ่ม   งานโรงเรียน
-     มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม
-    ช่วยเหลือตัวเอง/ได้ทำงานด้วยตนเองตามวัย   ช่วยงานพ่อแม่   ทำงานหาเงินใช้เองบ้าง.ในวัยรุ่น
-    ได้ทำหรือเรียนสิ่งที่ชอบ
-    ได้รับคำชมเชยเสมอ
-    ความรักความอบอุ่นจาพ่อแม่/ผู้ใกล้ชิด
-    ศิลป ดนตรี กีฬา ออกกำลังกาย ร้องเพลง ตามความชอบและอิสระ ไม่ใช่ท่องทฤษฎี
-    มองตนเองในแง่บวก
-    ได้คิดจินตนาการ เช่น การฟังนิทาน
-    เป็นคนยืดหยุ่น
-    สัมผัสของจริง ทัศนะศึกษา
-    อาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะปลา     ถั่วเหลือง
     ธาตุเหล็ก ไอโอดีน วิตามิน บี
-    การละเล่นต่าง ๆ เล่นกับเพื่อน ๆ เล่นหมากรุก จิกซอ เกมส์เศรษฐี   เกมส์สร้างกลยุทธ์   หมากล้อม
-    ออกกำลังกายเพิ่มอ๊อกซิเจนไปสมอง
-    ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม สร้างกระบวนการคิดมากกว่าเน้นความจำซ้ำซาก   มีเวลาให้เด็กฝึกคิด



สมองไม่ได้พัฒนา ไอคิวลดเมื่อ

1    ความเครียดนาน ๆ จากสาเหตุ
-    ทำงาน/เรียนหนัก บ้างาน การบ้านมาก
-    ถูกบังคับให้เรียนหรือทำงานในสิ่งที่ไม่ชอบ
-    ถูกดุด่าทุกวัน
-    ขาดความรัก ความอบอุ่น
-    ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อน
-    เข้มงวดเกินไป
-    มองตนเองในแง่ลบ
-    วิตกกังวลมาก นานๆ
2    สมองไม่ได้ถูกกระตุ้นหรือถูกใช้เลย เช่น
 การคิดจินตนาการ ความคิดแปลกแตกต่าง ๆ
        คิดแก้ปัญหา
3    ความกังวล โกรธ  ความแค้น ทุกข์มากนาน ๆ
4    ขาดสารอาหาร
5     ได้รับสารพิษเช่น  สารตะกั่ว ยาเสพติด เหล้า  ฯลฯ
(ความเครียดนาน ๆ จะยับยั้งการเรียนรู้
ทำลายสมอง เกิดโรคมะเร็ง ภูมิแพ้ โรคหัวใจ  SLE
โรคกระเพาะ ฯลฯ: Khalsa1997,   Jensen1998)

 




ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com