ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article

 

หลักการสำคัญ ของการปฏิรูปการศึกษา เพื่อตอบสนองต่อ สังคมเกาหลียุคใหม่ ( คล้ายเวียตนาม)

1 การศึกษาให้ความสำคัญต่อผู้เรียน มากกว่าความต้องการของผู้บริหาร และครู

นักเรียนและผู้ปกครองต้องมีตัวเลือกมากมาย เพื่อให้โอกาสเด็กได้เลือกเหมือนการเลือกซื้อสินค้า

2 ความหลากหลายรูปแบบ ของการศึกษา หมายถึงการให้โรงเรียน มีการศึกษาเฉพาะทางหลายรูปหลายแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม สามารถหาความรู้เพื่อพัฒนาตน ได้ตรงตามความสนใจ แทนระบบเดิมที่จัดการศึกษาระบบมาตรฐานเดียว นั่นคือ เป็นการจัดการศึกษา ที่เลื่อนจากประถมสู่มัธยม สู่มหาวิทยาลัย และผู้ที่จะผ่านได้ต้องเป็นผู้สอบผ่านได้เท่านั้น

3ความอิสระของโรงเรียน โรงเรียนจะต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการ ในโรงเรียนร่วมกับ การมีส่วนร่วมจากชุมชน และผู้ปกครอง มากขึ้น

4.การใช้เทคโนโลยี่

5 ความอิสระ และเสมอภาค ให้ทุกคนมีโอกาส ที่จะได้รับการพัฒนา ตนเองมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ รวมทั้งผู้ด้อยโอกาส ก็ควรจะได้รับการศึกษา ที่ดีที่สุดด้วย เสรีภาพ ในการเลือก และสิทธิในการรับการศึกษา อย่างเท่าเทียมกัน

6 ด้านครู ต้องได้รับโอกาสที่จะพัฒนาวิชาชีพ และมีอิสระในตนเอง ในเรื่องของการ สอน และต้องได้รับผลตอบแทนบนพื้นฐาน ที่จะถูกตรวจสอบได้

แนวทางในการพัฒนา

1 จัดตั้งศูนย์ข้อมูล ทางวิชาการแห่งชาติ เพื่อให้มหาวิทยาลัย (มัธยม ประถม) สามารถพัฒนาสู่มาตรฐานโลก และให้มหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนตามผลการประเมินคุณภาพ

2 ปรับรูปแบบของมหาวิทยาลัย ให้หลากหลาย พอที่จะตอบสนอง ความต้องการ ของผุ้เรียน พร้อมกับให้มหาลัยมีอำนาจ ในการตัดสินใจ ใน ปริมาณ การรับนักศึกษา การปรับหลักสูตร

3 ปรับระบบการรับ นักศึกษาให้มีความยืดหยุ่น

4 ผู้ที่จบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และไม่เข้าเรียน ต่อในมหาวิทยาลัย จะต้องได้เรียนในชั้นอาชีวะ ที่ใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัย

5 จัดงบประมาณ สนับสนุนการศึกษา ให้ถึง 5 % ของ GDP (แต่ในเมืองไทย ต้องระวังในการ ใช้งบประมาณ ของกลุ่มผู้บริหารรัฐ ควรให้ถึงโรงเรียน หรือนักเรียนโดยตรง)

6 จัดระบบ สารสนเทศ ทางการศึกษา และระบบประเมิน ผลอย่างกว้างขวาง

7 เพิ่มอำนาจ ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม ตัดสินใจ ประเด็น ทางการศึกษา ที่ตนเอง จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง แก่ผู้เรียน องค์กรบริหารท้องถิ่น และประชาชนในท้องถิ่น



 

ทางออก ของ ชาติ วิกฤติ หรือโอกาสชาติ / 27 กย. 49

ขออนุญาต เขียนบทความสู่สาธารณะ ท่านใด เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ ก็นำไปเผยแพร่ต่อได้

ไม่สงวนลิขสิทธิ์

ดิฉันขอ ถือวิกฤติครั้งนี้เป็น โอกาส โดย อยากจะสื่อไปถึงผู้เกี่ยวข้องที่ รักชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ทั้งหลายจะได้แก้ไข และนำชาติไปทิศทางที่ถูกต้อง

ในภาวะปัจจุบัน เราจะเห็นว่า ปัญหาเยาวชนเสื่อม ปัญหาเยาวชน คนไทย คิดไม่เป็น ไอคิวต่ำ ชาวบ้านถูกหลอกได้ง่ายๆ ปัญหาความยากจน จิตใจตกต่ำ จิตใจคนหยาบกระด้าง ไม่มี เมตตากรุณา ฆ่าฟันกันได้ง่ายๆ ทำร้ายกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน กลุ่มเสี่ยงทั้งหลาย ปัญหาการ กอบโกย บนความทุกข์ยากและ ชีวิตคนอื่นๆ

เหล่านี้ ล้วน เป็นสาเหตุจาก การขาดการปลูกฝัง ซึ่งเป็นปัญหา ใหญ่ของชาติไทยเรา โดยเฉพาะ พุทธศาสนิกชน ที่ไม่มีการ กำหนดการไปฟังธรรมเพื่อ กล่อมเกลาจิตใจ ความไม่มีความรู้ในการเลี้ยงลูกที่ถูกทาง ของพ่อแม่ผู้เลี้ยงดู

การค่อยๆปลูกฝัง การกล่อมเกลา ของพ่อแม่ ตั้งแต่วัยเด็กยัน โตขึ้น จากทั้งครอบครัว เป็นจำเลย อันดับหนึ่ง โรงเรียนและครู รวมทั้งสิ่งแวดล้อมต่างๆเป็นจำเลยอันดับสอง

ในการแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ แก้ได้แต่ต้องใช้เวลา และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง และจริงใจ

มีการวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและปัญหาเด็ก ดังนี้

ในการวิจัยของคุณ Willium Bill Greenough U.of Illinois ได้ นำหนูมา 2 กลุ่ม

- กลุ่มแรกมีของเล่นที่มีสีต่างๆ มีเพื่อนเล่นและเครื่องออกกำลังกาย และมี การลงผิดลองถูก

- กลุ่มที่สองอยู่ในกรงที่มีสิ่งกระตุ้นเล็กน้อย

พบว่าในกลุ่มแรกมีสายใยเชื่อมโยงเซลล์ประสาทมากกว่ากลุ่ม สองถึง 25 % และมีความฉลาดกว่ามาก

ซึ่งการทดลองของสมองสามารถนำมาใช้กับคน ในอเมริกา ได้ว่าปัจจุบัน ทำไม IQ (USA) ถึงเพิ่มขึ้นกว่า 20 จุด

และงานวิจัยของ Dr.David Weikart ได้แบ่งเด็กอาฟริกาที่ฐานะยากจน 127 คน อายุ 3 - 4 ขวบเป็น 2 กลุ่ม

1 กลุ่มแรกได้รับการเรียน 2.5 ชม./วัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยเนื้อหาเน้นสิ่งไหนดี

สิ่งไหนไม่ดี และช่วยแก้ปัญหาที่ประสบอยู่

2 กลุ่มสองอยู่ในฐานะเดิมใช้การศึกษา 27 ปี หลังจากนั้นเขาพบว่า

-เด็กกลุ่มแรกมีความประพฤติดีกว่า

- ส่วนกลุ่ม 2 มีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่า ถูกจับ จากติดยา มากกว่า 3 เท่า

- เด็กผู้หญิงกลุ่ม 2 ท้องนอกสมรส มากกว่า กลุ่มแรก 3 เท่า

- กลุ่มแรก มีบ้านของตนเอง มีงานทำที่ดี และครอบครัวที่ไม่แตกแยกมากกว่ากลุ่ม 2 สังคมก็ ปลอดภัยกว่า

ดังนั้น เงินทุก ๆ หนึ่ง ดอลล่าร์ที่จ่ายให้กับเด็กยากจน ประชาชน (Public) จะได้ รับ 7.16 ดอลล่าร์ คืนจากการลดอาชญากรรม ลดค่าประกันสังคม และได้รับภาษีคืน

William Greenough 1997 : Illinois Neuroscientist พูดว่า ถ้าหากเด็กที่ขาดความรัก , มีประสบการณ์เลวร้าย การทำงานของสมองจะผิดปกติ (Malfunction)

เราสามารถปรับเพิ่มหรือลด IQ กว่า 20 จุด ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม (Kotulax 1996) โรงเรียนจะมีผลต่อ IQ ในเด็กจบปริญญาตรี มีใยประสาทเชื่อมต่อกันมากกว่าเด็กจบมัธยม และเด็กที่ได้ใช้สมองคิด ร่วมสร้าง และทำกิจกรรมต่างๆ (คือใช้สมองคิด ทุกรูปแบบ ) (Challenging activities) จะมีสมองเจริญเติบโตถึง 25% มากกว่า กลุ่มที่ไม่ได้ทำกิจกรรม ที่เรียนในห้องเรียนไปเรื่อยๆ

ซึ่งแน่นอนไม่ใช่การศึกษาที่ท่องจำ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีประสบการณ์และใช้สมองคดิ ในการแก้ปัญหา และคิดด้านอื่นๆ เช่นการแก้ปัญหา ด้วยตนเอง การวางแผน วางกลยุทธ์ คิดรูปแบบกิจกรรม ฯลฯ ถึงจะทำให้สมองเจริญเติบโต ไอคิวเพิ่ม ซึ่งเด็กที่เรียนแบบรับความรู้ในห้องเรียนไปเรื่อย กับเด็กที่มีการใช้สมองคิดท้าทายทุกวัน จะมีการเจริญเติบโตของสมองต่างกัน (Jacobs , schall , scheibel 1993) แต่เด็กไทย อาจจะมีสภาพ เช่นเดียวกันนี้ เพราะระบบการเรียนรู้ และการศึกษา มีแต่เนื้อหาให้จดจำมากมายรอบด้าน

และจากการที่เรามักจะได้ข่าว ชาวอิรัค หรืออิสลาม เขาพลีชีพ เพื่อชาติ หรือศาสนาได้นั้น เราคิดว่าเพราอะไร เป็นเพราะการปลูกฝัง กล่อมเกลา ทั้งสิ้น ประเทศไทยเรา คนไทยเรา ไม่เคยปลูกฝังเรื่องความรักชาติ เสียสละ และ พุทธศาสนิกชน เรา (หมอก็เป็นพุทธคะ) ไม่ได้ ไปวัดวาเพื่อรับการกล่อมเกลาจริงใจเหมือน อิสลาม หรือคริสต์ที่เขาไปโบถส์ ทุกสัปดาห์ เพื่อรับฟังคำเทศ เพื่อกล่อมเกลาจริงใจ ผู้คนส่วนใหญ่จึงเห็นแก่ตัว สูงกว่าศาสนาอื่นๆ

จากการ วิจัย และข้อสังเกตข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า หากเด็กได้รับการปลูกฝังสิ่งดีๆตั้งแต่เล็กๆ เมื่อโตขึ้นจะมีปัญหาน้อยกว่า มีจิตใจที่ดีกว่า ที่สำคัญ คงไม่ใช่ สอนสิ่งที่ดีๆตั้งแต่เด็กเล็กๆ แต่พอโตขึ้นหน่อยก็ไปรับ สิ่งแวดล้อม หรือการปลูกฝังที่ไม่ดี ซึ่งอาจจะทำให้ นิสัยที่ดีๆอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้

และหากผู้ปกครอง และครู ผู้ใหญ่ มีความรู้ในการพัฒนาเด็ก เด็กๆก็จะเจริญเติบโต และได้พัฒนา อย่างถูกทิศทาง มีศักยภาพ

เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่า เด็กๆจะมีนิสัย ความประพฤติ ศักยภาพ อย่างไร ขึ้นกับ ผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ พ่อแม่ ต่อมาก็ครู และสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ดีๆ เพราะฉะนั้น ศักยภาพของพ่อแม่ ครู ที่มีความรู้ในการพัฒนาเด็ก การเลี้ยงดูอบรมเด็ก ภาวะแวดล้อม สื่อต่างๆ ทั้งนิยายหลังข่าว สื่ออินเตอร์เน็ท หนังสื่อนิทาน สิ่งแวดล้อมเพื่อนบ้าน จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาเด็กเยาวชน ทุกวัย

จึงเป็นโจทก์ ใหญ่ที่ว่า การแก้ปัญหาเด็ก เยาวชน ควรแก้ที่ความรู้ผู้ปกครองและครู เพราะฉะนั้น รัฐบาลที่จะขึ้นมา คงเป็น รัฐบาลที่เน้นเรื่องให้ ความรู้พ่อแม่ ครู และสังคม ซึ่งจริงๆก็มีอยู่ในพรบ. การศึกษามาตรา 13 14 แต่ยังไม่มีเป็นรูปธรรมขึ้นมา จริงๆจังๆ จึงสมควรที่จะ เร่งสร้างองค์กรเหล่านี้ เช่นศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ โดยร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข สถานีอนามัย อบรมชุมชน โรงเรียน อบรมพ่อแม่ ครู ในโรงเรียน เพื่อให้ความรู้ที่ถูกทางในการพัฒนาเด็ก ซึ่งแต่ละวัย ก็จะแตกต่างกัน ในการสอน คุณธรรมจริยธรรม การปลุกฝังความรักชาติ การเสียสละ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มารยาท วัฒนธรรมประเพณีไทย ก็ต้องอนุบาล และ ปฐมวัยดีสุด

ส่วนในวัยเริ่มเข้าวัยรุ่น ก็เรื่องเพศ การวางตัว การแต่งกาย การให้ทำกิจกรรมต่างๆ ทักษะชีวิต ศิลปะการป้องกันตัว การคบเพื่อนต่างเพศ ภัยอะไรที่น่าเป็นห่วงการเช็ท อินเตอร์เน็ท ควรระวังอะไร การรับฟังข่าวสารบ้านเมืองเพื่อ ระวังภัยต่างๆ การช่วยงานพ่อแม่ ช่วยทำ มา หากิน รายละเอียดคง ต้องดูแต่ละช่วงวัย เมื่อโตขึ้นหน่อยก็คงต้องสอนเรื่องการเลือกคู่ครองควรดูอะไร เหมาะสมไหมที่จะมี เซ็กซ์กันในวัยเรียน

เมื่ออยู่ม. 3 หรือ 6 ก็ต้องสอนพัฒนาการเด็ก จิตวิทยา และพัฒนาสติปัญญาเด็ก เพราะคนเหล่านี้บางคนก็ ต้องไปแต่งงาน มีลูก

การอบรมผู้ปกครองและครุ ไม่ยากเย็น แต่ต้องใช้สื่อช่วยด้วย โดยการปลุกกระแส ให้เลี้ยงลูกที่ถูกทาง และสอนครูผ่านไอที สื่อการศึกษา ซึ่งเนื้อหาสาระ ที่เป็นประโยชน์ การป้องกันโรคต่างๆก็มาเผยแพร่ได้ คล้ายใน ASTV

รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อต่างๆทุกชนิด โดยเฉพาะสื่อทีวี ร่วมกันผลิตรายการให้ เป็นแบบอย่างที่ดี แก่ เด็ก และ เยาวชน

ในการแก้ปัญหาศักยภาพของคนในบ้านเรา จึงอยากจะให้เน้น การให้องค์ความรู้ทุกๆภาคส่วนของสังคม รวมทั้งสื่อมวลชนเองก็ตาม

และกระทรวงศึกษาเอง ต้องเร่งแก้ไขระบบการเรียนการสอน ปรับลด หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ ให้มีการสอนทักษะชีวิตมากขึ้น ให้พระมาช่วยการสอน และทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมมากขึ้น ฯลฯ

รวมทั้งระบบการสอบเข้ามหาลัย ควรเน้นจำนวนวิชาที่น้อยลงเ พื่อ มิให้เด็กเครียด โดยไม่ก่อประโยชน์ใด ขอให้รัฐบาลใหม่ที่มาบริหารชั่วคราวเร่งพัฒนาส่วนนี้ด้วย แม้นจะอยู่หนึ่งปีก็เถอะ เพราะวิกฤติเยาวชน มิอาจจะ รอเนิ่นนานได้

เพื่อให้วิกฤตินี้เป็นโอกาส

ในระบบการศึกษาของเวียตนาม เกาหลี ที่ได้พัฒนาในระยะไม่กี่ปีนี้

ปรากฏว่าเขาได้จัดทำแนวทางพัฒนาการศึกษา ชาติ ไว้ดังนี้

เป้าหมายสูงสุด ของระบบการศึกษา ทั้งในเกาหลี และเวียตนาม คือการจัดการศึกษา โดยเป็นรัฐสวัสดิการ เป็นระบบการศึกษา แบบเปิด และตลอดชีวิตสำหรับทุกคน (Utopia of education) รายละเอียด พอสรุปได้ดังนี้

1จัดการศึกษา ให้บุคคลรับประโยชน์ ทุกเวลา ตลอดชีวิต

2 ใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัย ให้ทุกคน สามารถเข้าสู่การศึกษา ทุกที่ทุกเวลา

3 ในทุกสถาบันมีเครดิตแบงค์ ผู้เรียนสามารถเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิต และมีความสะดวกในการถ่ายโอนหน่วยกิต ข้ามโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา ตลอดจนข้าม สาขาวิชาได้

4 ในมหาวิทยาลัย ปรับลดวิชาเอกลงให้น้อยที่สุด และปรับให้มีระบบวิชาเอกคู่หรือ ควบ double major หรื triple major

5ในมัธยมศึกษา ให้นักเรียนมีเสรีภาพในการถ่ายโอน การเรียนระหว่างอาชีวะ สู่มัธยมปลาย สายสามัญ หรือจากสายสามัญ สู่อาชีวะ

6 หลักสูตรการศึกษา มัธยม ต้องมีความหลากหลาย พร้อมๆกับเน้นความความสามารถเฉพาะด้าน และเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสเลือกโปรแกรมการเรียน อย่างกว้างขวาง เปิด ทางเลือกให้เด็กได้ ตามความถนัด ความสนใจ และตามความจำเป็น

7 การศึกษาในอุดมศึกษา ให้โอกาสสำหรับเด็กพิการ ด้อยโอกาส

 




ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com