ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article

ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง  22  มิย .46 พญ .กมลพรรณ ชีวพันธุศรี
www.parent-youth.net

          ปัจจุบันจะพบข่าวที่เป็นปัญหาจากกลุ่มวัยรุ่นกันมากขึ้น    ไม่ว่าการเกิดความรุนแรง  ซึ่งบางครั้งถึงแก่ชีวิตของตนเองและผู้ใกล้ชิด  หรือปัญหาการติดเอดส์ในวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นจาก 10%เป็น13%     อัตราการทำแท้งบางจังหวัด สูงถึง  100ราย/เดือน   (ซึ่งผลของการทำแท้งบางรายมดลูกทะลุลำไส้ออกมา  ต้องตัดลำไส้ออก   เกิดผลเสียหายต่อสุขภาพตลอดชีวิต   หรือบางรายตกเลือดถึงตาย)
   

ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร    วิเคราะห์แล้วน่าจะมาจากระบบการศึกษา  อบรม  สั่งสอนทั้งจากโรงเรียน  พ่อแม่   ผู้ปกครอง  กระแส / สภาพสังคม    และรัฐบาล  ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
   

การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเด็กเยาวชน  ไล่มาตั้งแต่ผู้ให้กำเนิด(พ่อแม่)     ผู้อบรมสั่งสอนในโรงเรียน(ครู)   และผู้กำหนดนโยบายการศึกษา(กระทรวงศึกษาธิการ)    สภาพสิ่งแวดล้อมสังคมที่เขาได้เรียนรู้     ทำให้บางส่วนของเด็กที่มีความพร้อมในด้านการเงิน    ขาดโอกาสทองของชีวิต    โอกาสทองที่ว่าคือการที่เด็กไม่ได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตจริงประจำวันทั้งในปัจจุบันและในอนาคตเพราะ
   

1. เด็กมีฐานะการเงินดี(หรือค่อนข้างดี)  พ่อแม่/ผู้ปกครองบางกลุ่มเลี้ยงดูแบบไข่ในหิน      คือพ่อแม่(คนใช้,พี่เลี้ยง)ปรนนิบัติ  ช่วยเหลือให้เด็กทุกอย่างไล่มาตั้งแต่  อาบน้ำ  แต่งตัวให้  จัดกระเป๋า   ป้อนข้าว     ฯ ลฯ  แม้อายุ 9 – 10 ขวบแล้ว  หรือไม่เคยได้มีโอกาสได้ทำ  หรือ คิดตัดสินใจเลือก   หรือ    แสดงความต้องการ  หรือ  การตัดสินแก้ปัญหาเอง  หรือช่วยเหลือตัวเองได้ตามวัย 

 แต่ให้เรียนหนังสืออย่างเดียว  กิจกรรม  งานการ หรืองานอื่น ๆ ของทางบ้านไม่ต้องทำ   ทำให้ขาดโอกาสในการฝึก  การแก้ปัญหา  ตั้งแต่เล็ก ๆ 

ตรงกันข้ามกับเด็กยากจนที่ต้องช่วยเหลือตนเอง  บางคนถึงกับต้องทำงานก่อนวัยอันควร  ผลดีคือเด็กกลุ่มนี้จะมีความอดทน  รู้ทันคน  มีไหวพริบ (เล่ห์เหลี่ยม)   และกล้าเผชิญกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างสบายโดยไม่ย่อท้อ  

ตรงข้ามกับลูกหลานคนมีเงิน  พอเจออุปสรรคหน่อยก็ทนไม่ได้  หรือแก้ปัญหาไม่เป็น  คิดตัดสินใจด้วยวิธีไม่สร้างสรรค์  เช่นฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา

    2. เด็กฐานะดีจะมีความอดทนน้อยเพราะเคยมีประสบการณ์ที่สมหวังทุกอย่าง     คิดอยากได้อะไรก็ได้ทันที   ไม่ต้องฝึกการรอหรือไม่เคยผิดหวัง  ทำให้เมื่อเติบใหญ่ก็ขาดความอดทน  เมื่อเจออุปสรรคมักจะทนไม่ได้  บางคนถึงกับตัดสินใจผิดพลาดเช่นทำร้ายผู้อื่น  ทำร้ายตนเองดังที่เป็นข่าว


    3. ขาดการฝึกแก้ปัญหา  เพราะในชีวิตไม่เคยพบปัญหาและอุปสรรคเลย

    4. ขาดทักษะความเป็นจริงของชีวิตเพราะมุ่งแต่เรียนหาความรู้แต่ในห้องเรียนซึ่งแข่งขันกันเรียนเพื่อคะแนนดี ๆ เพื่อชื่อเสียงโรงเรียนหรือพ่อแม่      แต่ไม่ได้มีโอกาสฝึกทักษะชีวิต     ทำให้ไม่รู้ว่าชีวิตจริงต้องเผชิญอะไรบ้างที่ควรจะฝึกฝนหาประสบการณ์

( ทักษะชีวิต  คือความสามารถแก้ปัญหา  เผชิญอุปสรรค์  และสามารถวางแผน/ดำรงค์ ชีพด้วยตนเองอย่างราบรื่น  และมีความสุข     มีวิจารณญาณ   รู้เท่าทันคน ไม่โดนหลอกได้ง่ายๆ    ปรับตัวเข้ากับสังคม/เพื่อนๆ  /ผู้ร่วมงานได้ดี )

    5. ขาดการปรับตัวเข้ากับสังคม/ กลุ่มเพื่อน ๆ   ถ้าหากพ่อแม่บังคับให้ มุ่งแต่เรียนอย่างเดียวไม่ได้เล่นหรือทำกิจกรรมกลุ่ม   หรือคบหาเพื่อนฝูงเมื่อเติบโตขึ้น    และทำงานในชีวิตจริงจะปรับตัวกับเพื่อนร่วมงานยากอาจจะถูกโดดเดี่ยว

    6. ขาดการรู้เท่าทันคนหรือ ขาดวิจารณญาณ  ขาดการเรียนรู้นิสัยของคนที่มีแตกต่างกัน  โลกภายนอกไม่ได้บริสุทธิ์ปลอดภัยตามภาพที่ได้เห็นอย่างตรงๆ    แต่มีอะไรซ่อนเร้นอีกมากที่ต้องเรียนรู้    เช่นหลงเห็นว่าชายคนที่หล่อ ,พูดไพเราะ  คบกันไม่กี่วันก็ไปเชื่อใจเขาว่าเขารักจริง       และไปร่วมหลับนอนกับเขาแล้วแต่สุดท้ายก็โดนเขาทิ้ง 

  นี่คือการขาดความรู้เท่าทัน     หรือความคิดวิจารญานซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ   เด็กได้เรียนรู้จากข้อมูลหลากหลายช่องทาง  ฝึกให้คนรู้จักระแวดระวังตัว     ไม่เชื่อคนง่ายหรือเชื่อสิ่งใดง่าย ๆ    โดยฝึกให้ใช้เหตุผลต่าง ๆ มาประกอบกัน   

และเคยได้รับคำสอน  ฝึกฝนมาแล้วจากผู้มีประสบการณ์          หรือการที่เราอ่านข่าวที่เกิดขึ้นให้ลูกได้รับรู้  หรือให้เขาฟังข่าวเองเมื่อโตขึ้นหน่อย        จะได้รู้ว่าโลกภายนอกนั้นมีสภาพน่ากลัวและต้องระวังอะไรบ้าง
                        7 ขาดเวลา  อยู่กับเด็ก  เพระมัวแต่หาเงิน หาทอง จนไม่รู้ว่าลูก กำลังเผชิญ กับปัญหาอะไรบาง

    สรุปแล้วหากพ่อแม่มัวแต่หาเงิน        หรือมุ่งหวังใช้เด็กเรียนแต่วิชาการอย่างเดียว เพื่อให้เด็กได้คะแนนดีๆโดยไม่รู้ว่าที่เรียนไปนั้นจะใช้ประโยชน์ได้มากน้อย เด็กจะมีความเก่งวิชาการในความรู้ที่เรียน  แต่ความเป็นจริงของชีวิต

 เด็กจะไม่มีความสามารถแก้ปัญหา  การเผชิญอุปสรรค  การรู้เท่าทันคน    เพราะฉะนั้น  พ่อแม่ยุคใหม่ควรใส่ใจดูแลบุตรหลานให้มากขึ้น     อย่ามัวแต่หาเงิน

 และอย่าเอาความเครียดไปลงกับเด็ก  เช่นดุด่าลูก /(ศิษย์)ทุกวัน  ไม่เคยชมเลย  ทำให้เด็กรู้สึกถดถอย ไม่มีค่า   เป็นการทำร้ายเด็กโดยไม่รู้ตัว  ทำให้เด็กบางคนถึงกับฆ่าตัวตาย  ซึ่งกว่าจะคิดได้  ก็สายไปแล้วสำหรับ พ่อแม่  ยกตัวอย่างเช่น  พ่อแม่มีลูกคนเดียว  รักและเอาใจมาก  ตามใจลูกมาก  วันหนึ่งเด็กไปติดยาเสพติด

 พ่อแม่รู้เข้าก็เอาไปรักษาหาย กลับมา  พ่อแม่ก็ด่า เช้าด่าเย็น จนวันหนึ่งเด็กก็ผูกคอตายในบ้าน

 นี้คือคำพูดของพ่อแม่ที่ไม่สร้างสรรค์   แต่ไม่รู้ตัวว่ากำลังฆ่าลูกวันละเล็กวันละน้อย      เด็กอีกคนเรียนแทบตายแต่คะแนนไม่ดีก็พ่อแม่อีกแหละที่ด่าทับถมลูก  ว่าทำไมเรียนได้คะแนนแค่นี้ โง่จริงๆ  (แต่ไม่รู้พันธุกรรมของลูกมาจากใคร?   ก็พ่อแม่นั่นแหละ )

ผลสุดท้ายเด็กเก็บกด  และเข้าห้องผูกคอตายให้รู้แล้วรู้รอดไป    อีกรายก็พ่อแม่นั่นแหละ  รักลูกไม่เท่ากัน  ให้ลูกคนที่เก่งกว่ามากกว่าคนที่ไม่เก่ง   หรือแสดงความรักกับเฉพาะคนลูกคนเล็ก  แต่คนโตไม่เลย  หรือไม่มีเวลารับส่งหรือดูแลคนโตเลย  มัวแต่ดูแลเอาใจใส่แต่คนเล็ก  เพราะคิดว่าเขาโตแล้วช่วยตัวเองได้  

แต่ลึกๆ เขายังต้องการความรักการเอาใจใส่จากพ่อแม่    เด็กก็เก็บกดคิดมากถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย     

เพราะฉะนั้นพ่อแม่ อย่าคิดว่าลูกที่โตแล้วไม่ต้องการความรักความเอาใจใส่            อีกรายในโรงเรียน ครูด่าทุกวันด่าทุกคนทั้งที่ผิดคนเดียว  เด็กก็คิดอยากฆ่าตัวตายแล้ว    (เด็กสมัยนี้  คิดฆ่าตัวตายง่ายๆ) 
           
   เพราะฉะนั้นคำพูดจาของพ่อแม่ ครู  ผู้ปกครอง  เพื่อนๆ  ล้วนมีผลกระทบต่อจิตใจเด็ก  และที่ทุกภาคส่วนของสังคม  ต้องมีความรู้ในการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่ง่ายๆสรุปได้คือ

                 1.มีเวลาพูดคุยกับลูกทุกเย็น  เวลาทานอาหารกัน   หรือเวลาอื่นที่พ่อแม่บางคนต้องจัดเวลาเอาเอง   หรือการใช้โทรศัพท์คุยกัน    ให้เด็กแสดงความรู้สึก  เปิดอก  หรือซักถามปัญหา  ว่าวันนี้ เขาประสบอะไรบ้างมีความไม่สบายใจสิ่งใด  อยากให้พ่อแม่  ทำอะไรให้เขาบ้าง  ต้องการความช่วยเหลืออะไร 

                 2.เมื่อเขาทำผิด  หรือ เมื่อเขามาปรึกษาปัญหา    ก็อย่าพึ่งดุด่าเป็นด่านแรก  แต่ค่อยๆสอนสอดแทรกในสิ่งที่ถูกที่ควร  ซึ่งจะสอนได้ดีก่อนวัยรุ่น(ก่อน10-11ขวบ)   และระมัดระวังคำพูดจาไม่เอาความเครียดจากที่ทำงาน  หรือของสามี/ ภรรยามาลงที่เด็ก   ไม่ด่าเด็ก บ่อยๆ   แต่พยายามหาสิ่งที่ดีๆในตัวเขามาชมเชยเสมอ  แล้วค่อยๆให้เขาปรับตัวในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของเขา

                 3. เราต้องคอยพูดจาในสิ่งอันตราย  หรือข้อควรระมัดระวังตัวในวัยของเขา เช่น   วัยเด็กควรระวังอะไร  วัยรุ่นควรระวังตัวอะไร  และทำตัวอย่างไร  แต่ในวัยรุ่น  จะไม่ค่อยชอบให้พูดซ้ำซาก   ชอบพูดครั้งเดียวจบ  และถ้าเขาบอกว่าไม่ชอบให้พ่อแม่ บ่น   เราก็ต้องบอกว่าถ้าไม่อยากให้บ่น     ก็รับผิดชอบตัวเองให้ได้เช่นการอาบน้ำ    กินอาหาร  ทำการบ้าน    การกลับบ้าน   การรับผิดชอบงานที่มอบหมาย     การดูทีวี   การใช้โทรศัพท์     การใช้เงิน   การ เก็บห้อง/ของเขาเองโดยไม่ต้องมีใครมาเตือน    ทำได้ไหม   ถ้าตกลงและทำได้  แม่จะไม่บ่น

                 4. การอบรมคุณธรรม หรือเรื่องอี่นใดที่อยากปลูกฝัง   ต้องทำตั้งแต่เล็กๆ  เพราะพอเข้าวัยรุ่นจะไม่ค่อยเชื่อฟัง

                 5. ความรักความอบอุ่น  การให้ของ  ต้องมีให้เท่าๆกันทุกคนไม่ว่าเก่งหรือไม่เก่ง    โตหรือเล็ก  หน้าตาดีหรือขี้เหร่   ก็  ผลผลิตของเราทั้งนั้น

                  6.  อีกประการหนึ่งผู้ชายชอบ  เอาหน้าที่เลี้ยงลูกให้ภรรยา  แต่ลืมนึกไปว่า ลูกต้องการทั้งพ่อแม่  และ ภรรยาต้องทำงานทั้งนอกบ้าน  งานในบ้าน  ปรนนิบัติ สามี  และลูก     ผู้หญิงบางคนก็ต้องดูแลพ่อแม่ฝ่ายชายอีก  สารพัดที่ผู้หญิงจะต้องรับผิดชอบ  แต่ผู้ชายทำงานหาเงินนอกบ้านอย่างเดียว  กลับบ้านมาเรียกให้ภรรยามารับใช้    ภรรยาก็เหนื่อย  หน้าหงิกงอ ผู้ชายก็ไม่ชอบ ก็หันไปหาคนอื่นข้างนอกบ้าน  เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก      บางครั้งทั้งพ่อ แม่ เอาความเครียดของตนไปลงกับเด็ก  เด็กก็เกิดปัญหา    เพราะฉะนั้นผู้ชายก็ช่วยเลี้ยงลูกด้วย     อย่าเห็นแก่ตัว

                7. ฝึกให้เด็กหัดทำงานตามวัย ช่วยเหลือตัวเองตามวัย และในวัยมัธยมเริ่มให้เรียนรู้ กิจการธุรกิจของพ่อแม่, เพื่อเรียนรู้การทำงานจริงเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่

    8. ฝึกระเบียบวินัย อะไรควรทำ/ไม่ควรทำ เด็กที่โตมาในสถานที่มีระเบียบวินัย จะมีความนับถือตนเองสูงกว่าที่เลี้ยงดูแบบตามใจ ควรฝึกตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะถ้าโตแล้วฝึกยาก

    9. อย่าเน้นแต่การเรียน และ  สอบให้ได้คะแนนดี ๆ แต่ขาดการดูแลพัฒนาการด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะการควบคุมอารมณ์ การเข้าสังคม, การใช้ชีวิตวัยเด็ก ไม่จำเป็นต้องให้เด็กแข่งขันกับเพื่อน  ในด้านคะแนนหรือเกรดดี ๆ 

             10.  ให้เด็กได้มีเวลาออกกำลังกาย  เล่นกีฬา  ดนตรี  ร้องเพลง   ทำงานอดิเรกที่เขาชอบ

             11. อย่าคุมแจ  อย่าเลี้ยงแบบไข่ในหิน       อย่าปล่อยปละละเลยมากไป      ดูได้ว่ามากหรือน้อยจาก ปฏิกริยา สีหน้าท่าทางของเด็ก

               12 เป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็น     เด็กๆจะเลียนแบบผู้เลี้ยงดู  เช่นไม่ทะเลาะกันให้เด็กเห็น  ไม่อารมณืร้อน  หรือฉุนเฉียวโมโหง่าย   ไม่ติดสารเสพติด เช่นบุหรี่ เหล้า  ฯ

                13. สอนการใช้เงิน  หัดให้หาเงินเอง เมื่อโตหน่อย  เด็กจะได้รู้ค่าของเงิน

              เท่านี้คงไม่ยากเย็นเกินกำลังของพ่อแม่ เพราะผลตอบแทนจะคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงของเรา
 ถ้าเราไม่มีเวลาก็อย่ามีลูกเลยจะดีกว่าคะ

ปรารถนาดี
กมลพรรณ ชีวพันธุศรี

























 




ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com