ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article

 

วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หมายถึง การตั้งครรภ์ในแม่ที่อายุ น้อยกว่า หรือเท่ากับอายุ 19 ปี หรือพบได้ร้อยละ 10-13 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด

แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีเผยคลอดลูกวันละ 140 รายเฉลี่ยปีละ 5 หมื่นราย ส่วนใหญ่ท้องโดยไม่ตั้งใจ เพราะมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ชี้มีผลกระทบต่อทั้งตัวแม่เด็กและตัวทารกที่คลอดออกมา

สถิติ ร.พ.รามาธิบดี พบว่า ประเทศไทยมีการคลอดบุตรของแม่วัยรุ่นสูงถึงวันละ 140 ราย หรือประมาณ ปีละ 50,000 ราย การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปัจจุบัน คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 20-30 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด ในจำนวนนี้ ร้อยละ 80 เป็นการตั้งครรภ์แบบไม่ตั้งใจ ร้อยละ 30 นำไปสู่การทำแท้ง เนื่องจากเยาวชนหรือวัยรุ่น เป็นวัยที่ควรจะต้องอยู่ในช่วงของการศึกษาเล่าเรียน หากวัยรุ่นตั้งครรภ์ในช่วงอายุนี้ จะทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อนาคตทางการศึกษา

ประเทศไทยมีอัตราการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่นเทียบกับจำนวนประชากรที่ตั้งครรภ์และคลอด สูงถึง 70 คนต่อประชากร 1,000 คน ขณะที่ประเทศอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้แต่จีน มีอัตราส่วนของแม่วัยรุ่นเพียง 4-5 คนต่อประชากร 1000คน สิงคโปร์ประมาณ 8 คนต่อ1000แม้แต่ในกัมพูชา อัตราการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่นยังอยู่ที่ประมาณ 15 คนต่อ 1000 คน ไทยเราติดอันดับในกลุ่มเดียวกับอินเดีย บังกลาเทศ ซึ่งมีประชากรมากกว่าเราหลายเท่า

การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน และ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน ปัญหาน่าจะ เกิดจากปัจจัยและปัจจัยเสี่ยง การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเกิดจาก

- วัยรุ่นที่เล่าเรียนน้อย มาจากครอบครัวที่ยากจน ครอบครัวแตกแยก

- ใช้เหล้าหรือสารเสพติด แอลกอฮอล์

- ไม่นับถือตนเอง ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง (ไม่เคยถูกให้กำลังใจ ถูกดุด่าเป็นประจำ ) ขาดความรักในตัวเอง ต้องการความรัก ทำให้เกิดเงื่อนไขในการตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ เพราะไม่ได้ทำอะไรด้วยตนเอง ไม่ถูกยอมรับ

- ขาดการเอาใจใส่ของพ่อแม่ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการไม่มีเวลา ไม่มีความรู้ ของพ่อแม่ พ่อแม่ในปัจจุบันยังนิยมชดเชยภาวะขาดความรักให้ลูกด้วยเงิน สิ่งของ เกิดจากความห่างเหินกันในครอบครัว พ่อแม่ไม่มีเวลาโอบกอดลูก สามีภรรยาไม่มีเวลาให้กัน ลูกหลานไม่ใกล้ชิดญาติผู้ใหญ่ ต่างคนต่างไปต่างคนต่างอยู่ เกิดความเหงา เมื่อไม่มีเวลาให้กัน ไม่ได้ปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหา ก็หาสิ่งชดเชยให้แทนเป็นเงินหรือสิ่งของที่ไม่สามารถเติมเต็มความรู้สึกทางจิตใจได้ เมื่อเกิดปัญหาก็ขาดที่พึ่งทางใจ ขาดความรัก ไม่รู้จักรัก รักคนอื่นไม่เป็น จึงทำตัวโดดเด่นทางไม่ดี เห็นแก่ตัว

- มาจากค่านิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป เด็กมีเพศสัมพันธ์เร็ว จากการวิจัยของ ดร.แอนนิตาและทีมงาน พบว่า การดูหนังโป้ มากขึ้น จะทำให้ สถิติของวัยรุ่นตั้งครรภ์ก็เพิ่มขึ้น

- ไม่ได้อบรมสั่งสอน ความไม่รู้ เกิดวงจรชั่วร้ายโง่ จน เจ็บ เมื่อไม่รู้ก็ ขาดโอกาสที่จะถูกหลอกได้ง่าย การศึกษา ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิต ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ปัญหาทางเพศในวัยรุ่น ความเสี่ยง และ ผลกระทบของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

-การตั้งครรภ์ไม่พึงปรารถนา

-การทำแท้ง

-โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่นกามโรค หนองในแท้และเทียม แผลริมอ่อน ไวรัสตับอักเสบ บี ฯลฯ

-ตั้งครรภ์มีปัญหาครรภ์เป็นพิษ (ความดันโลหิตสูง การทำงานของไตผิดปกติ มีอาการชักได้)

-ประมาณ 57% มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดภายใน 4 ปี

-ทางด้านสังคมแม่วัยรุ่นกลุ่มนี้ จบการศึกษาต่ำกว่าศักยภาพ มี ปัญหาเรื่องการเรียน

- สภาวะอารมณ์ที่ไม่มั่นคง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า เครียด ที่จะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ การปกปิดไม่ให้ผู้ปกครองรู้

- การคลอดก่อนกำหนด

- การฆ่าตัวตาย

- ขาดอาหาร วัยรุ่นมักเลือกอาหาร กลัวอ้วน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และใช้ยาบางอย่างที่อาจมีผลต่อทารกในครรภ์ จึง มีความเสี่ยงที่จะได้ทารกที่ตัวเล็ก น้ำหนักน้อย ส่วนหนึ่งของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์จะขาดแคลเซียม โปรตีน ทำให้พบภาวะโลหิตจางมีมาก
- การติดเชื้อ เช่นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- การเจริญเติบโตของกระดูกเชิงกรานยังไม่สมบูรณ์ ทำให้คลอดลำบากจะต้องผ่าท้องคลอดเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เทียบกับมารดาวัยอื่นๆ
- อัตราตายของเด็กที่คลอดสูง ผิดปกติแต่กำเนิดหรือเลี้ยงดูเด็กไม่เหมาะสมจนเกิดปัญหาตามมาได้ง่าย

การป้องกันการตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ในสตรีวัยรุ่นก่อให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา ความสำคัญอยู่ที่การป้องกัน ดูแลของพ่อแม่ ผู้ใกล้ชิด โดย

1. ผู้ปกครอง พ่อแม่ ต้อง ไม่สนับสนุนให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนระยะเวลาอันควร ซึ่งต้องเน้นให้ตระหนักในปัญหาที่ตามมาและเรียนรู้จักการ ดูแล และควบคุมตัวเอง

2. ให้มีการสอนเพศศึกษาอย่างถูกต้อง ตามวัย ให้รักษาสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในผู้หญิง เพศชายก็ให้ระวังเรื่องโรคเอดส์ และโรคติดเชื้ออื่นๆ รวมทั้งภาระ และปัญหาอื่นๆที่ต้องตามมาอาจจะเรียนไม่จบ อบรมสั่งสอนปลูกฝัง ตั้งแต่วัยยังเล็กๆ เช่นประถมต้น หรือปลาย สำคัญที่สุด โดยที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีความรู้ในการสอนเช่นกัน

3. ให้มีการปรึกษาหารือระหว่างผู้ปกครอง ครู เด็ก อย่างเปิดเผย จริงใจ

4 ผู้ปกครองต้องทำตัวเสมือนเพื่อน ดูแลใกล้ชิด ไม่ให้ห่าง ให้อยู่ในสายตาเรา หรือให้รู้ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน และ คอยสังเกตพฤติกรรม หรือ กิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำและการคบเพื่อนต่างเพศ เป็นใครมาจากไหน ,มีกิจกรรมทำอะไรกันบ้าง ควรรู้จักเพื่อนต่างเพศของลูกด้วย

5 คอยสอบถามความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเพศตรงข้าม และความคิดต่อพฤติกรรมทางเพศของบุตรหลาน เช่นคิดอย่างไรที่มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน หากลูกตอบว่าเป็นเรื่องธรรมดาก็น่าเป็นห่วง แต่หากลูกตอบว่าไม่เห็นด้วยก็น่ายินดี แต่ต้องคอยบอกกล่าวว่า จะไม่เปิดโอกาสให้อยู่กับเพื่อนต่างๆเพศ สองต่อสองในที่ ลับ และให้ระวัง ถูกกระทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ หรือหลอกให้ดื่มเครื่องดื่มบางชนิด ที่ผสมแอลกอฮอล์ และการควบคุมอารมณ์ไม่ให้ตกอยู่ในห้วงของอารมณ์ใคร่

6 แนะนำ สอน และจัดหาเรื่องการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินแก่วัยรุ่น เป็นอันสุดท้าย

8 ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม ที่ผสม แอลกอฮอล์ ทุกชนิด เพราะจะทำให้ขาดสติ ทำอะไรไม่รู้ตัว

9 เวลาไปเที่ยวกับใครที่ไหนก็ควรไปเป็นกลุ่ม

10 ส่งเสริมการวางแผนครอบครัว ในการสอนสุขศึกษาในโรงเรียนเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวไม่เพียงแต่จะสอนถึงสิ่งที่ใช้คุมกำเนิดแต่ควรจะสอนวิธีการใช้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพด้วย

หลักการสอนเพศศึกษาในเด็กและ วัยรุ่น

อาย 3-5 ปี

อายุ 6-9 ปี

อายุ 10-12 ปี

อายุ 13-15 ปี

อายุ 16-18 ปี

- ความแตกต่างทางสรีระร่างกายภายนอก ระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย

- ความภูมิใจในเพศของตนเอง

- การสอนการดูแลระวัง

- การวางตัวหญิง ชาย

- ความแตกต่างระหว่างหญิงชาย

- ในด้านบทบาททางสังคม

- ลักษณะทางกายภาพของร่างกาย และการเจริญเติบโต

- การวางตัวหญิง ชาย

- การปรับปรุงบุคลิกภาพให้สอดคล้องกับเพศของตนเอง

- พัฒนาการทางเพศของวัยรุ่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์

- การเข้าสู่สังคมเพศเดียวกัน เตรียมตัวสู่การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น

- การวางตัวหญิง ชาย

- ความรู้สึกในเรื่องเพศ

- การกำเนิดชีวิต

- ความแตกต่างในเรื่อง

- ความรู้สึกนึกคิด ในเรื่องเพศ ระหว่างเพศหญิงและชาย

- การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

- วิธีการปลดปล่อยอารมณ์เพศ

ศึกษากรณีตัวอย่าง

คุณแม่ มิกิ สาวน้อยวัย ๑๔ นักเรียนชั้น ม.๒ โรงเรียนสตรีชื่อดัง ที่มีชีวิตสดใสร่าเริงเหมือนวัยรุ่นทั่วๆ ไป ที่ทำกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนโดยการเป็นดีเจเปิดเพลงตอนพักกลางวัน ตกเย็นหรือวันหยุดก็ออกไปเรียนพิเศษ และสถานที่นี้เองที่ทำให้เธอได้รู้จักกับคิริจัง เด็กหนุ่มวัย ๑๕ ที่สุภาพอ่อนโยน จากการคบหาแบบเพื่อนธรรมดา ก็ก้าวข้ามไปสู่ความสัมพันธ์อันเกินเพื่อน เลยตั้งท้องโดยที่ไม่ได้คาดคิด

มิกิ สับสนและต้องการความช่วยเหลือ เธอไม่รู้ว่าจะพูดกับพ่อหรือแม่อย่างไร จนแม่สังเกตถึงความผิดปกติของเธอ จึงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง และพบความจริงที่เจ็บปวดว่าลูกสาวกำลังตั้งท้อง ทั้งพ่อและแม่ยืนยันที่จะให้เธอทำแท้ง โดยให้เหตุผลว่าเธอยังเด็ก ยังไม่สามารถที่จะรับผิดชอบชีวิตที่จะถือกำเนิดได้ แม้เธออยากจะเก็บเด็กไว้เพียงไร แต่ทางเดินของชีวิตช่างดูตีบตันนัก

สื่อมวลชน ก็ประโคมข่าวว่าเด็กญี่ปุ่นเหลวแหลกเป็นพ่อตั้งแต่อายุ ๑๕ ตั้งท้องตั้งแต่อยู่ ม.ต้น

ปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญ

  • แม้มิกิ จะผ่านบททดสอบขั้นต้น แต่สิ่งที่รอเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังตั้งท้องนั้นอาจดูเลวร้ายกว่า การตั้งท้องส่งผลกระทบต่อทุกคนที่รับรู้ และอยู่รายล้อมตัวเธอ

ทุกสายตาจับจ้อง

  • โรงเรียน ดูเป็นเรื่องน่าอายและน่าขายหน้าที่มีเด็กตั้งท้องในโรงเรียน ครูและเพื่อนนักเรียนส่วนใหญ่รับไม่ได้ที่จะมีมด เรียนร่วมด้วย พวกเขากดดันให้เธอลาออก เพื่อที่จะรักษาชื่อเสียงของโรงเรียนไว้
  • เพื่อนสนิท รับไม่ได้กับการตัดสินใจตั้งท้องต่อของมด และตั้งตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเธอ
  • เพื่อนบ้าน รับไม่ได้ที่เด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกตัวเองตั้งท้อง เพราะกลัวจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี จึงกดดันพ่อแม่มด ให้พวกเขาย้ายออกไปอยู่ที่อื่น

จะเห็นได้ว่ากรณีของมิกิ แทบจะไม่แตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม เราเลย ที่การตั้งท้องในวัยรุ่นมีอัตราที่สูงขึ้น และสิ่งที่วัยรุ่นของเราเผชิญก็คงไม่แตกต่างกับมด ที่หากตั้งท้องในขณะที่เรียนก็ต้องถูกกดดันให้ลาออก ถ้าไม่พร้อมที่จะตั้งท้องต่อก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยุติการตั้งท้อง แม้บางครั้งอาจต้องแลกด้วยชีวิต สังคมหรือสื่อมวลชนก็จ้องประณามว่าเป็นเด็กใจแตก แม่ใจยักษ์ แต่กลับไม่สร้างทางเลือกที่หลากหลายในการเรียนรู้ให้กับพวกเขา

รวบรวมข้อมูลจาก

www.matichon.co.th , raikorn@hotmail.com วันที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11200 มติชนรายวันhttp://www.lopburi.m-society.go.th/document/strategic4year.doc http://www.rcpsycht.org/cap/book01_10.php http://campus.sanook.com/teen_zone/spice_02092.php http://choicesforum.wordpress.com/2008/05/ http://www.family.or.th/data_file/news_purelove_003.htm http://www.elib-online.com/doctors3/teen_preg01.html http://learners.in.th/blog/madams30/3545 http://www.teenpath.net/sub/Content.asp?Sub=15&ID=00061

 

 

การจัดตั้งรัฐบาลเพื่ออนาคตของประเทศเรา

ขอร่วมแสดงความคิดเห็น 10 ธ.ค. 2551

กราบเรียน/เรียนท่านที่รักชาติ

ข้อเสนอของข้าพเจ้า จากประสบการณ์ที่ได้เคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ และที่ได้ติดตามความเป็นไปของบ้านเมือง รวมทั้งติดตามเคลื่อนไหวของ กลุ่มต่างๆไม่ว่าพันธมิตร เสื้อเหลืองเสื้อแดง นักวิชาการ นักการเมือง สื่อต่างๆ คิดว่า สิ่งที่จะเป็น ประโยชน์ต่อประเทศ และ ประชาชนจริงๆ คือ ไม่ว่าใครจะเป็นนายก หรือรัฐบาล ด้วยวิธีไหน ชอบหรือไม่ชอบธรรม หรือ ตามระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ก็ตาม

แต่ขอให้รัฐบาลนั้นต้องดำเนินการคือ ตั้งคณะทำงาน ด้านต่างๆ ที่เป็นปัญหาเดือดร้อน และเรื่องวิกฤติของคนส่วนใหญ่ในชาติ ในขณะนี้ โดยคณะกรรมการนี้ต้องมีใจเป็นธรรมและรักชาติ รักประชาชน ไม่ใช่มาจากกลุ่มที่มีเงื่อนซ้อนเร้น เช่น

1. คณะกรรมการแก้ไขปัญหา หนี้สิน และเศรษฐกิจ ความยากจน ปัญหาการค้าปลีก

2 คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน โดยแจกที่ทำกินให้ทุกครอบครัวที่ตกงาน หรือไม่มีที่ทำกิน เป็นแบบ สปก. แต่ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม โดย มีการลงทะเบียนภายในหนึ่งเดือนในทุกอำเภอ หรือจังหวัด ที่สำคัญ ทุกแห่ง ต้องรวบรวมปัญหาประชาชน อย่างสัมฤทธิ์ผล และรวดเร็ว

3. คณะกรรมการ ศึกษา วิจัยปัญหาการศึกษา และแนวทางแก้ไข เช่น การยกเลิกม.นอกระบบ ยกเลิกแอดมิชชั่น ปลูกฝังความรักชาติเสียสละ ทักษะชีวิตเยาวชน ดำเนินการวางยุทธศาสตร์ไม่เกินสามเดือน

4. คณะกรรมการ แก้ไขปัญหาการเมือง เช่น แนวทางของการเมืองใหม่ หรือประชาธิปไตยที่

สมบูรณ์ควรแก้ไขอะไรบ้าง โดยรับฟังความเห็นทั่วทุกภาค เช่น เกณฑ์การเลือกตั้ง ต้องให้ซื้อเสียงน้อยสุดและโปร่งใสจริงๆจังๆ ไม่ใช่เปิดช่องให้มีการโกง สร้างเครือข่ายประชาชน ชุมชนให้เข้มแข็ง มีระบบตรวจสอบส่งข้อมูลให้ถึงกันในชุมชน และจังหวัด ปฏิรูปสื่อ TVหนึ่งช่องสำหรับประชาชน เพื่อให้ข้อมูลที่แท้จริงไม่ใช่โจมตีคนดี ส่งเสริมคนเลว มีกระบวนการโพลล์ชี้นำประชาชน ( สภาพัฒนาการเมืองมีสิทธิ อำนาจหน้าที่โดยตรง ตามกฎหมาย พรบ. สภาพัฒนาการเมือง พศ. 2551 แต่ขยับลำบาก ด้วยติดเรื่องงบประมาณ และ.....บางกลุ่มอำนาจ ) คณะกรรมการแก้ไขปัญหา หลักเกณฑ์การเลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตย จริงๆจังๆ ที่ไม่ต้องใช้เงินมาก โดยสร้างประชาชนในชุมชน และเครือข่ายการเลือกตั้งภาคพลเมือง ให้เข้มแข็ง






 

แผนพัฒนาการเมืองไทย

สภาพัฒนาการเมืองก่อกำเนิดจาก รัฐธรรมนูญมาตรามาตรา 78 (7) มีหน้าที่ จัดทำแผนพัฒนาการเมืองปัญหาการเมืองไทย (เนื้อหาส่วนใหญ่มาจากคู่มือ ผนพัฒนาการเมืองจ ไม่ได้ คนที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง แผนพัฒนาการเมือง โดยคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง และยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี )

การเมืองไทย ยังขาดความเป็นประชาธิปไตย โดยประชาชน เพื่อประชาชน ของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะประชาธิปไตย ที่มีอยู่เป็น ประชาธิปไตยแค่ 4 วินาที ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และ ประชาธิปไตย 4 วินาทีก็ยังมีขบวนการบิดเบี้ยวเพื่อให้กลุ่มใดหรือคนใด ได้กุมอำนาจ ไม่ได้ คนที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง

สภาพัฒนาการเมือง มีความเป็นอิสระเพื่อติดตามสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
มาตรา 78(7)และ
รัฐธรรมนูญมาตรา มาตรา87 (3) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบองค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น
(4) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง และจัดให้มีกฎหมายจัดตั้งกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเพื่อช่วยเหลือการดำเนินกิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายทุกรูปแบบให้สามารถแสดงความคิดเห็นและเสนอความต้องการของชุมชนในพื้นที่
(๕) ส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

จึงเป็นที่มาของแผนพัฒนาการเมือง

ปัญหาการเมือง ในปัจจุบันคือ

1.ระบบอุปถัมภ์จากระบบทาสเดิมยังคงมีอยู่ทั้งในเมือง ( ชุมชนแออัด ) และ ชนบท ประชาชนยังยากจนพึ่งตนเองไม่ได้ ( เหตุจากการศึกษา คุณภาพคน ) จึงต้องพึ่งผู้แทน ซึ่งเงินเดือนอย่างเดียว ซึ่งคงไม่พอ จึงต้องหาเงินนอกระบบ

2.ข้าราชการบางส่วนบางแห่ง เงินค่าใช้จ่าย ไม่พอ ต้องรีดไถพ่อค้า นายทุน สร้างระบบผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะกลายเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และระดับชาติ

3.ระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการ เล่นพรรคเล่นพวก ส่งส่วย รับใช้นาย มากกว่า ประชาชน

4.นักการเมืองที่เป็นนายทุนพรรค ได้รับแต่งตั้งเป็น รมต. ( ความจริงต้องกำหนดคุณสมบัติ รมต. หรือประเมินผลงาน ภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี ปลดออกได้)

5.ระดับครอบครัว กระบวนการเลี้ยงดูเด็กยังติดนิสัยอาวุโส ไม่ยอมรับการโต้เถียงของเด็ก เลี้ยงแบบไข่ในหิน พึ่งตนเองไม่ได้ ครอบครัว พ่อแม่ ยังเลี้ยงดูเด็กแบบสร้างเสริมนิสัยความเป็นเจ้าขุนมูลนาย ความเห็นแก่ตัว การแก่งแย่งช่วงชิงมากกว่า การช่วยเหลือ เมตตาธรรม

6.ปัญหา ระบบการศึกษา

- ไม่ปลูกฝังสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ ความรักชาติ ของเยาวชน คุณธรรมจริยะธรรม อย่างเป็นรูปธรรม มักเป็นแต่ในตำรา หรือในห้องสอบ

- ให้คนต้องมีความจงรักภักดี และเคารพ การปกครองของรัฐ เป็นพลเมืองดีที่อยู่ในโอวาทของรัฐ สังคม มากกว่าการสร้างพลเมืองที่ต้องการมีส่วนร่วมในการปกครอง

- การเน้นความจำ การคิด เน้นในตำราวิชาการ มากกว่า วิถีชีวิตจริง

- รัฐและมหาวิทยาลัย ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เช่นไม่มีงบและวิธีการสนับสนุนให้เยาวชนทำกิจกรรม ( มหาวิทยาลัย นิสิตยังต้องเสียเงินค่าใช้ห้องประชุม และหาเงินทำกิจกรรมเอง จะสังเกตได้ตามแยกต่างๆ ตามทางขึ้นรถไฟฟ้า นิสิต ยังถือกล่อง รับบริจาคเพื่อนำไปทำกิจกรรม เอง )

- โรงเรียนไม่เปิดโอกาสให้เยาวชนสะท้อนปัญหาการศึกษาอย่าง กว้าง ขวาง ไม่ว่า การเกิด ปัญหาข้อขัดแย้งระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย การบังคับเรียน เกิดโรงเรียนกวดวิชามากมาย

- ผู้ใหญ่ไม่เป็นแบบอย่างประชาธิปไตยให้เด็กดู ครูยังเป็นเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย รวมทั้งข้าราชการผู้น้อย ยังไม่สามารถโต้แย้งข้าราชการผู้ใหญ่ได้เต็มที่

7 .ความอ่อนแอของประชาชน ที่บริสุทธิ์ใจ ไม่สามารถรวมตัวกันได้ หรือรวมตัวกันได้แต่ด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว พรรคพวก มากกว่า ส่วนรวม และความมีอัตตาในตนเองสูง ความเชื่อมั่นในตนเองสูง ถือว่าตนเองเป็นคนดี มองคนอื่นเลวหมด มีการใช้ฐานประชาชนบางกลุ่มขึ้นมาต่อรอง เกิดม็อบมวลชน ใช้ความรุนแรงมากกว่า สันติวิธี มีการยุแยกให้เกิดความแตกสามัคคีในหมู่ NGOด้วยกันเอง เพราะไม่อยากให้รวมตัวกันได้ ซึ่งก็ได้ผล เพราะ NGO บางส่วนเองก็คิดเล็กคิดน้อย คิด และมองในแง่ลบ หรือกลัวคนอื่นจะได้ดี หรือแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อหวังบางสิ่งบางอย่าง เพราะฉะนั้นการรวมตัวกันของคนดีๆจึงยากกว่าการรวมตัวกันของกลุ่มผลประโยชน์

กลุ่มที่รวมตัวได้เข้มแข็ง เช่น -กลุ่มข้าราชการ ( กพ. )

-กลุ่มทหาร

-กลุ่มที่แฝงหรืออิงสถาบัน

-กลุ่มนายทุน นักธุรกิจ

-กลุ่มนักกฎหมาย

-กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมอื่นๆ ที่รวมตัวเฉพาะกิจของตน เช่น กลุ่มแรงงาน กลุ่มรัฐวิสาหกิจ กลุ่มคัดค้านการสร้างเขื่อน กลุ่มอนุรักษ์คูคลอง ฯลฯ

-กลุ่มชุมชนเพื่อปกป้องดูแลคนในชุมชนเอง เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์

แต่ยังขาดการส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้รวมตัวกันได้ จากภาครัฐอย่างแท้จริง

8 .การเมืองหลังการปกครอง 2475

มีการเปลี่ยนแปลงกติกา เพื่อพัฒนาการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ถึงแม้นจะสร้างมาอย่างดี เพื่อควบคุมธุรกิจการเมือง หรือเพื่อสร้างธรรมาภิบาล กติกา กลไกต่างๆ ที่พยายามสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เพื่อควบคุมนักการเมือง กลับล้มเหลว ไม่ว่าที่มาของผู้แทน กลไกการตรวจสอบ ควบคุมถูกแทรกแซง ที่มาของตัวแทนองค์กรอิสระ ยังให้นายทุน อำนาจถูกครอบงำได้ ( ในบางตัวแทน )เพราะ

8.1การเมืองที่เปลี่ยนแปลงใหม่ ไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมการเมืองแบบมีส่วนร่วม หรือแบบพลเมืองขึ้นมาได้ เพราะค่านิยมแบบอุปถัมภ์ การมองตนเองต่ำต้อย คุ้นเคยกับบทบาทผู้ตามที่ดี โดยเฉพาะประชาชนตามชนบท ขบวนการเรียนรู้ไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่สมบรูณ์ รัฐยังไม่ปลูกฝังหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การใช้สิทธิ หน้าที่ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ( รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 – 74 และแนวนโยบายของรัฐ ม. 78 – 87 ) หรือการ ตรวจสอบติดตามในด้านนโยบาย การออกกฎหมาย

8.2 ข้าราชการ นายทุน ผู้มีอิทธิพล ชนชั้นปกครองยังหวงอำนาจ ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอนโยบาย สะท้อนความคิดเห็น การร่วมออกกฎหมายต่างๆ

8.3 พรรคการเมืองยังมีลักษณะเป็นของนายทุน ชนชั้นปกครอง ผู้มีอิทธิพล นักเลง พ่อค้า อันธพาลมากกว่าเป็นของประชาชนระดับรากหญ้า

เนื่องจากที่มาของ สส. คือผู้ที่ต้องมีทุนเป็นใหญ่มากกว่าผู้มีอิทธิพลทางความคิด ความดี ผลงานที่ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะระเบียบกฎเกณฑ์ในการเลือกตั้งยังอนุญาตให้ใช้เงินจำนวนมาก แทนที่จะให้ใช้เงินหาเสียงน้อยๆ ยังให้นายทุนมีบทบาทมากกว่าผู้ทำความดี

การปรับเปลี่ยนวิถีทางที่ได้มาของผู้แทนหลากหลายรูปแบบ แต่ยังไม่มีเกณฑ์ที่ต้องคัดกรองตัวแทนก่อนสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งเกณฑ์การเลือกตั้งยังคงมีช่องโหว่ให้เกิดการใช้อิทธิพล ทั้งจากข้าราชการ ผู้มีอิทธพลทางอำนาจ นายทุน ยังมีจุดบอดที่ทำให้มีการใช้อิทธิพล โกงคะแนนเข้ามาใช้ เช่นการใช้อำนาจมืด อิทธิพล ข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ

8.4 ความอ่อนแอในพรรคการเมืองและรัฐบาล เพราะ รมต. ยังต้องมาโดยแบบโควตา สส. ต้องมีมุ้งต่างๆ เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการเสนอ รมต. ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เงินเป็นตัวดึง สส. เข้ามุ้ง เป็นที่มาของคอรัปชั่น

ในโครงการต่างๆ ( รายได้ สส. แสนกว่าบาท แต่ต้องใช้เพื่อสร้างเครือข่าย ประชาชน อุปถัมภ์ เดือนละ 5-6 แสนบาท ) พรรคการเมืองจึงต้องหาเงินให้แก่สส. หรือ ผู้แทน ซึ่งก็ได้มาจากนายทุนพรรค ซึ่งกลับมาหาเงินจากโครงการต่างๆ ของรัฐ

ปัญหาพรรคการเมือง

- ก่อนหน้านี้ พรรคเล็กพรรคน้อย สส. อิสระ ไม่สังกัดพรรค รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ( ถ้ารัฐบาลไม่โปร่งใส ไม่มีธรรมาภิบาล )

- ปัญหาพรรคใหญ่ พรรคเดียว สส. สังกัดพรรค รัฐบาลกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ และแทรกแซงองค์กรอิสระ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ( แต่ประชาชนเดือดร้อน เพราะผู้นำไร้เมตตาธรรม )

สรุปปัญหาคือ ผู้นำ และรัฐบาล ขาดธรรมาภิบาล เมตตาธรรม

8.5 ความอ่อนแอของสถาบันรัฐสภา ฝ่ายบริหารทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วย เกิดปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์ได้มากขึ้น

มีนักการเมืองไร้คุณภาพ กลุ่มนักธุรกิจที่เคยอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของข้าราชการ ทหาร พลเรือน ในสมัยอำมาตยาธิปไตย ผันตัวเองมาให้ลูกหลาน แต่งงานกับนักการเมือง ทำให้เกิดความมั่งคั่งทางธุรกิจมากขึ้น และเป็นผู้สนับสนุนทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งทำให้เกิดระบอบธนาธิปไตย หรือ วาณิชยาธิปไตย และนิยมสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลระหว่างกันเอง กับข้าราชการ ทหาร พลเรือนที่มีอำนาจ

8.6 การไม่เผยแพร่สิทธิ หน้าที่ ของประชาชน อย่างทั่วถึง การสร้างจิตสาธารณะ ส่งเสริมการรวมกลุ่ม ส่งเสริมบทบาทของแต่ละกลุ่มให้เข้มแข็ง

9 กลุ่มสื่อมวลชน ส่วนหนึ่ง ยังคงตกอยู่ในอำนาจของ ทุน ไม่กล้าแสดงข้อเท็จจริง ส่งเสริมคนโกงให้เป็นที่รู้จักของสังคม มากว่าคนดีๆที่อาสา เพื่อบ้านเมือง ในการเลือกตั้งหลายครั้ง ยังคงให้กลุ่มนายทุนเข้ามามีอิทธิพลมากกว่า เสนอภาพคนดีๆจริงๆให้ปรากฏ

 






 

เรื่องการเมืองใหม่ทำได้ทันที

การเมืองใหม่ ที่บอกว่า ให้เปลี่ยนแปลงที่มาของสส. สว. นักการเมือง หากเกณฑ์การเลือกตั้งยังคงเหมือนเดิม ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆเพราะจะได้นักเลง พ่อค้าหวย นายทุนกลับเข้ามาอีกรอบ ท่านเห็นด้วยไหม ตอนนี้ไม่มีใครเรียกร้องให้เปลี่ยนเกณฑ์การเลือกตั้ง ทั้งที่สำคัญที่สุดในการได้มาซึ่งกระบวนการประชาธิปไตย ที่แท้จริง แต่ประชาชนโดนปิดตา ปิดหู และโดนโกงคะแนน

ท่านที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องการเมืองใหม่ ซึ่งก็เห็นด้วย(ถ้าไม่ถูกใครฉวยโอกาส) แต่ไม่แน่ใจว่าในอนาคตบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดิฉันเสนอข้อคิดเห็นที่จะเกิดมรรคผลแก่ บ้านเมืองทันที คือ (เหมือนในบราซิล ที่ยึดที่ดินมาบริหารเองเลย : direct action ที่มากรุงเทพธุรกิจ 22 กันยายน 2551 )

1 การปฏิรูปการเมือง หรือจะเรียกว่าการเมืองใหม่ ข้อสำคัญที่สุดที่ทุกฝ่ายมองข้ามไป คือ วิธีการได้มาของผู้แทน ทั้ง สส. สว. ผู้ว่าฯ อบต. อบจ . ต้องให้ได้คนที่ประชาชน เลือก ได้คนดีๆ และมีการซื้อขายเสียงน้อยที่สุด และผู้เลือกเองก็ต้องมีคุณภาพ นั่นคือต้อง แก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้ง อย่างเร่งด่วน ซึ่งหากทำได้เลยก็จะมีผลดี ต่อการเลือกตั้งทุกครั้ง ทุกชนิด เช่นให้มีการเซ็นชื่อผู้ลงคะแนน บนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกัน การยกหีบ เปลี่ยนหีบบัตร การกำหนดสัดส่วน ให้เงินภาคประชาชน เข้าร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง การสนับสนุน ประชาสัมพันธ์จากบางสื่อที่ไม่เอียงข้าง ให้มีการนับคะแนนหน้าหน่วย การกำหนด การใช้เงินจำนวนไม่มากในการสมัครแต่ละครั้ง เช่นสามหมื่นห้าหมื่น ให้มีบทลงโทษอย่าหนักหากมีการโกงคะแนนหรือนับคะแนนไม่ตรงไปตรงมาเช่นปรับ ยี่สิบล้าน ติดคุก ห้าปี เช่นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ ไม่มีการนับคะแนนหน้าหน่วยเพราะฉะนั้น สามารถร่วมโกงคะแนนกันได้

2 ที่มาของข้าราชการผู้ใหญ่ ปลัด หรือหัวหน้ากรม กอง ในแต่ละหน่วยงานของรัฐ นอกจากความอาวุโส แล้ว ควรจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ และผลงานในอดีต ร่วมด้วย โดยเฉพาะระดับซีเก้าขึ้นไป เช่นการรับข้าราชการซีเก้า ในกระทรวงสาธารณะสุข เริ่มมีการ แสดงวิสัยทัศน์ ให้สมัครแข่งขันกัน แต่ บางองค์กร ยังเลือกเฉพาะพวกใครพวกมัน เช่นใน ข้าราชการกทม.

3 ที่มาขององค์กรอิสระ ซึ่งยังมีอำนาจบางอย่างแอบแฝง เช่น คณะกรรมการของสภาที่ปรึกษาฯต้องมาจากอธิการ หรือที่มาของ ปปช .กกต . ต้องข้าราชการซี สูงๆ ไม่มีภาคส่วนของนักต่อสู้ หรือตัวแทน ภาคประชาชน เลย หรือ คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ควรมีข้าราชการ หรือพนักงงกานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้

4 การปรับเปลี่ยนบอร์ด รัฐวิสาหกิจ การบินไทย ปตท กฟฝ ขสมก การทางพิเศษ แห่งประเทศไทย กกร . กบง . ฯลฯ หรือ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นลงราคาสินค้า ค่าสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำมัน ประปา ไปรษณีย์ ค่ารถเมล์ ต้องมีตัวแทน ภาคประชาชน ครึ่งหนึ่ง และให้มีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดกฎเกณฑ์ ซึ่งข้อนี้มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามอย่างแท้จริง (และ สามารถไม่มีความผิด )

ที่สำคัญตอนนี้จะมีการขึ้นราคาค่าไฟฟ้า เอฟที อีกแล้วท่านทั้งหลายท่านทราบหรือเปล่า แล้วท่านจะทำอะไรอย่างไร

5 ทุกกระทรวงควรมีรัฐบาลเงา จากตัวแทน ภาคประชาชน ทั่วประเทศ เพื่อติดตามตรวจสอบ เสนอแนะ นโยบาย กฎหมายที่จะออกมาเพื่อบังคับใช้แก่ประชาชน ให้ภาคประชาชนที่ อาจจะเรียกว่า สภาประชาชน มีส่วนร่วม และควรอนุญาตให้ประชาชนสามารถไปใช้สถานที่ราชการได้ทุกแห่ง ในทุกองค์กร ของรัฐ เช่นในมหาวิทยาลัย สำนักงานเขต กระทรวงต่างๆ สถานศึกษา เพื่อใช้เป็นที่ ร่วมเสนอข้อคิดเห็น และมีงบประมาณสนับสนุน

ขณะนี้เริ่มมีสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากสภานี้ถือโอกาสทำงานพัฒนาการเมืองใหม่ได้เลย

6 การใช้อำนาจตุลาการ หรือกระบวนยุติธรรม วรมีคณะลูกขุนเพื่อให้ การตัดสินความด้วยความยุติธรรม ไม่มีสองมาตรฐาน และมีความเป็นธรรมแก่ประชาชน และทั้งข้าราชการผู้ใหญ่ นักการเมืองต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ใช่ทำอะไรก็ไม่เคยผิด
7 ระบบการศึกษา ทำให้คนฉลาด ทำมาหากินเอง อยู่บนขาตัวเองได้ ตามทันคน มีสติปัญญา ไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครๆ ย่อมทำให้การตบตาประชาชน เพื่อผลประโยชน์ตนเองทำได้ยากขึ้น ปลูกฝังความรักชาติ ถ้ากระทรวงศธ. ทำไม่เป็น เอาของท่านจำลอง เข้าไปสอนแทนเลย

ยกเลิกการสอบ ONET GPA ลดเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน และเอาม.นอกระบบกลับคืน ท่านคิดอย่างไร เลขาธิการคณะกรรมการ ห้าแท่ง ต้องใช้วิธี รับสมัคร และแข่งขันวิสัยทัศน์ ประเมินกันทุกสองปี หากไม่ถึงเป้า มาตรฐาน ที่ตั้งไว้ ต้องปรับออก

8 การ ตั้งสภาเยาวชน ที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลของใคร มีงบประมาณสนับสนุน และสถานที่ให้ทำกิจกรรม
9 กฎหมาย ควรจะใช้บังคับทุกคนไม่มีใครอยู่เหนืออำนาจกฎหมาย และหากใครไมทำตามกฎหมายควรมีบทลงโทษ โดยเฉพาะข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้แทนองค์กรอิสระ หากมีสองมาตรฐานต้องให้ได้รับโทษมากกว่าสาธารณะชน สองเท่า ถึงห้าเท่า

10 เป็นนายกฯ แล้วแก้ไขตามที่ท่านต้องการง

ลายท่านทราบหรือเปล่า แล้วท่านจะทำอะไรอย่างไร

ควรให้สื่อทีวีหนึ่งช่องฟรีให้ภาคประชาชนจริงๆ เสนอข้อมูลทุกด้านอย่างเป็นธรรม

11 เกณฑ์การ ทวงหนี้จากประชาชน ลูกหนี้ต้องเป็นธรรมไม่ใช่เป็นหนี้ เจ็ดแสนทวงไปทวงมา กลายเป็นเจ็ดล้าน เอาเปรียบประชาชนเกินไป

12 เลือกตั้งนายกรัฐมนตรี รมต. ตัวแทนองค์กรอิสระ เช่น ปปช. จากประชาชน ทั่วประเทศ ด้วยเกณฑ์เลือกตั้งที่แก้ไขแล้ว

ทั้งหมดนี่แหละจะเกิดมรรคผลต่อประชาชนทั้งแผ่นดินทันที ไม่ต้องรอรัฐบาล เทวดาจากที่ไหน หรือรอให้ใครมานั่งเป็นรัฐบาล แต่สามารถช่วยเหลือคนทั้งชาติทันที ท่านคิดอย่างไร

หากท่านต้องการรัฐบาลใหม่ หรือ รัฐบาลแห่งชาติ ท่านแน่ใจอย่างไรว่าเขาจะทำตามที่ประชาชนทั้งแผ่นดินต้องการ ไม่ใช่มีพวกฉวยโอกาส เอาม.นอกระบบ และสินค้าโคตรแพง เพราะฉะนั้น ต้องหาทางป้องกัน อย่าให้ประชาชนถูกหลอก ฟรี

นี่เป็นความคิดเห็นจากประสบการณ์ที่ได้เคลื่อนไหว ติดตาม และ เป็นทั้งข้าราชการ ผู้สมัคร สว. และฐานะประชาชนชาวไทย

(แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ขอบคุณคะ)



เรียนท่านที่รักชาติ ด้วยใจบริสุทธิ์ทุกท่าน

ท่านคิดว่าประเทศไทย เมื่อเครือข่ายคุณทักษิณออกไปแล้วประเทศชาติจะสงบไหม ท่านคิดว่าองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นใหม่ หรือทุกภาคส่วน ทุกองค์กร มีมาตรฐานเดียวเพื่อบ้านเมืองจริงไหม

แล้วก่อนที่ทักษิณจะขึ้นมาเป็นนายกฯ ประชาชนมีความสุข สงบ และถูกปกครองอย่างเป็นธรรมจริงหรือไม่ ลองนึกย้อนไปดู เอาง่ายๆ หลัง 19 กันยายน 2549 รัฐบาลสุรยุทธ์ มีการขึ้นราคาสินค้าให้ พ่อค้ากำไรหลายเท่า ไม่ว่านม น้ำมันพืช น้ำมันเชื้อเพลิง มหาวิทยาลัย ถูกออกนอกระบบ เจ็ดแห่ง ทำ ถือว่าผิด แต่หากเป้หากเป็นนักกฎหมาย ร่วมกับพวกอำมาตย์บางกลุ่ม ทำถือว่าถูกต้อง เช่น นอกระบบ กรรมการ สภามหาวิทยาลัย เขียนขึ้นมมีการแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ผู้แก้ไม่ว่านายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการ สภามหาวิทยาลัย เขียนขึ้นมาเอง ขึ้นเงินเดือนกันเอง หรือกลุ่มพลังงานที่มีการให้สัมปทานก่อนสัญญาหมดอายุห้าปี อย่างนี้เรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือคอรับชั่นเชิงนโยบายหรือไม่ เรื่องปรส. ที่ทำให้ประเทศ และประชาชน เจ๊งเป็นแสนๆล้าน การออกเป็นนโยบายเพื่อให้ซื้อทรัพย์สินราคาถูกๆ โดยมีการตั้งบริษัทขึ้นมากินกันเป็นทอด ๆ ผลที่ตามมายังหลอกหลอนประชาชน ยังถูกตามหนี้ไม่เลิก ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ขูดรีดประชาชน ที่เป็นหนี้จ่ายเท่าไรไม่หมดสักที ลูกหนี้ ผูกคอตาย หัวใจวายตาย มีรัฐบาลไหนจริงใจ แก้ไข ใครเป็นคนวางกฎเกณฑ์นี้ขึ้นมา ใครได้ประโยชน์กันบ้าง ลองใช้สมองที่มีอยู่คิดเอาเอง

ทุกรัฐบาลประชาชนถูกกดขี่วันยังค่ำ ไม่ว่า เรื่องข้าวยาก หมากแพง เรื่องการไม่วางแผนนระยะยาว ยังเปิดช่องว่างให้มีการใช้พลังงานที่ไม่มีทางจะลดลง ทั้งที่รู้ว่าน้ำมันเชื้อเพลง เป็นส่วนใหญ่ ถูกนำไปใช้ในการขนส่ง และรถยนต์ แต่ไม่เคยคิดจะ สร้างทางรถไฟเร็วเหมือนต่างประเทศ เพื่ออะไร (ขายรถยนต์ได้? บริษัทขนส่งเอกชนอยู่ได้ ?)

เรื่องการผลิตกระแสไฟฟ้า ก็ใช้ ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงกว่า 70 % ทั้งๆที่ถ้าใช้น้ำเป็นพลังงาน จะช่วยลดค่า ไฟฟ้าได้ แต่ไม่มีการวางแผนเช่นการสร้างเขื่อนกักน้ำ ทั้งป้องกันน้ำท่วม ซ้ำซากและความแห้งแล้งในหน้าแล้ง ซ้ำซาก ประชาชนเ ดือดร้อนซ้ำซาก เรากลับต้องซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำจากลาว นี่คือ ความที่เราละเลยการตรวจสอบ การที่เรามีสองมาตรฐาน การที่เรามีโมหะจริต ความโกรธ ความหลง ปิดบัง

เรื่องการศึกษาของเยาวชน ทั้งที่รู้ว่าเป็นเชิงพาณิชย์ก็ยังไม่เคยมีใคร คิดจะแก้ไข ไม่ว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แบบแอดมิชชั่น ที่มีผลวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์จากมหาลัย 25 แห่ง คุณภาพเด็กลดลง ได้เด็กไม่ตรงคณะ เด็กดรอบเรียนมากขึ้น สูญเสียงบประมาณแผ่นดินมากขึ้น ผลการสำรวจของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติมีคนไม่เห็นด้วยกว่า 80% ยังเดินหน้าต่อไป เพิ่มรายได้แก่รร.กวดวิชา (ซึ่งบางแห่งเป็นของนักการเมือง ลูกหลาน นักการเมือง) ลูกหลานเจ้าของรร.กวดวิชาก็ถูกส่งไปเรียน เมืองนอกด้วยเงินค่ากวดวิชาที่บางวิชา ทำให้เด็กไทยโง่ๆ (เรียนมากสอบมาก คิดไม่เป็น สอบได้คะแนนดี แต่เอาตัวไม่รอด ) เด็กและเยาวชนคือเหยื่อ หรือสินค้า อย่างดีของ รร. กวดวิชา รายละเอียดสามารถ ดูได้ที่ www.parent-youth.net

เรื่องการกำหนดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มากมายเกินวัย ไม่เป็นไปตามการพัฒนาเด็กแบบ แต่ผู้จัดการศึกษากลับเข้าใจผิด ยิ่งเรียนมากสอบมากยิ่งโง่มาก คิดไม่เป็น

มีแต่ความจำ เสียสุขภาพจิต (ความฉลาดจะมีมากเมื่อได้ใช้มันสมองฝึกปรือความคิดทุกๆด้าน การทำกิจกรรม การลงมือปฏิบัติ มากกว่า ) ไม่เคยมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองผู้ที่ว่ารักชาติ ออกมาขับเคลื่อน ทั้งๆที่รู้ว่า เยาวชน ผู้ปกครอง ถูกเอาเปรียบ ส่วนคนจะดีหรือไม่ พวกผู้ใหญ่ทั้งหลายต้องเป็นแบบอย่างเสียก่อน ดูอย่าง ปากีสถาน และกลุ่มอิสลาม สามารถ พลีชีพตายเพื่อชาติได้ แต่คนไทยเรา ไม่มีการปลูกฝัง ซึ่งไม่ต้องถึงกับต้องพลีชีพ เพียงมีความรักชาติเสียสละก็พอ จึงเป็นที่มาของการเอาเปรียบเบียดเบียนของนักการเมือง ผู้ที่มีอำนาจ ที่คิดว่าคงไม่มีประชาชนคนไหน มาคัดค้าน

ที่ดิฉันเขียนบทความนี้ ก็หวังไว้ว่าท่านที่รักชาติทั้งหลาย คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ในการเคลื่อนไหว และเรียกร้อง ในเรื่องต่างๆ เพื่อ่ป้องกันประชาชนมิให้ถูกหลอก หรือเบียดเบียนต่อไป และ อยากให้ชาติได้รับการพัฒนาไปข้างหน้า โปรดหาทางช่วยเหลือเยาวชนอนาคตของชาติ ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศเรา หากเราทำให้เยาวชนเราถูกเบียดเบียนถูกทำลายศักยภาพ นั่นคือ ประเทศเราคงจะล้าหลัง ไปเรื่อยๆ ปัญหาเยาวชนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย

 

การปรับเปลี่ยนจำนวน สว สส ก็ไม่สามารถได้คนดีได้หากเกณฑ์ การเลือกตั้งไม่เปลี่ยน เพราะ เรื่องการโกงเลือกตั้งก็ ยังคงปล่อยให้มีการยกได้ทั้งหีบ ยังคงปล่อยให้บางพรรค บางคน โกงการเลือกตั้งได้ โดยยกหีบทั้งหีบ ไม่มีเกณฑ์ที่ป้องกัน สื่อบางแห่ง ไม่เสนอข่าวคนดีๆ แต่ส่งเสริมประชาสัมพันธ์คนเลว และช่วยกันปกปิดการโกง เพราะนี่คือการทำร้ายบ้านเมือง เพราะพวกคุณส่งเสริมคนเลวมาปกครองบ้านเมือง โดยเฉพาะสื่อบางสื่อ พวกคุณก็ยังคงนิ่งเฉย ยังคงไม่เรียกร้อง ปล่อยให้มีการโกงการเลือกตั้ง นี่คือ ต้นเหตุสำคัญของการ เมืองสกปรกอันหนึ่งเช่นกัน

สรุปปัญหาบ้านเมืองขณะนี้เกิดจาก ความไม่มีคุณธรรม ไม่มีความรักชาติ เสียสละ และไม่มีสติปัญญารู้เท่าทัน การฉกฉวยโอกาส การตบตาประชาชน ความมี 2 มาตรฐาน การไม่ติดตามข้อมูลข่าวสาร การได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงไปตรงมา การบิดเบือนหรือปกปิดข้อมูลของบาง มีทั้งการยุแยก การโจมตีใส่ร่ายป้ายสี คนที่หวังจะช่วยชาติบ้านเมืองว่าเป็นคนไม่ดี ลบหลู่สถาบัน เช่น อาจารย์จอน อึ้งภากร ถูกส่งอีเมล์ลูกโซ่ หาว่าทำภาพลบหลู่เบื้องสูง เพื่อมุ่งหวังทำร้ายทำลายชื่อเสียงกัน เพื่อมิให้มีใครเป็นแกนนำ ออกมาคัดค้านหากมีใครทำร้ายบ้านเมือง เช่น คัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ หรือ ที่ข้าพเจ้า เมื่อเป็นผู้ประสานงาน จัดเสวนา เรื่องวิกฤติการเมืองใหม่ และทางออก เนื่องจากเห็นว่าพันธมิตรออกมาเรียกร้องการเมืองใหม่ แต่ ยังไม่ปรากฏ เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ดิฉันเกรงว่า อาจจะมีผู้ฉวยโอกาสเหมือนครั้งการรัฐประหาร 19 กันยายน 2551 ก็มี ส่งอีเมล์ลูกโซ่ ไปโจมตีว่าอย่าไปร่วม จะถูกดิฉันครอบงำ อยากดัง ทั้งๆที่ เราจัดเพื่อระดมสมองว่าการเมืองใหม่ที่จะทำให้บ้านเมืองไปถูกทิศทางควรเป็นไปในแนวไหน เพื่อป้องกัน มิให้กลุ่มฉวยโอกาส เข้ามาสวมรอย ฉกฉวยอำนาจไปปกครองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ต่อตนเองและพรรคพวก

การคิดการเมืองใหม่เป็นสิ่งที่ดีมาก หากสามารถทำได้จริง และยุติธรรม ถูกทิศทาง และหากไม่มีใครซ่อนเร้น แอบแฝง เพื่อนำมาซี่งอำนาจของตนเองและพรรคพวก แต่การปรับเปลี่ยนเฉพาะนักการเมืองคงไม่ทำให้ประเทศไทยเรา ได้แก้ปัญหา แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะกลุ่มที่มีอำนาจ นอกจากนักการเมืองก็จะมีกลุ่มข้าราชการผู้ใหญ่ กลุ่มตัวแทนองค์กรอิสระ กลุ่มนักกฎหมาย กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มคน หรือองค์กรเหล่านี้ มีใจที่จะปรับเปลี่ยน เพื่อชาติ และมีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ควรแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนอย่างไร และควรสรรหาอย่างไร หรือมีหลักเกณฑ์อย่างไรที่จะปรับเปลี่ยนกลุ่มคน และองค์กร เหล่านี้



 




ทักษะชีวิต

เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com