ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article




เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก

เรามีอะไรจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความชุ่ยของระบบadmission

คือว่า...เพื่อนอาทิตย์ที่แล้ว เพื่อนเรา เข้าไปที่สทศ.เพื่อขอตรวจคะแนนเอเน็ตย้อนหลัง เค้าบอกว่าหมดเขตแล้ว แต่เพื่อนเราก็ตื๊อ เขาเลยให้ตรวจได้

ตัวอย่างเด้ก

ปรากฎว่า....คะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ a-net ของเพื่อนเราผิดจากเดิมได้27คะแนนกลายเป็น87.5 คิดดูสิ เพื่อนเราอึ้งมากๆ

แต่ก็เงียบไว้เพราะเพื่อนเราไม่เชื่อว่ามันจะเพิ่มได้ขนาดนี้ ((เพื่อนเราเรียนไม่เก่งมากนัก))

แล้วเจ้าหน้าที่เค้าบอก ก็ทำการแก้ไขคะแนนให้

คิดดูดิ มันง่ายไปมั้ย อยู่ดีๆคะแนนก็พุ่งขึ้นมา ง่ายๆ แถมแก้ไขคะแนนให้ง่ายๆอีก

เพื่อนเราขอว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนเพราะว่า เดี๋ยวคะแนนอาจลดไปอีก ก็แหมอยู่ดีๆคะแนนเพิ่ม60.5คะแนน

แล้วลองคิดดูนะ ถ้าเพื่อนเรายังแก้คะแนนได้ง่ายขนาดนี้

แล้วคนที่นามสกุลดังๆไม่ยิ่งสบายใหญ่เลยหรอ?

เราว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสมเพช มากๆเลย กับระบบAdmissionเฮงซวย มันเป็นความรู้สึกที่น่าสมเพชมากๆๆๆ

ระบบการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เป็นอนาคตของชาติแท้ๆ แต่ผู้ใหญ่ในสังคมกลับมองข้าม ปู้ยี่ปู้ยำได้อย่างสบายใจ เทเรศจิงๆๆ
จาก: บัว((กำแพงเพชร)) [29 Nov 2006 13:04]

อีกคนหนึ่ง เกรด ทางโรงเรียนไม่ได้ส่งให้มหาวิทยาลัย เลยต้องไปเรียนที่ ม .เอกชน


ความผิดพลาด
ONET ANET

หลายคนอาจจะมองว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากปัญหาคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) เป็นเรื่องไม่ใหญ่นัก เป็นเรื่องของเด็กๆ ที่ใช้เวลาแก้ไขสักหน่อยคงจะราบรื่นไปได้ด้วยดี

ทว่า เมื่อมองลึกเข้าไปในหัวจิตหัวใจของ เด็กๆรวมกระทั่งถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ก็จะพบว่า นี่คือเรื่องใหญ่ เพราะนี่คือชะตาชีวิตของพวกเขา นี่คืออนาคตของพวกเขา คะแนนสอบที่เป็น 0 หรือคะแนนที่ลดลงกว่าในครั้งก่อนส่งผลโดยตรงต่อการเลือกคณะในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ

แค่พลาดไป 1 คะแนนหรือ 2 คะแนน นั่นหมายความว่า ชีวิตของเด็กคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ คนที่เคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะเข้าเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อักษรศาสตร์อาจต้องปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือไปโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้

นี่ยังไม่รวมถึงความสูญเสียทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนประกาศผลครั้งแล้วครั้งเล่า และการที่คะแนนสอบที่ความผิดพลาด ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือวิกฤติทางการศึกษาครั้งที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งเลยทีเดียว


เรียนหนัก ลุ้นหนัก เครียดหนัก

ทรงพล สุขุมมาลตระกูล นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้รู้สึกเครียดมากจนต้องกินยาพาราเซตามอนเพื่อให้ลดอาการปวดหัว ซึ่งสาเหตุก็มาจากคะแนนสอบโอเน็ต-เอเน็ตที่มีปัญหา โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย คะแนน 0 หรือหมายความว่า ตนเองจะไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งใดได้เลย แล้ว คณะศิลปศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ฝันอยากเข้าเรียนจะต้องใช้คะแนนภาษาไทยเป็นหลัก

ไม่เครียดได้ไงไหว ลองนึกดู ความฝันความหวังอนาคต ชีวิตของอาจพังทลาย หากคะแนนภาษาไทย ได้ 0 ภาษาอังกฤษลดลง 1 คะแนน สำหรับอังกฤษอาจยอมรับได้ถ้าหากผมดูกระดาษคำตอบแล้วผลคะแนนลดลง แต่ภาษาไทยยอมรับไม่ได้ ตอนนี้ผมไม่ได้กลุ้มใจเพียงคนเดียว พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัวเริ่มมีอาการวิตกกังวลเกรงว่าผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้ ทั้งที่ผลการเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายดีมาตลอด ถ้าปีนี้ไม่เปลี่ยนระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วล่ะก็ มีโอกาสสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้สบายๆ พอมีปัญหาทำให้ต้องเลือกคณะที่ใช้คะแนนต่ำลง ยังมาเจอปัญหาเอเน็ตภาษาไทย ได้ 0 อีก

ทรงพล เล่าต่อว่า ไม่ใช่ตนเพียงคนเดียวที่มีปัญหา มีเพื่อนนักเรียนสถาบันเดียวกันมีปัญหาคล้ายกันหลายคน แต่พวกเขาเริ่มถอดใจ หันไปเขียนใบสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนกันเกือบหมดแล้ว เหลือตนเองที่ครอบครัวยังให้ดิ้นรนเพื่อหาคะแนนที่แท้จริง หวังจะเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐให้ได้


สุดท้ายถ้าไม่ได้จริงๆ ท่านจะให้เรียนมหาวิทยาลัยเอชน อันที่จริง ฐานะทางบ้านไม่ได้ขัดสน ส่งให้เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนได้โดยไม่เดือดร้อน เพียงแต่ท่านเคยผ่านรั้วมหาวิทยาลัยแถวหน้าของเมืองไทย ก็อยากให้ลูกเดินตามรอยท่าน

ทรงพล แสดงความเห็นด้วยว่า อยากเตือนสติ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา และ ศ.พิเศษ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขา กกอ.ที่ให้เด็กไปสมัครสอบแอดมิชชั่นก่อนแล้วจะตามคะแนนให้นั้น ไม่อยากให้รับปากแบบเลื่อนลอย ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบว่าขายผ้าเอาหน้ารอด


พร้อมทั้งถามด้วยว่าท้ายที่สุดหากเด็กไม่มีคะแนน และมหาวิทยาลัยไม่พิจารณาให้เข้าเรียน ใครจะยื่นมือเข้ามาช่วย


เช่นเดียวกับกนกพร ตันรัตนาวงศ์และเพื่อนๆ อีก 5 คน จากโรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนต์ ที่เดินทางมาเขียนคำร้องที่ศูนย์ตรวจคะแนนจุฬาฯ และเล่าให้ฟังว่าผลการสอบของพวกเธอที่ประกาศไป 3 ครั้ง ได้คะแนนแตกต่างกันทุกคน จึงไม่มั่นใจว่าคะแนนไหนคือคะแนนที่แท้จริง แล้วผลการสอบครั้งล่าสุดคะแนนลดลงมาก ชนิดที่ว่าไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้เลย

เห็นผลสอบแล้ว ช็อคปวดหัวตึ้บขึ้นมาทันที พร้อมกับถามตัวเองว่าเป็นไปได้ไงเนี่ย แล้วจะไปสมัครที่ไหนได้ และไม่ใช่เธอเท่านั้น เพื่อนๆ รวมก๊วนก็เจอปัญหาเดียวกัน และที่เดินทางมายื่นคำร้องเรียนเพื่อดูคะแนนก็เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นคะแนนของพวกเราจริงเหรอ อย่างไรก็ดี จากปัญหาวุ่นวายที่เกิดขึ้นในการประกาศผลสอบโอเน็ต-เอเน็ตทำให้รู้สึกเหนื่อย ถอดใจ สิ้นหวัง เพื่อนจึงได้ไปเขียนใบสมัครทิ้งไว้กับมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่ง เพื่อเป็นตัวเลือกในการเรียนต่อ

ไม่ใช่หนูทดลองยา

ทีนี้ เราลองมาฟังความเห็นของนักเรียนในต่างจังหวัดกันบ้างว่า พวกเขามีความรู้สึกอย่างไร

เกรียงไกร วีระอมรกุล นักเรียน ร.ร.สิรินธรราชวิทยาลัย จ.นครปฐม บอกว่า พวกเราไม่ใช่หนูทดลอง และไม่อยากเป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่ ตอนนี้ไม่รู้ว่าอนาคตของเราอยู่ที่ไหน จึงอยากให้ใช้การสอบโอเน็ตและเอเน็ตในครั้งนี้เป็นรุ่นสุดท้าย เพราะเป็นห่วงรุ่นน้อง ไม่รู้ว่าปีหน้าจะมีมาตรฐานแค่ไหน และจะเกิดปัญหาซ้ำรอยอีกหรือไม่

ขณะที่ วิลาสินี พัฒนทอง นักเรียนโรงเรียนพิชัยรัตนาคาร จ.ระนอง ให้ความเห็นว่า เดินทางมาจาก จ.ระนอง เพื่อเข้าร้องเรียนต่อ สทศ. เนื่องจากการประกาศผลครั้งนี้ยังคงไม่มีคะแนนข้อสอบเอเน็ตในวิชาวิทยาศาสตร์ 2

เช่นเดียวกับการประกาศผลทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา และเคยเดินทางมาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ สทศ.แล้ว เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า พบกระดาษคำตอบแล้วและจะตรวจสอบหาคะแนนให้ โดยยืนยันในการประกาศผลรอบที่ 3 จะมีคะแนนแน่นอน ขณะที่เพื่อนบางคนพบปัญหาว่าการประกาศผลครั้งที่ 3 บางวิชาไม่มีคะแนน ทั้งที่การประกาศผล 2 ครั้งก่อนมีคะแนน

ด้านศรัญญู พิศาลวิริยะกุล และจิรวัฒน์ โพธิรัตนานนท์ นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ พูดอย่างมีอารมณ์ว่า เครียดจนต๊องไปแล้ว

เพราะก่อนสอบก็มีความเครียดสะสมเป็นทุนเดิมไหนจะต้องเรียนตามปกติกับทางโรงเรียน เรียนพิเศษกับอาจารย์ในโรงเรียนเพื่อหวังเพิ่มเกรด (จีพีเอ) ซึ่งต้องมีการติวระยะยาว

ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ มานั่งเรียนกับโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง เป็นรายวิชา เตรียมสอบเอเน็ตเพื่อให้ได้คะแนนสูงๆ จะได้มีโอกาสเลือกคณะ มหาวิทยาลัยแถวหน้า


ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ใช้คะแนนจากหลายส่วน ยิ่งเพิ่มความเครียดให้ผู้ที่จะสอบเข้ามากๆ จนกลายเป็นความเครียดสะสม พอมาเจอสถานการณ์วุ่นวาย อย่างเพื่อนคนหนึ่งเครียดมาจนพ่อแม่ต้องพาไปหาจิตแพทย์

จิตแพทย์แนะต้องดูแลใกล้ชิด

นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้คำแนะนำถึงนักเรียนที่ยังไม่ได้รับผลการสอบโอเน็ตและเอเน็ตว่า ย่อมมีความเครียดเป็นธรรมดา ภาวะเช่นนี้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยกันดูแล กระตุ้นให้เด็กมีความหวัง ความผิดพลาดของการประกาศผลคะแนน

คิดว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไขหาแนวทางทดแทน เท่าที่จะทำได้เพราะไม่ใช่ความผิดของเด็ก อย่าซ้ำเติมเด็ก อย่างไรก็ตาม ช่วงวัยรุ่นเขาจะจำหรือเสียใจกับความผิดหวังไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิดหวังจากความรักหรือการสอบ ขอให้มีคนประคับประคองให้กำลังใจ เขาจะผ่านพ้นช่วงนี้ได้


ระบบการศึกษาคือความหวังของเด็ก ช่วงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นช่วงสำคัญของชีวิต หน่วยงานที่รับผิดชอบน่าจะเตรียมให้พร้อม ไม่ใช่นำเด็กมาเป็นหนูทดลอง

การสอบระบบใหม่ในเด็ก ป.6 ขึ้น ม.1 เขาจะไม่เครียดมากเท่านี้

แต่เมื่อสอบไม่ได้จริง ๆ พ่อแม่ต้องให้กำลังใจ ปลอบใจเขา ทั้งท่าทางและคำพูดต้องไปด้วยกัน เด็กที่แคร์ความรู้สึกพ่อแม่มากๆ เขาจะรู้สึกผิด ไม่ใช่บอกว่า ไม่เป็นไร แต่พ่อแม่เสียใจ แสดงออกไม่ตรงกับคำพูด

อธิบดีกรมสุขภาพจิตย้ำด้วยว่า ไม่ควรปล่อยความเครียดให้กินเวลายาวนานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้า การเสียใจผิดหวังไม่พูดไม่คุย 1-2 วันถือว่าไม่เป็นไร แต่หากนานกว่านั้น ต้องดูแล หากเด็กอยากพูดก็ต้องให้เขาพูด แต่ถ้าเขาไม่อยากคุย ไม่ต้องถามเหตุผล







หนังสือ ถวายฎีกาเครือข่ายพ่อแม่ เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา

จากการที่เครือข่ายพ่อแม่ฯ ได้ติดตามการปฏิรูปการศึกษา ได้พบความไม่ชอบธรรม ซึ่งได้ร้องเรียนไปหลายที่ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งการศึกษาเป็นพื้นฐานในการแก้ปัญหาชาติของชาติทุกๆอย่าง ไม่ว่าการคอรัปชั่น , ความสามารถของเด็ก ถ้าจัดการศึกษาดีๆ

ดังที่ทราบกันมา การจัดการเรื่องแอดมิชชั่น ONET ANET มีปัญหามากมาย เด็กๆได้รับผลกระทบมาก แต่ในปีนี้ก็จะประกาศให้ใช้อีก ทั้งๆที่ก็ไม่แน่ใจว่า จะเกิดปัญหาหรือไม่ และ จากผลการใช้หนึ่งปี ก็พบว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ความเครียด และการกวดวิชา แต่กลับเพิ่มมากขึ้น และมีปัญหา เกรดเฟ้อ ตามเอกสารแนบ พวกเราจึงใคร่ขอความเมตตา และความเป็นธรรมต่อเด็ก ไทย ที่ควรมีโอกาสในการได้รับการพัฒนาอย่างถูกทิศทาง ไม่ตกเป็นเหยื่อทางธุรกิจ ชีวิตในวัยเด็ก อยู่อย่างมีความสุข มีโอกาสในการได้รับการศึกษาอย่างใกล้เคียงกัน ดังนั้น พวกเราจึงใคร่ขอความกรุณาจากรพองค์ โปรดช่วยเหลือเยาวชน อนาคตของชาติ ดังนี้

1 ให้มีการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทปอ. ผ่านสื่อทีวีทุกช่องว่า ระบบแอดมิชชั่น ดีต่อการพัฒนาเด็กอย่างไร นอกเหนือจาก เด็กเข้าห้องเรียน แต่เรียนแล้ว ฉลาดขึ้น หรือโง่ลง คิดเป็นมากขึ้นหรือไม่ มีวิจัย หรือหลักการอะไรยืนยัน โดยให้มีการถกเถียงกัน ระหว่างภาครัฐ และ ประชาชน เยาวชน โดยมีสื่อมวลชน เผยแพร่สู่สาธารณะ

หากไม่มีหลักวิจัยใดๆ ควรยกเลิก แต่ให้ใช้ ระบบเอ็นทร้านซ์ เก่า เพียงแต่ลดความยากของข้อสอบ ลง ส่วนหากมีเด็ก ที่ไม่สนใจในห้องเรียน ควรใช้จำนวนเวลาเรียนบังคับ

ส่วนที่สอบวิชาเฉพาะไปแล้วก็สอบไป เพราะจำเป็นต้องใช้อยู่แล้ว ไม่ว่าระบบแอดมิชชั่น หรือเอ็นทร้านซ์ ส่วนONET ที่สอบก็สอบไป แต่ให้นับคะแนนเฉพาะวิชาที่ จำเป็นและเกี่ยวข้องกับคณะที่จะเรียน โดยให้มาคนกลาง มาจัดทำ เช่นท่านปุระชัย เพื่อมิให้ การศึกษาตกอยู่ในกระทรวงศึกษา เพราะผ่านมาหลายสิบปียังไม่ไปถึงไหน

2 ให้มีการจัดประชุม สองฝ่ายรัฐ และประชาชน โดยมีสื่อมวลชนเป็น พยาน เพื่อให้ถกเถียงกันถึงผลดี ผลเสียต่อการจัดการศึกษาชาติ โดยมี คนนอกเป็นประธานเช่น รตอ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

3 ในการสอบ ONET ครั้งที่ผ่านมา มีปัญหา ความผิดพลาดของคะแนนสูงมาก มีเด็กจำนวนมากที่ไม่แน่ใจคะแนนของตนเอง รวมทั้งไม่ชอบคณะที่ตนเองเรียน อยากจะขอสอบแก้ตัวใหม่ ในปีนี้ ขอความเมตตาให้เด็กได้สอบแก้ตัวใหม่ และให้มหาวิทยาลัยใช้คะแนนใหม่ โดยไม่ต้องนำไปวัดมาตรฐานโรงเรียน เพื่อแสดงความรับผิดชอบในปัญหาที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารการศึกษาที่ไม่ใช่ความผิดพลาดของเด็ก แต่เด็กถูกนำไปเป็นหนูทดลอง

4 ในการจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานก็เช่นกัน มีวิจัย หรือหลักการใด ที่ยืนยันว่าเป็น Child Centered และการจัดการศึกษาตามพรบ. การศึกษามาตรา 24 28 อย่างไร ซึ่งจากแบบสอบถามพบว่าเด็กถูกบังคับให้เรียนสิ่งที่ไม่ชอบ และเรียนมาแล้ว เช่นเด็กสายศิลป์ ต้องถูกบังคับให้เรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย ทั้งๆที่ในคณะก็ไม่ได้ใช้

เพราะฉะนั้น ควรลดหลักสูตรการศึกษาลง ครึ่งหนึ่ง ปล่อยให้เด็กและครูได้ฝึกคิด ในห้องเรียนมากขึ้น เพื่อฝึกกระบวนการคิดที่เด็กไทยเราอ่อนมาก

5 ในเมื่อประเทศยากจน การกำหนดนโยบาย ควรอยู่บนพื้นฐาน ประหยัด นั่นคือควรงดการให้เด็กซื้อหนังสือเรียนทุกปี แต่ให้ยืมเรียน ในปีนี้ก็ให้เด็กบริจาคให้โรงเรียนทุกคนเพื่อให้รุ่นน้องต่อไปมาเรียน การกำหนดชุดลูกเสือ เนตรนารี ให้ใช้ผ้าพันคอพอ เพื่อช่วยประหยัด งบประมาณ ของประชาชน ซึ่งช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิต แบบคิดเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

6 ณ ขณะนี้ มีการผลักดันให้เกิด มหาวิทยาลัยออกนอกระบบโดยอ้างความคล่องตัว แต่มหาลัยที่ออกไปแล้ว มีปัญหาในเรื่องความโปร่งใส และการตรวจสอบ ไม่ควรนำเข้าในรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่มีฝ่ายค้าน และไม่มีประชาพิจารณ์ ควรนำเข้าเมื่อมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การอ้างความคล่องตัว ประสิทธิภาพ หากไม่ออกนอกระบบ ก็สามารถทำได้ ขึ้นกับฝีมือผู้บริหาร การอ้างวัตถุประสงค์ นี้ แต่ผลลัพท์ อาจจะไม่ได้ตามนี้ แต่เกิดปัญหาอีกอย่างตามมา ดังเช่นการอ้างวัตถุประสงค์ ของระบบแอดมิชชั่น เพราะพรบ. มหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐ พบว่าถ้าหากมหาลัยออกนอกระบบหมด ค่าเล่าเรียนจะแพง ขึ้น บางแห่งเป็นแสนบาท (.ศิลปากร/ภาคดนตรี) ซึ่งมีการวิจัยแล้วว่าประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้ว ก็ไม่ได้ดีกว่า .ในระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

7 เงินค่าใช้จ่ายรายหัวเด็ก ควรให้เด็ก โดยตรงในรูปของคูปอง เพื่อให้เกิดการแข่งขันในการบริหารจัดการระดับโรงเรียน

8 การกำหนดนโยบายต่างๆทางการศึกษา ควรจะได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะกลุ่มของเครือข่ายพ่อ แม่-เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา , องค์กรครู ครูผู้น้อย กลุ่มการศึกษาทางเลือก สภาการศึกษาภาคประชาชน ประชาชนผู้สนใจทั่วไป

การเร่งทำนโยบายใดๆในรัฐบาลนี้ ที่ไม่ได้เป็นปัญหามาก ไม่ควรเร่งทำเพราะเป็นรัฐบาลชั่วคราว และมาโดย การยึดอำนาจ ซึ่งไม่เหมาะสม

จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดกรุณา พิจารณา กราบบังคมทูล เพื่อ พัฒนาเด็กไทยที่เป็นอนาคตของชาติ ซึ่งเท่ากับการกู้ชาติที่ถาวร อีกทางด้วย ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ

พท .พญ. กมลพรรณ ชีวพันธุศรี





หนังสือ คัดค้านมหาวิทยาลัย ออกนอกระบบ19 พย. 49

จากการที่ ได้ติดตามการปฏิรูปการศึกษา ได้พบความไม่ชอบธรรม ขาดการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะเรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ณ ขณะนี้ มีการผลักดันให้เกิด มหาวิทยาลัยออกนอกระบบโดยอ้างความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ แต่มหาลัยที่ออกไปแล้ว มีปัญหาในเรื่องความโปร่งใส และการตรวจสอบ

ซึ่งไม่ควรนำเข้าในรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่มีฝ่ายค้าน และไม่มีประชาพิจารณ์ ประชาชนและข้าราชการ นักศึกษาในบางมหาวิทยาลัย ยังไม่ทราบรายละเอียดของเนื้อหาในร่างพรบ. มหาลัยออกนอกระบบ เช่นของจุฬาฯ ควรนำเข้าเมื่อมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง


การอ้างความคล่องตัว ประสิทธิภาพ หากไม่ออกนอกระบบ ก็สามารถทำได้ ขึ้นกับฝีมือผู้บริหาร การอ้างวัตถุประสงค์ นี้ แต่ผลลัพท์ อาจจะไม่ได้ตามนี้ แต่เกิดปัญหาอีกอย่างตามมา ดังเช่นการอ้างวัตถุประสงค์ ของระบบแอดมิชชั่น ว่าเพื่อลดความเครียดลดการกวดวิชา แต่ผลตรงข้าม


เพราะพรบ. มหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐ พบว่าถ้าหากมหาลัยออกนอกระบบหมด ค่าเล่าเรียนจะแพง ขึ้น บางแห่งเป็นแสนบาท (ม.ศิลปากร/ภาคดนตรี) ซึ่งมีการวิจัยแล้วว่าประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้ว ก็ไม่ได้ดีกว่า ม.ในระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และตัวอย่างของพรบ .ม.ขอนแก่น ก็พบว่า ตัดคำว่าตรวจสอบภายใน มาตรา ที่ 55 56

ตัด การประเมินผลงานประสิทธิภาพของมหาลัย มาตรา 50

วาระของอธิการที่กำหนดให้ไม่เกินสองวาระ ถูกตัด ออกมาตรา 24

และตัดการอยู่ภายใต้อำนาจศาลปกครอง มาตรา15 17 ถูกตัดทิ้ง โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา นาย เกษม สุวรรณ กุล นายกสภา มหาลัย จุฬา (ที่มา นพ. พิศฺษฐ์ โจกท์กิ่ง ประธานสภาอาจารย์ ม.ขอนแก่น โทร 09-710859 6 ) เพราะฉะนั้น อาจจะบ่งบอกถึงการจะมีการหมกเม็ดหรือไม่

เจตนาเหล่านี้ จะเป็นเจตนาเพื่อความคล่องตัวในการบริหาร หรือความปลอดภัยในการ เอาทรัพย์สินของชาติไปใช้ในทางมิชอบหรือไม่ พรบนี้ได้ถูกตีตกไป เมื่อสมัยวาระสามของวุฒิสภากับสส.ที่ผ่านมานี้

การเร่งทำนโยบายใดๆในรัฐบาลนี้ ที่ไม่ได้เป็นปัญหามาก ไม่ควรเร่งทำเพราะเป็นรัฐบาลชั่วคราว และมาโดย การยึดอำนาจ ซึ่งไม่เหมาะสม


จึงขอ เรียนมาเพื่อโปรดกรุณา พิจารณา เพื่อ พัฒนาเด็กไทยที่เป็นอนาคตของชาติ ที่เป็นธรรม ซึ่งเท่ากับการกู้ชาติที่ถาวร อีกทางด้วย ถ้าจะออกจริงๆต้องผ่านการพิจารณ์ โปรดเผยแพร่ให้ประชานรับทราบด้วยจักขอบพระคุณยิ่ง












ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com