ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article

 

ในหลวงของเรา กับระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย

ข้าพเจ้า พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี เป็นประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา และนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องต่อความไม่เป็นธรรมหลายเรื่อง มาเกือบสิบปี ได้ติดตามการเสนอข้อคิดเห็นจาก หนังสือ The Economist ที่กล่าวโจมตี ในหลวงของไทยเรา ว่าทำให้ประชาธิปไตยไม่ก้าวหน้า และรวมทั้งหลายๆฝ่ายกำลังบิดเบือน ข้อมูลต่างๆ และคิดว่าอีกหลายประเทศที่ไม่เข้าใจ และไม่รู้ระบอบประชาธิปไตย และ การบริหารการปกครอง ของเมืองไทยที่แท้จริง

ความเป็นจริง ประเทศไทย ผู้ที่กุมอำนาจ มีอยู่ไม่กี่คน ไม่กี่องค์กร ได้แก่ นักการเมือง( สส สว.) ข้าราชการชั้น ผู้ใหญ่ ผู้แทนองค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม คณะกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจต่างๆ เมื่อจะวิเคราะห์ประชาธิปไตยเมืองไทย ต้องวิเคราะห์ให้ตรงประเด็น ไม่ใช่วิเคราะห์เพื่อประโยชน์กลุ่มทุน หรือกลุ่มอำนาจที่ซ่อนเร้น

ปัญหาที่มาของ นักการเมืองสำคัญที่สุดที่จะต้องได้คนดีมีคุณธรรม แต่ปัจจุบัน ข้อเท็จจริง ในประเทศไทย เกณฑ์การเลือกตั้งที่มีช่องว่างให้เกิดการโกงคะแนน หรือใส่บัตรเกิน มีการร่วมมือกันหลายๆฝ่าย เพื่อให้นายทุน กลุ่มอิทธิพล ข้าราชการที่ไม่รักบ้านเมือง องค์กรอิสระ ที่ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้กลุ่มบางกลุ่มเข้ามาได้มากกว่า คนดีๆ ( จึงยังผลให้เกิดการคอรัปชั่น ข้าราชการดีๆที่ซื่อสัตย์ กลับถูกทอดทิ้ง ข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการโกงกิน กลับถูกเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว ) แต่ไม่มีใครพูดถึง ต่างชาติไม่มีใครล่วงรู้ พราะนี่คือ ระบอบประชาธิปไตยที่บิดเบี้ยว และหลอกลวงโลก เพราะผู้แทนที่ได้มา ไม่ว่า สส . สว. ผู้ว่าราชการ หรือ อบต อบจ. นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งทุกชนิด น้อยคนที่ได้ด้วยบริสุทธิ์ใจ ส่วนใหญ่ได้ด้วยการใช้อิทธิพลและเงินทุน แต่ไม่มีใครคิดจะปรับแก้

รวมทั้ง สื่อมวลชน บางกลุ่ม ที่ เวลาเลือกตั้งจะมีการชี้นำ คนที่เคยคอรัปชั่น ปกปิดความเลวของบางคน และ โจมตีคนดี ออกข่าวบิดเบือน

ข้อเท็จจริง ข้าพเจ้าขับเคลื่อนในประเด็นที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้คนไทยได้รับการพัฒนา ศักยภาพ ที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น เพื่อให้สามารถยืนบนขาตนเองได้ รู้เท่าทันนักการเมือง ไม่ต้องพึ่งพานักการเมือง แต่ไปไม่ถึงไหน รวมทั้งเกาะติดสถานการณ์การบริหารบ้านเมืองของทุกรัฐบาล เช่นม.นอกระบบ การขึ้นราคาสินค้า ราคาน้ำมัน และค่าไฟฟ้า ฯลฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้

ข้อเท็จจริงที่พบ ปัญหาอุปสรรคที่แท้จริงของการปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ

1.ผู้มีอำนาจทางการปกครอง ( นักการเมือง , ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ , นักกฎหมาย ) ไม่พยายามทำให้ประชาชนเข้มแข็ง ไม่พยายามให้มีส่วนร่วมในการปกครอง หมกเม็ด โกหกหลอกลวง โดยใช้อำนาจ อิทธิพล ทุน จากงบประมาณแผ่นดิน และกลุ่มทุนเอกชน สื่อที่มีอยู่ในมือ ยกตัวอย่างเช่น

1.1การ ไม่มีสื่อมวลชนเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แต่สื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นของนายทุน โดยเฉพาะสื่อฟรีทีวี โดยมีค่าโฆษณา เช่าช่วงเวลาที่แพงมากๆ ทำให้ข้อเท็จจริงของผู้ที่หวังจะกอบโกยถูก ปกปิด ไม่เปิดเผยสู่ประชาชน สื่อมวลชน สามารถพลิกให้คนดีเป็นคนเลว คนเลวเป็นคนดี ได้ด้วยปลายปากกา และบนสื่อที่ตัวเองมี รวมทั้งผู้จัดรายการ ทั้งทีวีและวิทยุ

(สื่อบางสื่อ นักจัดรายการบางคนเป็นคนดี แต่ไม่สามารถนำข้อมูลบางอย่าง สู่สาธารณะได้ เพราะ อาจจะถูกเช็คบิลล์ )

1.2ไม่มีการให้ความรู้กับประชาชน ให้เรียนรู้ซึ่งสิทธิ อำนาจของตนเองในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจเป็นของประชาชน เพราะฉะนั้นประชาชนจะไม่รู้เลยว่าเขามีสิทธิที่จะทักท้วง เสนอแนะ รู้เพียงว่าประชาธิปไตย คือการเลือกตั้ง ที่มีช่องว่างของระบบการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส มีการโกงคะแนน มีช่องว่างให้นายทุนมีโอกาสมากกว่าคนจนที่ดีๆ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้แก้ไขป้องกัน

1.3 ไม่เปิดโอกาสให้ ประชาชนสามารถรวมตัวกันให้เข้มแข็ง เพื่อใช้สิทธิตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย

1.4 การไม่พัฒนาระบบการศึกษาให้คนฉลาดรู้เท่าทัน กี่สิบปีมานี้ทุกรัฐบาล ยิ่งปฏิรูป IQ เด็กไทยยิ่งลด โรงเรียนกวดวิชาเพิ่ม เพราะฉะนั้น ประชาชนผู้ยากจน จึงทั้งโง่ ( ตามไม่ทันเกมส์ของนักการเมือง ) ทั้งจน ( ต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากนักการเมือง) พลเมืองไทยส่วนใหญ่จึงเข้มแข็งไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพานักการเมือง นายทุน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ (อำมาตยาธิปไตยตัวจริงเสียงจริง)

1.5 การประกาศนโยบายแต่ละอย่าง ส่วนใหญ่ล้วนหมกเม็ด ลวงโลก ทุกรัฐบาล ไม่เว้นรัฐบาลสุรยุทธ เพื่อให้เกิดช่องว่างในการกอบโกยของนักการเมือง กลุ่มอำนาจข้าราชการผู้ใหญ่ และนักกฎหมายบางคน นายทุน เช่น

1.5.1การมีส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินกู้ กับเงินฝากสูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยประกาศว่า ลดดอกเบี้ยเพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ ....... ใช่แล้ว แต่เอื้อประโยชน์ต่อเจ้าของแบงค์ มากกว่าเอื้อกลุ่มนักธุรกิจ หรือประชาชนผู้กู้เงิน ( แต่ไม่มีประชาชนคนไหนออกมาคัดค้าน ไม่ว่าผู้ที่ประกาศว่าต้องการประชาธิปไตย หรือการเมืองใหม่ก็ตาม )

1.5.2 การขึ้นราคาน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม ช่วงที่ราคาน้ำมันแพง โดยอ้างว่า ราคาโลกสูง แต่ที่จริง กำไรเกินควร เมื่อราคาน้ำมันลด กลับไม่ได้ลดตามสัดส่วน ปตท และโรงกลั่นต่างๆกำไรเป็นหมื่นๆล้าน โดยขูดรีดจากประชาชน

1.5.3 การประกาศ ระบบแอดมิชชั่น สมัย คุณอดิสัย โพธารามิก รัฐบาลทักษิณ ด้วยเหตุผลว่าเพื่อลดความเครียดลดกวดวิชา เพื่อให้เด็กได้ตรงคณะ ให้เด็กสนใจในห้องเรียน แต่ ข้อเท็จจริง คือ กลับกวดวิชามากขึ้น เงินกวดวิชามากขึ้นจาก 6000 ล้านเป็น 2.5 หมื่นล้าน เพราะเกณฑ์ที่ใช้หลายตัว จำนวนวิชาที่ใช้คะแนนมากขึ้น เกี่ยวไม่เกี่ยวก็ต้องเรียนเพื่อเอาคะแนนไปเข้ามหาวิทยาลัย เด็ก เครียดมากขึ้น คุณภาพเด็กในมหาวิทยาลัยตกต่ำ เด็กเรียนไม่ไหว และพักการเรียนมากขึ้น

1.5.4 การประกาศ ยุบรวมสายวิทย์สายศิลป์ สมัยคุณอดิสัย โพธารามิก รัฐบาลทักษิณ โดยบอกเหตุผลว่า เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเลือกมากขึ้น แต่แท้ที่จริง คือการบังคับเด็กเรียนทั้งศิลป์และวิทย์ ชอบไม่ชอบก็ต้องเรียน ไม่ได้มีการให้เลือกจริงจัง ทำให้ลูกหลานไทยถูกทำลายศักยภาพ ด้วนระบบการศึกษาที่ขาดหลักการทางการแพทย์ และละเมิดสิทธิเด็ก ผิดกฎหมายการศึกษามาตรา 22 24 28 แต่ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา กลับบอกว่าเพื่อให้เด็กเรียนรู้รอบตัว (ซ้ำซากตั้ง 12 ปี ) แต่ผลที่เกิดขึ้นคือการบังคับเรียนซ้ำซากมากมายทุกปี มีแต่เนื้อหา แต่ขาดกระบวนการฝึกให้เด็กคิด และเรียนยาก ไกลตัวในหลายๆเนื้อหา

เด็กๆถูกบีบบังคับทางอ้อม ห้ามเคลื่อนไหวไม่งั้น อดเข้ามหาวิทยาลัย ถูกสกัดกั้นด้วยเกรด GPAX เด็กๆไม่ได้ถูกปลูกฝังความรักชาติเสียสละ กล้าหาญ เหมือนในหลายๆประเทศ การทำกิจกรรมของนิสิต ในมหาลัย นิสิตต้องหาเงินเองไม่ว่าการทำค่ายเยาวชน การใช้ห้องประชุมของมหาวิทยาลัยในการทำกิจกรรมของนักศึกษาต้องจ่ายเงินเอง ทั้งๆที่ควรให้การสนับสนุน เด็กๆไม่ได้ถูกปลูกฝังความรักชาติเสียสละ กล้าหาญ ไม่สามารถออกมาต่อสู้คัดค้าน เพราิทธจะเห็นเด็กนักศึกษาไปยืนตามรถไฟฟ้า สะพานลอยเพื่อรับเงินบริจาค ไปทำกิจกรรม

1.6 ราคาสินค้าที่ฉวยโอกาสขึ้น แต่ไม่ค่อยจะยอมลง โดยบอกแต่เพียงว่าต้นทุนสูง แต่เมื่อดูไปลึกๆ กลับเป็นค่าบริหารจัดการ ค่าโฆษณา สินค้าบางชนิดกว่าครึ่งของราคาขาย ประชาชนผู้อ่อนแอ และ ไม่ค่อยจะใส่ใจบ้านเมืองยอมรับชะตากรรม ตัวใครตัวมัน แต่ทนความเดือดร้อน เพียงแค่บ่นกันเอง เพราะไม่รู้จักคัดค้านอย่างไรได้

1.7 การตรากฎหมาย และออกระเบียบเพื่อให้ตนเองมีความชอบธรรม ไม่ว่าเรื่องการปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว ราคาก๊าซที่จะลอยตัว แต่ผลประโยชน์เข้ากระเป๋า ผู้ถือหุ้น ฯลฯ

2.ประชาชนอ่อนแอไม่เข้มแข็ง ประชาชนผู้บริสุทธิ์รวมตัวกันไม่ได้ เพราะไม่มีสื่อที่จะสื่อถึงกัน ไม่มีงบประมาณในการทำกิจกรรม ที่เป็นดังนี้ เพราะผู้ปกครองประเทศไม่อยากให้เกิดขึ้น เนื่องเพราะจะปกครองลำบาก แม้นจะมี พรบ. สภาพัฒนาการเมืองที่พึ่งเกิดขึ้น เพื่อทำหน้าที่ให้ประชาชนเข้มแข็ง คอยกำกับควบคุมข้าราชการ และนักการเมืองให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ดำเนินการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าเพราะไม่มีสื่อในมือ งบประมาณก็มีน้อย หรือเหตุปัจจัยอื่นๆ

3.รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 151 เขียนให้ พระเจ้าแผ่นดิน อยู่ภายใต้กฎหมาย หากรัฐบาล และ ครม. เสนอและเห็นชอบว่าให้ใช้กฎหมายที่เสนอ ก็ต้องประกาศใช้ ข้อเท็จจริง หาก ครม. เป็นคนดีก็ปกครอง และออกกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่หาก ครม. เป็นคนที่ต้องการกอบโกย (ความเป็นจริงที่มาของ ครม. และสส. ไทยเราเป็นอย่างไรท่านคงคิด และดูออกแล้ว จากเกณฑ์เลือกตั้งที่ เอื้อนายทุน กลุ่มอำนาจ กลุ่มอิทธิพล มากกว่าคนดีๆ ) ก็จะออกกฎหมายเพื่อตนเองและพรรคพวก เช่น พรบ. มหาลัยนอกระบบ (ค่าเล่าเรียนแพงขึ้น แต่ คุณภาพ ไม่รู้......)

พระเจ้าแผ่นดิน ไม่สามารถที่จะไม่ลงพระปรมาภิไธยได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 151 บังคับว่าต้องทรงลง ภายในสองเดือน แม้นไม่ทรงเห็นชอบ นี่คือการลิดรอนพระราชอำนาจ ใครเป็นคนเขียนใครเป็นคนคิดต้องไปสืบสาวดู นั่นคือใครคือคนที่ต้องการทำลายพระราชอำนาจ และต้องการกอบโกย โดยเอาอำนาจจากในหลวงมาให้ตนเองและพรรคพวก แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน

4.ผู้บริหารประเทศเกรงกลัว พระบารมี และศรัทธาของประชาชนต่อในหลวง หลายอย่างที่ประชาชนผู้อ่อนแอไม่มีกำลัง ไม่มีสื่อ ไม่มีทุน แต่ต้องการเรียกร้องความถูกต้อง กลับต้องพึ่งพาบารมี เพราะ สามารถมีพลังพอที่จะไปต่อต้าน กำลังทุน กำลังของผู้ประสงค์จะกอบโกย ยกตัวอย่างที่ทำให้ประสบความสำเร็จ สถาบันกษัตริย์( ในหลวง) ทรง เป็นที่พึ่งของประชาชน เช่น

4.1เมื่อครั้งมีการต่อต้านการแปรรูปการไฟฟ้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ มีการประท้วงของประชาชนมากมาย สุดท้ายต้องฟ้องศาลปกครอง ด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ศาลตัดสิน ยกเลิกการแปรรูป หรือเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากก่อนหน้าที่นายทุนได้เอา ปตท. เข้าตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏว่ากลุ่มนายทุนได้จับจองหุ้นหมดภายในเป็นไม่กี่วินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นกลุ่มทุนต่างๆ รวมทั้ง กลุ่มผู้บริหาร นักการเมือง ข้าราชการ ได้รับประโยชน์อานิสงค์จากการบริหาร ปตท. ทั้งค่าตอบแทนสูงมาก ( ประชุมครั้งละ 2-3 หมื่นบาท ) แต่กลับมาขูดรีดประชาชน

4.2 เมื่อครั้งที่ราคาน้ำมันสูงมาก ขึ้นเอาๆ ไม่มีประชาชนใดที่ออกมาคัดค้าน หรือเรียกร้อง ข้าพเจ้าได้เสนอข้อมูลผ่านผู้ใหญ่ที่รักบ้านเมือง สู่สถาบันบางอย่าง ทำให้ราคาน้ำมันลดลงมา ในช่วงก่อนที่ราคาน้ำมันตลาดโลกจะลดลงฮวบฮาบ

4.3 การที่มีม็อบพันธมิตรที่เข้ายึดสนามบิน ที่จะมีการตีกันของประชาชนกับตำรวจ ที่ปิดล้อม ซึ่งถ้าหากศาลไม่สั่งยุบพรรค บ้านเมืองคงวุ่นวาย การปิดสนามบินคงไม่จบ เกิดการนองเลือด แต่ที่ไม่นองเลือด เพราะพระบารมี ( ดิฉันคิดว่าอย่างนั้น )

สรุป การที่หนังสือพิมพ์ The Economist เขียนถึงในหลวงของไทยว่าเป็นผู้ที่ทำให้ประชาธิปไตยไม่โต ขอสรุปว่าไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงที่ประชาธิปไตยไม่เจริญเติบโตเพราะ

1.นักการเมืองผู้มีอำนาจ ข้าราชการ กลุ่มทุน นักกฎหมายที่ไม่ได้รักชาติจริงจัง ไม่ต้องการให้ประชาชนเข้มแข็ง ไม่ต้องการให้ประชาชนฉลาด ไม่ว่าเรื่องการเข้ามาแทรกแซงองค์กรอิสระ ระบบการศึกษา สื่อมวลชน หน่วยเลือกตั้ง ฯลฯ เพราะหากประชาชนฉลาดจะกอบโกยลำบาก ปกครองยาก โกหกหลอกลวงยาก

2.ประชาชนคนไทย ผู้มีวัฒนธรรมในการเป็นผู้ใต้การปกครองที่ดี ยอมรับ ทำตามผู้ปกครองของประเทศโดยไม่ติดตาม ทักท้วง เสนอแนะ เพราะไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิ์ ไม่มีความรู้ ไม่มีเวลา เห็นแก่ตัว ไม่เสียสละ จึงตกเป็นเหยื่อของการปกครองที่จะเกิดปัญหาต่อไป ประชาชนอ่อนแอเกินไป ที่จะมีพลังต่อสู้กับอำนาจรัฐ อำนาจการเมือง จึงต้องอาศัยพึ่งพาพระบารมีของในหลวงตลอดไป

3.การที่บุคคลบางกลุ่มบางพวก มีขบวนการพยายามทำตัวเองว่าจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เนื้อแท้ต้องดูดีๆว่ากลุ่มคนเหล่านั้น แอบอ้างเพื่อให้ตนเองมีเครดิต ต่อสังคมใช่หรือไม่ เพื่อให้สังคมดูว่าตนเองคนดี จงรักภักดี แต่......เนื้อแท้ คือ เบื้องหลังกดขี่ประชาชน ให้อยู่ภายใต้อำนาจ โดยที่สถาบันอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ว่าเรื่องมหาลัยนอกระบบ การจัดการศึกษา การโจมตีคนที่รักบ้านเมืองด้วยใจบริสุทธิ์ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คนดีท้อแท้หมดกำลังใจ คนที่ไม่ดี แต่กลับสร้างภาพว่าเป็นคนดี คือ คนที่เล่ห์เหลี่ยมจัด มีชั้นเชิงในการโกหกสถาบันให้หลงเชื่อ แต่ตนเองกลับกอบโกย กดขี่ประชาชน โดยที่ทั้งสื่อมวลชน ประชาชนไม่ได้จับตา ไม่ว่าเรื่อง ปรส. , สปก. , มหาลัยนอกระบบ , ราคาสินค้า ส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้สูงมากๆ , ค่าโดยสารสาธารณะ , การแก้กฎหมายให้ตนเองและพรรคพวก , ระบบการจัดการศึกษาที่เอื้อแก่พาณิชย์ แต่ทำลายอนาคตของลูกหลานไทย แต่บุคคลเหล่านี้กลับอยู่ใกล้ชิดสถาบัน มีอิทธิพลต่อการบริหารประเทศ การออกฎหมาย การคัดเลือกผู้แทนจากองค์กรอิสระ ล่าสุดพิสูจน์ความจริงได้คือ ตัวแทน สำนักพัฒนาองค์กรชุมชน คนดีๆไม่ได้รับเลือก แต่คนที่ได้รับเลือกกลับไม่เคยมีผลงานในการต่อสู้เพื่อประชาชน นี่คือความจริงที่พิสูจน์ได้

ดังนั้น ท่านจึงมองเห็นความจริงแล้วว่า ความจริงในหลวง ไทยยังเป็นความหวัง และที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนผู้อ่อนแอในปัจจุบันต่อไป ถ้าไม่มีสถาบันในหลวง ประชาชนคนดีๆ ยิ่งจะถูกเบียดเบียน ประชาชนผู้โง่เขลา จะถูกเอาเปรียบ โดยไม่สามารถออกมาต่อสู้ คัดค้าน เพราะมีอำนาจมืดเล่นงาน และไม่มีสื่อที่จะสื่อถึงกันได้อย่างฟรีทีวี

ข้อเท็จจริงที่เราๆสังเกตได้ ไม่ว่าการเรียกร้องในสิ่งที่พึงเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนใหญ่ กลับถูกเพิกเฉยละเลยจากสื่อมวลชน และ กลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว ๆใหญ่ๆ เช่นเรื่องการจัดการศึกษาที่ไม่เป็นธรรม ที่ทำลายอนาคตลูกหลานไทย การเอาเปรียบของกลุ่มทุน และนักการเมือง การทวงหนี้ที่ไม่รู้จักจบสิ้น ข้างต้น แต่ มักจะเรียกร้องเพื่อกลุ่มของการเมืองมากกว่า ประโยชน์ส่วนรวม ของประเทศจริงจัง

ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ในประเทศไทย และอนาคตชะตากรรมของประชาชนคนไทย ใครที่ไม่รู้จริงอย่าเขียนซ้ำเติม คนที่จะเขียนควรจะเรียนรู้ข้อเท็จจริงให้มากกว่านี้ก่อนจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุน หรือกลุ่มอำนาจที่จ้องฉกฉวยโอกาสทำร้าย ประชาชนผู้อ่อนแอ ทั้งประเทศ

ปรารถนาดีต่อแผ่นดิน

 

 

อำมาตยาธิปไตยมีจริง!!!!! พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี

อำมาตยาธิปไตย หรือ Bureaucratic Polity ซึ่งอาจเรียกเรียงอย่างหนึ่งว่า "รัฐราชการ" ที่อำนาจในการปกครองบริหาร ของข้าราชการ ในองค์กรหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการดำเนิน นโยบาย เศรษฐกิจ ซึ่ง นำไปสู่การผูกขาดอำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ (ที่มา:สันติพงษ์ มูลฟอง ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนเมื่อ : 7/07/2008 )

ในอดีตจนปัจจุบัน และอนาคต เมื่อ มีการ ระดม ก่อ มอบ ครั้งใด มักใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ สุดท้าย ที่ตายไปคือประชาชนที่ถูกยั่วยุให้เกิดความรักชาติ มองเหรียญ ด้านเดียว รู้ไม่เท่าทัน แล้วออกมาเคลื่อนไหว

แต่เมือปฏิวัติ ยึดอำนาจเสร็จกี่ครั้งแล้ว แม้นในสมัย ยึดอำนาจจากรัชกาลที่เจ็ด ก็เหตุผลเดียวกัน คือเพื่อให้ประชาชนได้ปกครองตนเอง มี การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่กี่ครั้ง ฉีกไปกี่ครั้ง แต่ ชาวบ้านไม่เคยได้อะไร วนเวียนไม่รู้จบสิ้น แต่ประชาชนไม่เคยนำเอามาเป็นบทเรียน

ส่วนประโยชน์ของประชาชนจริงๆ ไม่เคยเห็นมีการระดม พลังมวลชน ออกมาเคลื่อนไหวขับเคลื่อน ไม่เคยเห็นสื่อไหน เสนอข่าวรวมพลังเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ชาติ เช่นราคาน้ำมันแพง ข้าวของแพง การจัดการศึกษาที่ทำลายศักยภาพเยาวชน และเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ยิ่งเรียนยิ่งคิดไม่เป็น

หรือเสนอให้เป็นข่าวใหญ่ๆ เป็นกระแสให้สังคมรับรู้ ไม่ว่าการทวงหนี้จากนายแบงค์ที่ไม่เป็นธรรม ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย การแปรรูปโรงงานยาสูบ การนำม.ออกนอกระบบ การขูดรีดของหน่วยงานรัฐ โดยอ้างผลประโยชน์ชาติ แต่แท้ที่จริงคือผลประโยชน์คณะผู้บริหารไม่ว่านักการเมือง ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้ถือหุ้น ญาติพี่น้องที่ใกล้ชิด

ราคาสินค้าแพง น้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ราคารถเมล์แพง ใครออกมาขับเคลื่อนบ้าง

ทุกรัฐบาล ทุกกลุ่มอำนาจ มักอ้างประชาชน

ขอให้ทุกท่าน ทบทวน ประวัติศาสตร์ผลงานของรัฐบาล แต่ละยุค เช่น

1 รัฐบาลปชป. เกิด ปรส ประชาชนเจ๊ง เป็นแสนๆล้านล้านบาท ขณะนี้ยังถูกตามหนี้ไม่จบสิ้น ยึดทรัพย์เท่าไรไม่มีวันหมดหนี้ แบงค์ชาติไม่ได้ควบคุมดูแล ปล่อยปละละเลยเอื้อนายทุนแบงค์

ปัจจุบัน ผลความเสียหายเดือดร้อน ยังตามหลอกตามหลอนไม่จบสิ้น เป็นหนี้แสนเดียวยึดบ้านยึดที่ หนี้ยังไม่หมด และแบงค์ชาติยังปล่อยให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสูงมากขึ้น ใครได้ประโยชน์

2 รัฐบาลทักษิณ เกิด แปรรูปปตท น้ำมันโคตรแพงขึ้น เกิด ระบบการศึกษาที่ห่วยที่สุดในโลก แอดมิชชั่น ยุบสายวิทย์ศิลป์ บังคับเด็กเรียนมากมายซ้ำซาก เกิด รร.กวดวิชา เป็นดอกเห็ด

เด็กเรียนหนัก กวดวิชามากกว่าทุกสมัย ระบบการสอบคัดเลือกระบบแอดมิชชั่น ผลงานชิ้นโบว์ดำของรัฐบาลคุณทักษิณ จนรัฐบาลนี้ กำลังจะแก้ สำเร็จหรือไม่คอยดูต่อไป

3 รัฐบาลสุรยุทธ์ ม.นอกระบบ 7 แห่ง ซึ่งที่มาผิดกฎหมายยังประกาศใช้ เช่น องค์ประชุม สนช.ไม่ครบ ก็สามารถประกาศใช้ได้ ใครใหญ่จริงละ!!!!! แม้นแต่กระบวนการยุติธรรมยังไม่พิพากษา

ข้าวของโคตรแพง นมผง สินค้าจำเป็นขึ้นเกือบสองเท่า ด้วยอ้างราคาน้ำมัน แต่..เวลาน้ำมันลง ตอนนี้สินค้ายังไม่ค่อยจะลง

แกนนำเยาวชน ที่ไหนบ้างที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ม.นอกระบบ แอดมิชชั่น แล้วเป็นข่าวใหญ่ เป็นกระแสให้สังคมรับรู้

4 รัฐบาลอภิสิทธิ บวกเนวิน ใครคนสั่งตำรวจจากภาคอิสานมายิงประชาชน 7 ตค 2551 แล้วยังยอมรับให้มาบริหารประเทศต่อไป

ราคาน้ำมัน กำไรหน้าปัมพ์เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ สองบาทถึงเจ็ดบาท ที่ผู้บริโภค ประชาชน ไม่เคยเห็นแกนนำที่รักชาติ ออกมาคัดค้าน

ค่าไฟฟ้าเอฟที ขึ้นราคาทั้งที่น้ำมันลดกว่าครึ่ง ค่าเอฟทีควรลดกว่าครึ่งแต่เพิ่มขึ้นทุกครั้ง ไม่เคยเห็นแกนนำ ผู้อ้างประชาธิปไตย นำประชาชน ออกมาคัดค้าน

และเป็นประชาชน รากหญ้า ที่มีหัวใจบริสุทธิ์ ผ่องใส เสียสละ ในการแสดงซึ่งความรักชาติ (ส่วนคนที่ถูกว่าจ้างมาก็ขอยกประโยชน์ให้จำเลย ) ที่ไม่ใช่แกนนำที่ต้องเสี่ยงต่อชีวิต เลือดเนื้อ เพราความไม่เท่าทัน

ตั้งแต่อดีต จนปัจจุบัน และคิดว่าในอนาคต หากประชาชนยังเคลื่อนไหวเพื่อ ประโยชน์ตนเองและพรรคพวก หรือไม่คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ติดตามคำพูดแต่ละคนที่ออกมานำม๊อบ ประชาชนจริงๆก็คงต้องก้มหน้าก้มตารับเคราะห์กรรมไม่สิ้นสุด เพราะกลุ่มที่เคลื่อนไหว มวลชนส่วนใหญ่มักมีเป้าหมายซ่อนเร้น จะมีคนทำเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนจริงจัง สักกี่คน

การเมืองใหม่ไปถึงไหนแล้ว รัฐไทยใหม่เป็นอย่างไร

ต้องการประชาธิปไตยจริงหรือ เลือกตั้งทีไร กลุ่มที่ได้เข้ามาคือ นายทุน พวกอำนาจข้าราชการเก่าๆ นักเลง แต่เกณฑ์การเลือกตั้งยังเอื้อนายทุน กลุ่มอำนาจเดิมๆ นี่คือความจริงที่สื่อไม่ค่อยจะยอมนำเสนอ

ระบบการศึกษา แอดมิชชั่น ยุบรวมสายวิทย์สายศิลป์ เด็กเครียดถูกพัฒนาผิดทาง ไอคิวลดลงไปเรื่อยๆ ต้องทำตามอำมาตยาธิปไตย เด็กจะเป็นจะตาย เสียหายเท่าไร ไม่สนใจ

มีใครออกมาเรียกร้องเสียงดังๆบ้าง

ทุกคนรู้แก่ใจดี ว่าทำอะไรอยู่ทำเพื่อใคร ไม่ว่ากลุ่มไหนๆ

บางคนอ้างความจงรักภักดี ทำ เพื่อในหลวง แต่...เพียงเพราะแค่ สร้างภาพเพื่อดึงสถาบันมาเพื่อให้เครดิตตนเองให้ปรากฏแก่สังคม ว่าเป็นคนดี รักในหลวง เท่านั้น แต่แท้ที่จริงเบื้องหลังคือ การกอบโกย และกดขี่ขมแหงประชาชนในทางลับ ๆ

สรุปแล้วกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์คือ

กลุ่มผลประโยชน์ ..มี 4 วิชาชีพ (indexthai)
1 ข้าราช-นักวิชาการ นักกฎหมาย ระดับสูง บางคน บางกลุ่ม
2 นักการเมือง
3 นายทุน-พ่อค้า
4 สื่อมวลชน

ประเทศไทยมีการแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างคน 4 กลุ่มนี้

ใครจะมาเป็นนายกฯ ....ก็เหมือนกัน
จะมาโดยการปฏิวัติ.. ก็ไม่ต่างกัน
จะมาโดยการเลือกตั้ง... ก็ไม่ต่างกัน

จะฉีก และเขียนรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายกี่ร้อยครั้งพันครั้ง ...ก็ไม่ต่างกัน

ผู้ที่ทำอยู่เหนือกฎหมายเห็นชัดเจน ข้าราชการผู้ใหญ่นักการเมือง กลุ่มนักกฎหมาย กลุ่มทุน กลุ่มสื่อ ผู้ปกครองประเทศ

ไม่เคยถูกลงโทษด้วยกฎหมาย

ทางแก้ ความแตกแยกเกิดจากความไม่ยุติธรรมในกระบวนการศาล และองค์กรอิสระ และผู้ใหญ่ของประเทศ

คนโกงทุกคนต้องถูกลงโทษ ไม่เว้นแม้นนักการเมืองทุกฝ่าย ใครซื้อเสียงต้องถูกยุบพรรคเหมือนๆกัน

ใครคอรัปชันต้องติดคุกเหมือนกันไม่ใช่คนหนึ่งต้องติดคุก แต่อีกคนยังกลีบมาเป็นรัฐบาล ได้

นี่คือผลผลิตของความแตกแยก

ประชาชน ไม่เคยได้อะไร
ได้อย่างเดียว ..ได้ตกเป็นเหยื่อ ของการแย่งชิงผลประโยชน์




ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com