ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




เด็กวัยไหนควรพัฒนาอะไร ? ตั้งแต่ 0- 18 ปี article

   พัฒนาการเด็กวัยต่างๆ   (พ.ท.พญ.กมลพรรณ  ชีวพันธุศรี)
จาก   http:/www.nncc.org/Child.Dev.    9 กค.46
 
•    แรกเกิดถึง 1 ปี
ช่วง 1 ขวบแรกเด็กจะเติบโตเร็วมาก อายุครบ 1 ปีน้ำหนักจะอยู่ที่ 3 เท่า และความสูงที่ 2 เท่าของแรกเกิด ส่วนใหญ่เด็กจะคลานได้ และบางคนก็อาจก้าวเดินได้ ผู้ปกครองควรให้ความอบอุ่น ตอบสนองและพึ่งพาได้ ใช้เวลาในการโอบอุ้ม การเล่น เสียงหัวเราะ  ซึ่งจะทำให้เด็กมีความสุข
•    การพัฒนาทางร่างกาย
อายุ 4 เดือน    อายุ 8 เดือน    อายุ 12 เดือน
- น้ำหนัก 10 - 18 lbs    - น้ำหนัก 14 - 23 lbs    - น้ำหนัก 17 - 27 lbs
- สูง 23 - 27 นิ้ว    - สูง 25 - 30 นิ้ว    - สูง 27 - 32 นิ้ว
- นอน 14 - 17 ชั่วโมง    - นอน 11 - 13 ชม.    - นอน 11 - 13 ชม.
- ยกหัวและหน้าอกได้    - นอนกลางวัน 2 - 3 ครั้ง     - นอนกลางวัน  1 - 2 ครั้ง
- มองตามผู้เลี้ยง, วัตถุได้    - กิน 3 - 4 มื้อ/วัน    - อาหาร 3 มื้อ และ 2 มื้อว่าง
-กำมือได้    - ชอบจับช้อน, ถ้วยเวลากิน    - ปฏิเสธ  นมขวด, นมแม่
- เริ่มคว่ำได้    - กินจากถ้วยได้เมื่อเราช่วยเหลือ    - ชอบดื่มจากถ้วย
- นั่งได้ เมื่อช่วย    - ชอบกินอาหารมีกากมากขึ้น    - ชอบกินอาหารจากมือ
-3 เดือนเริ่มแยกเสียงได้    - ถ้าไม่หิวจะไม่ยอมกิน    - ชอบเรียนรู้โดยใช้ปาก
     -เริ่มมีฟันซี่แรก    - คลานได้ดี
    - ชอบกัด, เคี้ยววัตถุ    - เกาะยืน
    - พัฒนาเวลากิน, นอน, ตื่น   
    - มองภาพสีได้   
    - คว่ำได้  เริ่มคลาน   
    - นั่งไม่ต้องช่วย   
    -พัฒนาการมองเห็นสมบูรณ์ที่ 8 เดือน   
    - ใช้นิ้วมือหยิบของได้   
    - เปลี่ยนของในมือได้   
    - เริ่มมีผม  มากขึ้น   
•    อายุ4 เดือน
•    พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์    •    พัฒนาการความฉลาด
- ร้องเมื่อรู้สึกไม่สบาย, ปวด, กลัว, เหงา    - เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยปาก
- เล่นเป่าน้ำลาย    - ตอบสนองต่อเสียง
- ชอบให้อุ้ม    - จดจำได้ว่าขวดนมหรือนมแม่ได้

•    อายุ8เดือน
พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์    พัฒนาการความฉลาด
- รับรู้ชื่อตนเอง    - ร้องไห้เมื่อเปียก, หิว, เหงา
- กลัวความสูง    - ทำเสียงชอบ/ไม่ชอบได้
- กลัวคนแปลกหน้า, กลัวการแยกจากพ่อแม่    - จดจำเสียงที่คุ้นเคยได้
- ต้องให้เมื่อโดนแย่งของ    - เริ่มเรียนรู้รส, กลิ่น, สีแสง, เสียง
- ยิ้มกับตัวเองในกระจก    - หาของเล่นเองได้
- ยื่นมือเมื่ออยากให้อุ้ม    - เรียนรู้วัตถุโดยแตะ, กัด, สั่น, เคาะ
- จำสมาชิกครอบครัวได้    - ชอบขว้างของ

•    อายุ 12 เดือน
พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์    พัฒนาการความฉลาด
- ชอบใช้โทรศัพท์เลียนแบบผู้ใหญ่    - พูดคำแรกได้
- เรียกชื่อหัน    - พูดมามา, ปาปาได้
- ชอบดูกระจก    - ชอบเต้นตามจังหวัดเพลง
- กลัวคนแปลกหน้า    - สนใจรูปภาพในหนังสือ
- อยากเห็นผู้เลี้ยงดูตลอดเวลา    - ตบมือ, โบกมือบาย ๆ ได้
- อาจติดของเล่น/ผ้าห่ม   





•    ความช่วยเหลือของผู้เลี้ยงดู
-    ช่วยให้เด็กมีความรู้สึกไว้วางใจ ปลอดภัยโดยตอบสนองเมื่อเขาร้อง โดยสม่ำเสมอ    เมื่อเขารู้สึกวางใจ เขาจะพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ  อย่างไม่ลังเล
-    เวลาให้นมควรจะอุ้มเขา    เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น คลายความกังวลและความเครียดของเด็กได้ อย่าให้นอนดูดนมโดยไม่มีคนอุ้ม เพราะว่าจะสำลักได้
-    ยอมรับความต้องการ นิสัยแต่ละคนต่างกันของเด็ก เด็กทุกคนจะมีช่วงเวลากิน, นอน, ถ่าย แตกต่างกัน เช่น บางคนนอนมาก บางคนนอนน้อย
-    เด็ก ๆ มักจะชอบเรียนรู้และพิสูจน์ทุกอย่าง (ส่วนมากใช้ปาก)       เพราะฉะนั้นควรจะเอาสารที่เป็นพิษ, อันตรายห่างจากเด็ก เช่น น้ำยาล้างจาน, ยา, กาต้มน้ำ, ปลั๊กไฟ, มุมแหลม ๆ และให้นอนในที่เตี้ย ๆ หรือมีที่กั้นที่ไม่ใช่มีรูโหว่ให้เด็กลอดได้  เพราะหัวอาจจะติดคาช่องโหว่ ทำให้เด็กตายได้
-    ให้มีของเล่นที่มีสีฉูดฉาด, รูปภาพ, โมบาย, ของที่มีสีตัดกัน
-    ให้มีเสียงต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อเด็กได้เรียนรู้ เช่น เสียงนาฬิกา, กริ่งประตู ฯลฯ
-    ให้ของเล่นที่หลากหลายรูปแบบในการใช้ปาก, มือ, จมูก, ตา, หู แต่ห้ามเอาของเล่นที่ขนาดเล็กกว่า 1 1/4 นิ้ว (เท่าเหรียญ 10 บาท) เช่น เม็ดมะขาม, เม็ดน้อยหน่า  เพราอาจจะติดคอ  หลอดลมตายได้
-    ให้สัมผัสอาหารที่มีความแตกต่างในรสชาดและอุณหภูมิ อุ่น  เย็น
-    ช่วยให้เด็กพัฒนาการทรงตัว, การเคลื่อนไหว
-    พูดกับเด็กบ่อย ๆ และจ้องหน้าเขา การเรียกชื่อสิ่งของ, คน, สัตว์ ฯลฯ
-    อ่านให้เด็กฟังชี้ให้ดูรูปภาพ, ให้ฟังเสียงต่าง ๆ กัน
-    พยายามให้เด็กกินเองในเด็กที่โต ใกล้1 ขวบแล้ว เช่น กล้วย, ขนมปัง หรือกินด้วยช้อน แต่อาจจะเลอะเทอะก็ต้องอดทน และใช้เวลาในการเรียนรู้
-    ชอบเล่นจะเอ๋
-    ให้อิสระเด็กในการเคลื่อนที่ไปในที่ต่าง ๆ ถ้าหากให้อยู่ในคอก, เปล จะหยุดการพัฒนาทักษะที่สำคัญ   แต่ต้องระวังความปลอดภัย
-    เมื่อมีคนแปลกหน้าต้องอยู่ใกล้ ๆ เด็กและให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้



•    อายุ 12 - 18 เดือน

ในอายุนี้เด็กจะพัฒนาบุคลิกของตนเองอย่างแท้จริง และจะมีหน้าตาที่ยิ้มแย้ม, ตลก พูดคำแรกเดินก้าวแรกได้ ความเจริญเติบโตยังคงเร็วแต่ไม่มากเท่า 1 ขวบแรก เด็กอาจจะกินน้อยลง

พัฒนาการทางร่างกาย    พัฒนาการความฉลาด
- น้ำหนัก 17 - 30 lbs    - พูดได้ 8 - 20 คำ
- สูง 27 - 35 นิ้ว    - แสดงความต้องการสิ่งของโดยใช้การชี้หรือพูด
- ยืนเองได้    - บอกภาพในหนังสือได้
- ชี้สิ่งที่ต้องการ    - เข้าใจหนึ่งคำสั่ง  ง่ายๆได้
- ชอบดึง, ผลักสิ่งของ    พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์
-ชอบใช้ช้อนกินอาหาร    - อารมณ์จะพัฒนาในช่วง 10 - 18 เดือน
- เปิดหนังสือได้    - ชอบให้ของคนอื่น
-  วาง 2 บล็อกได้ต่อกันขึ้นได้    - เล่นคนเดียวได้
- ชอบกดชักโครกและปิดประตู    - ชอบให้อุ้มหรืออ่านหนังสือให้ฟัง
- ตบมือได้    -เลียนแบบคนอื่นโดยใช้เสียงไอ, จาม, เสียงสัตว์
- เดินไม่ต้องช่วย    - ชอบ ฟัง, ตบมือ
    -ไม่พอใจเมื่อต้องแยกจากผู้เลี้ยงดู

•    ข้อคิดสำหรับผู้เลี้ยงดู
-    ปล่อยให้เด็กคลานเล่น, เล่นจ๊ะเอ๋, โยนบอลไปมา
-    ตรวจตราสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อเด็ก, โต๊ะ, เตียง, เก้าอี้ สารอันตรายต่าง ๆให้เก็บให้เรียบร้อย ห่างมือเด็ก
-    ห้ามให้ของเล่นขนาดเล็กต่ำกว่าเหรียญ 10 จนถึงอายุ 3 ขวบ
-    ให้เด็กส่องกระจก, ชี้อวัยวะต่าง ๆ ให้เด็กเห็นบ่อยๆ
-    ให้ดูภาพในหนังสือ, ให้ชี้ภาพสัตว์, สิ่งของ, คน, ให้พูดชื่อสัตว์, สิ่งของ  เสื้อผ้า   และใช้ทำอะไรบ้าง
-    ให้หัดทิ้งสิ่งของในถังขยะ, เปิดปิดฝาถังขยะ
-    กระตุ้นให้เด็กฟังเพลง, ดนตรีและเต้นตามจังหวะ
-    พูดกับเด็กบ่อย ๆ พูดถึงสีให้เด็กเห็น, ความร้อน ความเย็นของอากาศ, อาหาร
-    จะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวจากผู้เลี้ยง พ่อ, แม่


•    อายุ 18 - 24 เดือน
เริ่มจะเป็นอิสระ เริ่มเดิน, วิ่ง, ปีนป่าย

    พัฒนาการทางร่างกาย    พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์
- น้ำหนัก 20 - 32 lbs    - ชอบเลียนแบบพ่อแม่ทุกอย่าง
- สูง 30 - 37 นิ้ว    - เริ่มปฏิเสธบางอย่าง
-เดินได้ดี    - ไม่ชอบแบ่งของ
- ชอบวิ่ง แต่ยังทรงตัวได้ไม่ดี    - รอไม่เป็น
- ดูดน้ำจากหลอดในแก้วได้    - ขี้อาย, รู้ชื่อตัวเอง
- กินจากช้อนได้    - พยายามทำอะไรด้วยตนเอง
- ต่อ Block 2 - 4 บล็อก    -อาจติดสิ่งของ ผ้าห่ม ในเด็กที่เหงา ๆ
- เริ่มควบคุมฉี่, อึได้ แต่จะสมบูรณ์เมื่อ 3 ขวบ เด็กชายอาจช้ากว่า 1/2 ปี (3 1/2 ขวบ)    - ชอบเรียนรู้ทุกอย่างและต้องการคนดูแลคอยเป็นพี่เลี้ยง, สั่งสอน
- ก้มเก็บของได้โดยไม่ล้ม    - จำกฎเกณฑ์ไม่ได้
- เดินถอยหลังได้    - แสดงออกทางอารมณ์โดยการกอด, หอม

•    พัฒนาความฉลาด
-    รู้ศัพท์มากขึ้น, ชื่อสิ่งของ, ของเล่น
-    ใช้ประโยคได้ 2 - 3 คำ พูดขอบคุณ, ขอโทษได้
-    ชอบเลียนเสียง
-    พูดกับตนเอง
-    เริ่มร้องเพลง
•    ข้อคิดสำหรับผู้เลี้ยงดู
-    ชอบเต้นรำ อาจจะให้เล่นกลอง, เล่นนิ้วได้ เช่น จ้ำจี้มะเขือเปราะฯ, แมงมุมขยุ้มหลังคา     เล่นด้วยนิ้ว
-    พูดคุยกับเด็กในกิจวัตรประจำวันทุกวัน หลังอายุ 18 เดือน จะเรียนรู้การพูดที่เร็วมาก พูดคุยอธิบายคุณสมบัติของสัตว์ต่าง ๆ สิ่งของ
-    อ่านหนังสือง่าย ๆ ให้เด็กฟังทุกวัน อ่านการ์ดคำ    ให้เด็กพลิกหนังสือเอง
-    เปิดรูปภาพ อัลบั้มให้เด็กดู
-    พูดคำชัด ๆ ให้เด็กไม่พูดภาษาเด็ก
-    ให้เด็กหยิบของเล่น ส่งมาให้เรา
-    ให้เด็กเล่นการแต่งตัวตุ๊กตา

•    อายุ 2 ขวบ
-    ชอบที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ติดพี่เลี้ยงพ่อแม่มากนัก
-    อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เช่น จากตื่นเต้นไป <---->โกรธ  <---->หัวเราะ กลับไปมาได้ในเวลาไม่นาน
-    เป็นเวลาที่จะเรียนรู้  เปิดโลกกว้าง     การดึง, ผลัก, เติม, แตะ ทิ้ง เท  ฯลฯ
-    มั่นใจตัวเองมากขึ้น แต่ยังต้องการความช่วยเหลือและความไว้วางใจใกล้ชิด
-    ชอบอาหารแบบเฉพาะตัว
-    ยังเติบโตเร็ว
-    สนใจเพื่อน
-    สอนการควบคุมทางอารมณ์

•    การพัฒนาการทางร่างกาย
-    น้ำหนัก 22 - 38 lbs
-    สูง 32 - 40 นิ้ว
-    มีฟันน้ำนมงอกเกือบเต็มที่
-    เดินขึ้นลงบันไดโดยการเกาะราวบันได
-    กินอาหารโดยใช้ช้อนได้
-    ทดสอบโดยใช้การสัมผัส, สูดดม, ลิ้มรส
-    สามารถเปิดหนังสือได้
-    ต่อบล็อก 4 - 6 อันได้
-    ใช้ดินสอขีดเขียนได้
-    บางคนอาจเรียนรู้การใช้ห้องน้ำ
-    เดินได้ดี    ก้ม, ย่อตัว, ห่อตัว, หมอบ
-    นั่งยอง, นั่งขัดสมาธ, ขดตัว
-   ชอบเล่าเรื่องสั้น, ฟังเพลง, ดนตรี
•    พัฒนาทางอารมณ์/สังคม
-    ขี้อาย, หวาดกลัวง่าย
-    ชอบเลียนแบบ  เช่นชอบพูดโทรศัพท์, ใส่หมวก
-    ชอบให้กอด, หอม
-    อยากช่วยตัวเอง
-      นั่งนิ่งๆนานๆไม่ได้
-    สนใจการแต่งตัว, หวีผม, แปรงฟัน
-    หวงของ
-    อาจจะร้องไห้   นอนกลิ้งถ้าไม่ได้ดั่งใจ
-    อาจจะก้าวร้าว, ทำร้ายผู้อื่นได้
-    ทำลายข้าวของถ้าถูกขัดใจ
-    หวงพ่อแม่ พี่เลี้ยง
-    กลัว, ฝันร้าย, ละเมอได้
•    ข้อคิดของผู้เลี้ยงดู
-    ให้เรียนรู้คำพูดมากขึ้น, นับเลข (อาจไม่ค่อยถูก ไม่เป็นไร)
-    ให้บอกเสียงของสิ่งของ, สัตว์, ฟ้าผ่า, รถ
-    ให้เขาช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หยิบของ เอาเสื้อผ้าใส่เครื่องซักผ้า     รดน้ำต้นไม้ สอนให้เรียกชื่อให้ถูกต้อง, สอนลักษณะสิ่งของ
-    ใช้คำพูดชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน
-    เมื่อเด็กร้องไห้นอนลงดิ้นกับพื้นเราต้อง- ไม่ตีเด็ก   หรือขึ้นเสียง   ตะโกน
                                                                      - ต้องใจเย็น ๆ      เราต้องสงบ  และ ปลอบใจด็ก
                                                                              -พูดในเสียงต่ำ ๆ
                                                                       -แตะ  จับเด็กอย่างนุ่มนวล
                                                                       -ไม่ควรมีอารมณ์โกรธร่วม

-    ให้หัดวาดรูปตามแต่เด็กจะคิดจินตนาการวาดเอง หรือปั้นดินน้ำมันเองตามชอบ แต่ไม่ควรให้ทำตามที่เราทำแบบไว้ เพื่อให้เขาหัดคิดเอง ผลิตจากความคิดของเขาเองเพื่อเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์    ถ้าเรากำหนดให้จะปิดกั้นจินตนาการเด็ก   ขาดการสร้างความคิดสร้างสรรค์
-    อายุนี้จะเรียนรู้การเจริญเติบโตทางร่างกายและเรียนรู้การพูด, ไม่ค่อยอยากจะแบ่งบันหรือคืนของ
-    สร้างห้องหรือพื้นที่ให้เขาอยู่คนเดียวที่ปลอดภัย
-    อย่าฝึกให้เขาใช้มือขวาอย่างเดียว    แล้วแต่เด็กจะถนัดใช้มือไหน    และเด็กอาจจะฝึกการใช้มือเดียวได้
-    ให้มีของเล่นเพื่อพัฒนากายภาพ   เช่น บันไดขั้นเตี้ย ๆ, กล่อง   เพื่อให้เขาฝึก เติม, ใส่, ถือ, ซ่อน รวบรวม, เท ฯลฯ
-    เล่นกลุ่ม เช่น งูกินหาง, เดินพาเหรด, ฯลฯ
-    ฝึกการสั่งงาน เช่น ปิดประตู ฯลฯ
-    เล่นการเลียนแบบ เช่น หนูเป็นกระจก ทำตามท่าทางของแม่   หรือแม่เป็นกระจกทำตามท่าทางของหนู
-    ฝึกให้เล่นทราย, ดินเหนียว, น้ำ เพื่อให้เด็กเรียนรู้การผสม, รินน้ำ, คน, ปั้นเป็นรูปร่าง ร่อน    แม้จะสกปรกเลอะเทอะก็ไม่เป็นไร

•    เด็กอายุ 24 - 30
-    ยิ่งให้เด็กมีประสบการณ์ต่าง ๆ มากในที่ที่ปลอดภัย เด็กยิ่งมีความสุขและรู้สึกมั่นคง และมีทักษะทั้งทางกล้ามเนื้อ (motor) และทักษะสังคม
พัฒนาการทางร่างกาย    พัฒนาการด้านความจำสติปัญญา
- กระโดด 2 ขาได้    - ร้องเพลงได้บางส่วน
- แปรงฟันโดยต้องช่วยเหลือ    - ชอบเก็บและแยกสิ่งของ  เพราะฉะนั้นเราสามารถฝึกให้เด็กหัดเก็บของเล่นเองได้
- ขี่จักรยาน 3 ล้อได้   
- ชอบเขาหรือเติมน้ำ, ทราย   
- พูดได้มากขึ้น 3 - 4 คำในประโยค   


พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์
-    คิดว่าคนอื่นต้องคิดและรู้สึกเหมือนตนเอง
-    ต้องสอนผิดถูก เพราะเด็กไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก เช่น ไปตีหัวคนอื่นก็ต้องย้ำบ่อย ๆ ว่าทำไม่ได้ หรือพูดจาไม่สุภาพ ก็ต้องสอนบ่อย ๆ
-    สอนให้มีระเบียน เช่น เก็บของเข้าที่
       -   สอนให้รู้จักเรื่องระงับอารมณ์ (แต่ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย)

•    อายุ 30 - 36 เดือน
•    พัฒนาทางกายภาพ
-    เดินสลับเท้าขึ้นบันไดได้
-    สามารถใช้แปรงทาสีได้ แต่อาจเลอะเทอะบ้าง
-    เดินแหย่งเท้าได้
-    เริ่มพูดส่งเสียงเหมือนผู้ใหญ่มากขึ้น ชอบพูดกับตนเอง
•    ด้านสติปัญญา
-    มีจินตนาการมากมาย (Curiousblend of fantacy & faulfy reasouing)
-    มีเหตุผลมากขึ้น (Logical)
-    จำอดีตได้บ้าง, จินตนาการสู่อนาคตมากขึ้น (Morelase)
-    แบ่งวัตถุโดยรูปร่างและสีได้
-    ทำตามสิ่งง่าย ๆ ได้
-    คิดว่าของเล่นมีชีวิต
•    พัฒนาการทางสังคม
-    หวงของ ให้เขารู้ว่าของที่เป็นของเขาแต่ให้คนอื่นยืมได้ไหม เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขามีคุณค่าและเป็นตัวของตัวเอง
-    รอคิวได้
-    เรียนรู้ว่าใครเป็นญาติ, เพื่อนได้
•    พัฒนาการทางอารมณ์
-    ใช้คำพูดแสดงออกทางอารมณ์ได้ และบางครั้งอาจแสดงกริยาก้าวร้าว เช่น เตะ, ตี เวลาโกรธ แต่อย่าแสดงท่าทีดุด่าหรือทำโทษ หรือให้เหตุผล แต่ห้ามเด็กทันทีว่าทำไม่ได้และเอาเด็กออกจากสถานะการณ์นั้น และอย่าสนใจกิริยาท่าทางนั้น แต่ให้อยู่ใกล้ ๆ เด็ก พยายามอย่ามีอารมณ์ร่วม กับเด็กเวลาเด็กโกรธ เราควรจะสงบ และเมื่อเด็กสงบแล้วควรจะอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น เจ็บปวด, รู้สึกไม่ดี และผู้ใหญ่ควรแสดงความรัก/ความผูกพันที่ดี  จะทำให้เด็กหายโกรธเร็วขึ้น เด็กวัยนี้จะแสดงออกทางอารมณ์อย่างเปิดเผย ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเริ่มสอนเด็กให้ควบคุมอารมณ์ตั้งแต่วัยนี้  โดยมีตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็น
•    ข้อคำนึงของผู้เลี้ยงดู
-    อ่านหนังสือ ร้องเพลงให้ฟังบ่อย ๆ พูดซ้ำ ๆ ทำให้เด็กพูดได้เร็วขึ้น
-    มีพื้นที่เล่นที่ปลอดภัย
-    มีของเล่นที่หลากหลาย แต่ที่สำคัญคือ มีพ่อแม่/พี่เลี้ยงเล่นด้วยความรักและเมตตาต่อเด็ก
-    มีความรัก ความผูกพันที่ดี
-    ฟังความต้องการของเด็ก
-    ให้เหตุผลและแนะนำเด็กในการทำตามกฎระเบียบ เช่น เล่นแล้วต้องเก็บของเล่น
-    มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนและคำสั่งที่ชัดเจน ว่าให้ทำหรือไม่ให้ทำ
-    ใช้คำพูดที่ไพเราะ ทำให้เด็กมีความรู้สึกมีคุณค่าของตนเองและรู้สึกอบอุ่น
-    ยอมรับในพฤติกรรมและความเป็นเด็ก อย่าพึ่งคาดหวังว่าเขาต้องทำได้สมบูรณ์ที่สุด เพราะเขาจะรู้สึกท้อแท้ คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจในการพัฒนาความสามารถเขา ซึ่งจะทำให้เมื่อเขาโตขึ้นจะรู้สึกมีความสุข ภูมิใจในตนเอง
-    ให้เขาเล่นตามใจชอบมากกว่าให้หัดท่อง A B C ท่องสี หรือจำตัวเลขเพราะยังมีเวลาเหลืออีกมาก

เพราะฉะนั้น ควรจะมีความรัก ความอบอุ่นให้เด็กเพียงพอ มีเวลาให้เขาเล่นลำพังกับญาติ มีครูและเพื่อน ๆ


9 กรกฎาคม 2546
***********************




พัฒนาการเด็กวัยต่างๆ   (พ.ท.พญ.กมลพรรณ  ชีวพันธุศรี)
จาก   http:/www.nncc.org/Child.Dev.    9 กค.46
 
•    แรกเกิดถึง 1 ปี
ช่วง 1 ขวบแรกเด็กจะเติบโตเร็วมาก อายุครบ 1 ปีน้ำหนักจะอยู่ที่ 3 เท่า และความสูงที่ 2 เท่าของแรกเกิด ส่วนใหญ่เด็กจะคลานได้ และบางคนก็อาจก้าวเดินได้ ผู้ปกครองควรให้ความอบอุ่น ตอบสนองและพึ่งพาได้ ใช้เวลาในการโอบอุ้ม การเล่น เสียงหัวเราะ  ซึ่งจะทำให้เด็กมีความสุข

•    ความช่วยเหลือของผู้เลี้ยงดู
-    ช่วยให้เด็กมีความรู้สึกไว้วางใจ ปลอดภัยโดยตอบสนองทันทีเมื่อเขาร้องไห้    โดยสม่ำเสมอ    อย่าให้ร้องนานเกินไป    เมื่อเขารู้สึกวางใจ เขาจะพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ  อย่างไม่ลังเล
-    เวลาให้นมควรจะอุ้มเขา    เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น คลายความกังวลและความเครียดของเด็กได้ อย่าให้นอนดูดนมโดยไม่มีคนอุ้ม เพราะว่าจะสำลักได้
-    ยอมรับความต้องการ นิสัยแต่ละคนต่างกันของเด็ก เด็กทุกคนจะมีช่วงเวลากิน, นอน, ถ่าย แตกต่างกัน เช่น บางคนนอนมาก บางคนนอนน้อย
-    เด็ก ๆ มักจะชอบเรียนรู้และพิสูจน์ทุกอย่าง (ส่วนมากใช้ปาก)       เพราะฉะนั้นควรจะเอาสารที่เป็นพิษ, อันตรายห่างจากเด็ก เช่น น้ำยาล้างจาน, ยา, กาต้มน้ำ, ปลั๊กไฟ, มุมแหลม ๆ และให้นอนในที่เตี้ย ๆ หรือมีที่กั้นที่ไม่ใช่มีรูโหว่ให้เด็กลอดได้  เพราะหัวอาจจะติดคาช่องโหว่ ทำให้เด็กตายได้
-    ให้มีของเล่นที่มีสีฉูดฉาด, รูปภาพ, โมบาย, ของที่มีสีตัดกัน
-    ให้มีเสียงต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อเด็กได้เรียนรู้ เช่น เสียงนาฬิกา, กริ่งประตู ฯลฯ
-    ให้ของเล่นที่หลากหลายรูปแบบในการใช้ปาก, มือ, จมูก, ตา, หู แต่ห้ามเอาของเล่นที่ขนาดเล็กกว่า 1 1/4 นิ้ว (เท่าเหรียญ 10 บาท) เช่น เม็ดมะขาม, เม็ดน้อยหน่า  เพราอาจจะติดคอ  หลอดลมตายได้
-    ให้สัมผัสอาหารที่มีความแตกต่างในรสชาดและอุณหภูมิ อุ่น  เย็น
-    ช่วยให้เด็กพัฒนาการทรงตัว, การเคลื่อนไหว
-    พูดกับเด็กบ่อย ๆ และจ้องหน้าเขา การเรียกชื่อสิ่งของ, คน, สัตว์ ฯลฯ
-    อ่านให้เด็กฟัง   ชี้ให้ดูรูปภาพบ่อยๆ  ทั้งภาพอวัยวะ  สัตว์ สิ่งของ  เริ่มตั้งแต่อายุ 6เดือน , ให้ฟังเสียงต่าง ๆ กัน
-    พยายามให้เด็กกินเองในเด็กที่โต ใกล้1 ขวบแล้ว เช่น กล้วย, ขนมปัง หรือกินด้วยช้อน แต่อาจจะเลอะเทอะก็ต้องอดทน และใช้เวลาในการเรียนรู้
-    ชอบเล่นจะเอ๋
-    ให้อิสระเด็กในการเคลื่อนที่ไปในที่ต่าง ๆ ถ้าหากให้อยู่ในคอก, เปล จะหยุดการพัฒนาทักษะที่สำคัญ   แต่ต้องระวังความปลอดภัย
-    เมื่อมีคนแปลกหน้าต้องอยู่ใกล้ ๆ เด็กและให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้

•    อายุ 12 - 18 เดือน

ในอายุนี้เด็กจะพัฒนาบุคลิกของตนเองอย่างแท้จริง และจะมีหน้าตาที่ยิ้มแย้ม, ตลก พูดคำแรกเดินก้าวแรกได้ ความเจริญเติบโตยังคงเร็วแต่ไม่มากเท่า 1 ขวบแรก เด็กอาจจะกินน้อยลง
•    ข้อคิดสำหรับผู้เลี้ยงดู
-    ปล่อยให้เด็กคลานเล่น, เล่นจ๊ะเอ๋, โยนบอลไปมา
-    ตรวจตราสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อเด็ก, โต๊ะ, เตียง, เก้าอี้ สารอันตรายต่าง ๆให้เก็บให้เรียบร้อย ห่างมือเด็ก
-    ห้ามให้ของเล่นขนาดเล็กต่ำกว่าเหรียญ 10 จนถึงอายุ 3 ขวบ
-    ให้เด็กส่องกระจก, ชี้อวัยวะต่าง ๆ ให้เด็กเห็นบ่อยๆ
-    ให้ดูภาพในหนังสือ, ให้ชี้ภาพสัตว์, สิ่งของ, คน, ให้พูดชื่อสัตว์, สิ่งของ  เสื้อผ้า   และใช้ทำอะไรบ้าง
-    ให้หัดทิ้งสิ่งของในถังขยะ, เปิดปิดฝาถังขยะ
-    กระตุ้นให้เด็กฟังเพลง, ดนตรีและเต้นตามจังหวะ
-    พูดกับเด็กบ่อย ๆ พูดถึงสีให้เด็กเห็น, ความร้อน ความเย็นของอากาศ, อาหาร
-    จะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวจากผู้เลี้ยง พ่อ, แม่


•    อายุ 18 - 24 เดือน
เริ่มจะเป็นอิสระ เริ่มเดิน, วิ่ง, ปีนป่าย

•    อคิดสำหรับผู้เลี้ยงดู
-    ชอบเต้นรำ อาจจะให้เล่นกลอง, เล่นนิ้วได้ เช่น จ้ำจี้มะเขือเปราะฯ, แมงมุมขยุ้มหลังคา     เล่นด้วยนิ้ว
-    พูดคุยกับเด็กในกิจวัตรประจำวันทุกวัน หลังอายุ 18 เดือน จะเรียนรู้การพูดที่เร็วมาก พูดคุยอธิบายคุณสมบัติของสัตว์ต่าง ๆ สิ่งของ
-    อ่านหนังสือง่าย ๆ ให้เด็กฟังทุกวัน อ่านการ์ดคำ    ให้เด็กพลิกหนังสือเอง
-    เปิดรูปภาพ อัลบั้มให้เด็กดู
-    พูดคำชัด ๆ ให้เด็กไม่พูดภาษาเด็ก
-    ให้เด็กหยิบของเล่น ส่งมาให้เรา
-    ให้เด็กเล่นการแต่งตัวตุ๊กตา

•    อายุ 2 ขวบ
-    ชอบที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ติดพี่เลี้ยงพ่อแม่มากนัก
-    อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เช่น จากตื่นเต้นไป <---->โกรธ  <---->หัวเราะ กลับไปมาได้ในเวลาไม่นาน
-    เป็นเวลาที่จะเรียนรู้  เปิดโลกกว้าง     การดึง, ผลัก, เติม, แตะ ทิ้ง เท  ฯลฯ
-    มั่นใจตัวเองมากขึ้น แต่ยังต้องการความช่วยเหลือและความไว้วางใจใกล้ชิด
-    ชอบอาหารแบบเฉพาะตัว
-    ยังเติบโตเร็ว
-    สนใจเพื่อน
-    สอนการควบคุมทางอารมณ์

•    ข้อคิดของผู้เลี้ยงดู
-    ให้เรียนรู้คำพูดมากขึ้น, นับเลข (อาจไม่ค่อยถูก ไม่เป็นไร)
-    ให้บอกเสียงของสิ่งของ, สัตว์, ฟ้าผ่า, รถ
-    ให้เขาช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หยิบของ เอาเสื้อผ้าใส่เครื่องซักผ้า     รดน้ำต้นไม้ สอนให้เรียกชื่อให้ถูกต้อง, สอนลักษณะสิ่งของ
-    ใช้คำพูดชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน
-    เมื่อเด็กร้องไห้นอนลงดิ้นกับพื้นเราต้อง- ไม่ตีเด็ก   หรือขึ้นเสียง   ตะโกน
                                                                      - ต้องใจเย็น ๆ      เราต้องสงบ  และ ปลอบใจด็ก
                                                                              -พูดในเสียงต่ำ ๆ
                                                                       -แตะ  จับเด็กอย่างนุ่มนวล
                                                                       -ไม่ควรมีอารมณ์โกรธร่วม

-    ให้หัดวาดรูปตามแต่เด็กจะคิดจินตนาการวาดเอง หรือปั้นดินน้ำมันเองตามชอบ แต่ไม่ควรให้ทำตามที่เราทำแบบไว้ เพื่อให้เขาหัดคิดเอง ผลิตจากความคิดของเขาเองเพื่อเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์    ถ้าเรากำหนดให้จะปิดกั้นจินตนาการเด็ก   ขาดการสร้างความคิดสร้างสรรค์
-    อายุนี้จะเรียนรู้การเจริญเติบโตทางร่างกายและเรียนรู้การพูด, ไม่ค่อยอยากจะแบ่งบันหรือคืนของ
-    สร้างห้องหรือพื้นที่ให้เขาอยู่คนเดียวที่ปลอดภัย
-    อย่าฝึกให้เขาใช้มือขวาอย่างเดียว    แล้วแต่เด็กจะถนัดใช้มือไหน    และเด็กอาจจะฝึกการใช้มือเดียวได้
-    ให้มีของเล่นเพื่อพัฒนากายภาพ   เช่น บันไดขั้นเตี้ย ๆ, กล่อง   เพื่อให้เขาฝึก เติม, ใส่, ถือ, ซ่อน รวบรวม, เท ฯลฯ
-    เล่นกลุ่ม เช่น งูกินหาง, เดินพาเหรด, ฯลฯ
-    ฝึกการสั่งงาน เช่น ปิดประตู ฯลฯ
-    เล่นการเลียนแบบ เช่น หนูเป็นกระจก ทำตามท่าทางของแม่   หรือแม่เป็นกระจกทำตามท่าทางของหนู
-    ฝึกให้เล่นทราย, ดินเหนียว, น้ำ เพื่อให้เด็กเรียนรู้การผสม, รินน้ำ, คน, ปั้นเป็นรูปร่าง ร่อน    แม้จะสกปรกเลอะเทอะก็ไม่เป็นไร

•    เด็กอายุ 24 - 30 เดือน
-    ยิ่งให้เด็กมีประสบการณ์ต่าง ๆ มากในที่ที่ปลอดภัย เด็กยิ่งมีความสุขและรู้สึกมั่นคง และมีทักษะทั้งทางกล้ามเนื้อ (motor) และทักษะสังคม

พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์
-    คิดว่าคนอื่นต้องคิดและรู้สึกเหมือนตนเอง
-    ต้องสอนผิดถูก เพราะเด็กไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก เช่น ไปตีหัวคนอื่นก็ต้องย้ำบ่อย ๆ ว่าทำไม่ได้ หรือพูดจาไม่สุภาพ ก็ต้องสอนบ่อย ๆ
-    สอนให้มีระเบียน เช่น เก็บของเข้าที่
       -   สอนให้รู้จักเรื่องระงับอารมณ์ (แต่ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย)

•    อายุ 30 - 36 เดือน
•    ข้อคำนึงของผู้เลี้ยงดู
-    อ่านหนังสือ ร้องเพลงให้ฟังบ่อย ๆ พูดซ้ำ ๆ ทำให้เด็กพูดได้เร็วขึ้น
-    มีพื้นที่เล่นที่ปลอดภัย
-    มีของเล่นที่หลากหลาย แต่ที่สำคัญคือ มีพ่อแม่/พี่เลี้ยงเล่นด้วยความรักและเมตตาต่อเด็ก
-    มีความรัก ความผูกพันที่ดี
-    ฟังความต้องการของเด็ก
-    ให้เหตุผลและแนะนำเด็กในการทำตามกฎระเบียบ เช่น เล่นแล้วต้องเก็บของเล่น
-    มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนและคำสั่งที่ชัดเจน ว่าให้ทำหรือไม่ให้ทำ
-    ใช้คำพูดที่ไพเราะ ทำให้เด็กมีความรู้สึกมีคุณค่าของตนเองและรู้สึกอบอุ่น
-    ยอมรับในพฤติกรรมและความเป็นเด็ก อย่าพึ่งคาดหวังว่าเขาต้องทำได้สมบูรณ์ที่สุด เพราะเขาจะรู้สึกท้อแท้ คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจในการพัฒนาความสามารถเขา ซึ่งจะทำให้เมื่อเขาโตขึ้นจะรู้สึกมีความสุข ภูมิใจในตนเอง
-    ให้เขาเล่นตามใจชอบมากกว่าให้หัดท่อง A B C ท่องสี หรือจำตัวเลขเพราะยังมีเวลาเหลืออีกมาก

เพราะฉะนั้น ควรจะมีความรัก ความอบอุ่นให้เด็กเพียงพอ มีเวลาให้เขาเล่นลำพังกับญาติ มีครูและเพื่อน ๆ

หลักการเลี้ยงดู  อบรมสั่งสอนเด็ก      พญ,กมลพรรณ ชีวพันธุศรี
                              www.parent-youth.net
 พ่อมีบทบาทสำคัญพอๆกับแม่   อย่าให้แม่ทำหน้าที่เพียงคนเดียว
อายุ  0-1 ขวบ
-   ตอบสนองทันทีเวลาเขาร้องไห้ เพราะเด็กอาจจะ
-    เจ็บ
-    หิว
-    รู้สึกไม่สบายตัว  เช่นเปียก
-    กลัว    เหงา
     - สอนให้ รู้จักชื่อสัตว์, สิ่งของ, ชื่อตนเอง
    - ให้ฟังเพลง, ดนตรีบ่อยๆ
    - ช่วยเหลือเรื่องการกิน, นอน, ขับถ่าย, อาบน้ำ, พัฒนาการ คว่ำ, คลาน, ยืน
    - เป็นเพื่อนเล่น
-ให้ ความรัก, ความอบอุ่น อย่างเสมอต้นเสมอปลาย    ความสัมพันธุ์ที่ดีอย่างเพียงพอ
    - คอยระวังอันตราย
    - ให้อาหารที่ถูกสัดส่วน, สะอาดถูกสุขลักษณะ, รสชาติ
    - ห้ามให้ของเล่นที่ขนาดเล็กกว่า 1 ½ นิ้ว (เหรียญ 10)
    - ให้ของเล่นที่หลากหลาย
    - อ่านหนังสือให้ฟัง, เล่านิทานบ่อยๆ
    - ดูแลสุขภาพฟัน
    อายุ1-1 ½ ขวบ    
- สอนเรื่องอวัยวะต่างๆ บ่อยๆ
    - หัดทิ้งขยะ เริ่มหัดวินัย
    - เป็นเพื่อนเล่น ระวังอันตราย
    - การเล่นของเล่นที่หลากหลาย
    - อ่านหนังสือให้ฟัง
         - ให้ทำตามคำสั่งง่ายๆได้
           อายุ18-24เดือน
- หัดควบคุม อุจจาระ และ ปัสสวะ
- ให้เต้นตามจังหวะเพลง
- อ่านบัตรคำซ้ำๆ  แต่อย่ามากเกินไป
         - พูดคำให้ชัดเจน อย่าใช้ภาษาเด็ก
    อายุ2 ขวบ
- สอนการควบคุมอารมณ์
- ระวังอันตราย
- นั่งนิ่งๆ นานๆ ไม่ได้
- หัดนับเลข (ซึ่งอาจไม่ถูก 100% ก็ไม่เป็นไร)
- หัดให้เล่นได้ตามจินตนาการที่เขาคิดเช่นสร้างบ้าน  ปั้นดินเหนียว, เล่นทราย ฯลฯ
- หัดใช้การขึ้น- ลงบันไดโดยไม่ต้องช่วยเหลือ
- เล่นกับเพื่อนๆ  เป็น กลุ่ม
- ไม่บังคับการถนัดขวา ซ้าย
อายุ2 ½ - 3 ขวบ
- หัดแปรงฟันเอง (โดยผู้ใหญ่ช่วยเหลือ)
- หัดเก็บและแยกชนิดของของเล่นเข้าที่ สอนระเบียบวินัย
- ให้ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆเช่น หัดเติมน้ำ, รถน้ำต้นไม้
- สอนผิดถูก, อะไรผิด อะไรไม่ควรทำ, พูดจา, ปลูกฝังคุณธรรม
- ควบคุมอารมณ์
    - ฟังความต้องการของเด็ก
    - ให้เหตุผล
    - มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน และคำสั่งที่ชัดเจนว่าทำได้หรือไม่ได้
    - ให้กำลังใจ
    - ให้เล่นตามชอบมากกว่าการท่อง A, B, C สี, จำตัวเลข
    - คอยตอบคำถามที่มีมากมาย
    - ไม่เข้าใจเวลา
    - ให้ช่วยงานบ้าน
    - ให้เล่นกับเพื่อน
    - หัดใช้กล้ามเนื้อมือ เช่นร้อยลูกปัด
    - สอนให้รู้จักชื่อ, นามสกุลตัวเอง
    - จัดหาหนังสือภาพให้เด็กได้ดู สอดแทรกคติธรรม  ทุกวัย
    - หัดนับเลข แต่อย่าคาดหวังความถูกต้อง มากเกินไป
    - หัดทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ
    - หัดสอนเรื่องรูปร่างวัตถุ
อายุ4 ขวบ
    - เป็นวัยแห่งจินตนาการ อย่ายัดเยียดให้เด็กเรียนวิชาการมากมายเกินไป
    - คอยระวังการเล่นที่อันตราย พี่เลี้ยงต้องดูเด็กถึงอายุ 4 ขวบ
    - สอนให้จำเบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ ชื่อของตนเอง
    - จัดศิลปะที่หลากหลาย เช่น แป้งโด, ดินเหนียว, ระบายสี
อายุ5 ขวบ
    - ให้เล่นละคร   เล่นสมมุติ
    - สอนให้รอคอย, เข้าคิว, สอนเรื่องมารยาท   ในการเข้าสังคม, การกิน
    - ให้เด็กเล่านิทาน
    - ยังไม่เข้าใจ สิ่งที่ถูก  สิ่งที่ผิด
    - ให้เล่นกีฬาที่ ใช้หลายอวัยวะ เช่น กระโดดเชือก (ใช้มือ, ขา ตา หู) เต้นรำ (หู, มือ, ขา) การทรงตัวบนเชือก, เดิน 3 ขา, เกมตบแปะ
    - ให้ซ่อมของเล่น, หนังสือ
    - ตั้งคำถาม สมมุติ เหตุการณ์ ......แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถามให้เด็กตอบ
อายุ6-8 ขวบ
    - ส่งเสริมให้อ่าน, การเขียน ของเด็ก
    - ให้สำรวจโลกภายนอก ทัศนศึกษา
    - หัดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง     /ช่วยเหลือตัวเองตามวัย   ช่วยงานพ่อ-แม่
    - ให้รู้และเข้าใจ คำที่เกี่ยวกับความรู้สึกเช่น โกรธ เศร้า ดีใจ
    - ให้รู้จัก ขอโทษ, ขอบคุณ, ไกล่เกลี้ย
    - ชมเชย    พยายามอย่าตำหนิ
    - ให้เด็กเข้าห้องน้ำด้วยตัวเองได้แล้ว
อายุ9-11 ขวบ
    - ไม่ต้องการ การเอาใจใส่จากพ่อแม่ แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกเหงา ต้องมีเวลาให้เด็กทันทีที่ร้องขอ
    - รู้จักนิสัยเพื่อนของลูก
    - ให้โอกาสและสถานที่ เมื่อเขาอยากอยู่คนเดียว
    - ให้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ
    - ให้เด็กโตช่วยเหลือเด็กที่เล็กกว่า
    - ให้เล่นเกมส์ ที่ต้องใช้กลยุทธ์ เช่น หมากล้อม, หมากรุก
    - ให้อาหารที่เพียงพอ เพราะวัยนี้ต้องการอาหารมากกว่าปกติ
    - ให้ช่วยเหลืองานบ้าน
    - ให้รับผิดชอบกิจวัตรประจำวันของตนเอง เช่นการกิน, การนอน, การอาบน้ำ, การทำการบ้าน, การจัดเก็บห้องของตนเอง การเก็บของเข้าที่ ช่วยเหลืองานของพ่อแม่ ตามวัย เช่นการเก็บล้างจาน, ช่วยขายของ

วัยรุ่น อายุ12-18 ปี
-     ทำกิจกรรม, ทำงานเล็กๆน้อย ตามวัย    ทำงานรับจ้างที่ได้ค่าแรง เพื่อหาประสบการณ์ชีวิต และทักษะในการทำงาน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่    และได้รู้ค่าของเงิน
-    ผู้ใหญ่คอยเป็นที่ปรึกษา เมื่อเกิดปัญหา, อุปสรรค์
-    สอนและดูแลเรื่องการคบเพื่อนรวมถึงเพื่อนต่างเพศ ทำความรู้จักเพื่อนต่างเพศ รวมทั้งการสอนเรื่องเพศ การกระทำที่ไม่ถูกต้อง  ความรับผิดชอบ
-    อย่าไปวุ่นวายมากจนเกินไปเพราะเขาจะรำคาญได้
           -วัยรุ่นจะเชื่อฟังผู้ใหญ่น้อยลง   ยังขาดวิจารณญาณ  เด็กจะเอาตัวอย่างที่ได้พบเห็นมาประกอบเป็นพฤติกรรม  เพราะฉะนั้นต้องระวังสื่อต่างๆ  แม้นแต่เพื่อน /คนใกล้ชิด
-ที่สำคัญคือ ความรักที่ไม่ลำเอียงมีความยุติธรรมของผู้ใหญ่ หรือบางทีเราไม่รู้ตัว  เพราะเราอาจจะคิดว่าวัยรุ่นไม่ต้องการการดูแลจากผู้ใหญ่ แต่ในส่วนลึก เขาต้องการ       รู้ได้อย่างไร  ก็ดูจาก ปฏิกิริยา  ถ้ามีอาการหน้าบึ้ง  ต่อต้าน พ่อแม่  ทุกอย่างดื้อดึง  แน่นอน ต้องมีอะไรผิดปกติที่เขาไม่พอใจ  ผู้ใหญ่ต้องมีเวลาถามความรู้สึก  ความในใจ     ปัญหา    ความต้องการ
- อย่าจู้จี้หรือพูด  (บ่น)
              - เป็นเพื่อนเล่น  ทำกิจกรรมกับเขา
- ความผูกพันธ์ใกล้ชิด , ความรักความอบอุ่น
-  การเปิดใจของพ่อแม่     มีเวลาให้เขาเสมอ
- การเอาใจใส่  ดูแลพฤติกรรม  คอยดูแลห่างๆ  อย่าปล่อยปละละเลย  หรือเข้มงวดเกินไป

9 กรกฎาคม 2546
***********************


เข้าใจวัยรุ่น       
22  มิย .46 พญ .กมลพรรณ ชีวพันธุศรี
                                                       www.parent-youth.net

    วัยรุ่นจะเริ่มเมื่ออายุ  10 -12ขวบขึ้นไป  ปัจจุบันจะเร็วกว่าสมัยก่อนทั้งจากอาหาร , สิ่งแวดล้อม, กระแสสังคมซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางอารมณ์ ,ร่างกาย, สังคม, พฤติกรรม  เมื่อถึงเวลาเริ่มเปลี่ยนเป็นวัยรุ่นจะมีข้อที่พ่อแม่ผู้ปกครอง  ครู  มีความกังวลมาก ๆ ก็คือ

    1. การเชื่อฟังผู้ใหญ่จะน้อยลง  แต่จะเชื่อเพื่อนหรือคนวัยเดียวกันมากขึ้นเพราะฉะนั้น  การจะปลูกฝังค่านิยมคุณธรรม  ความรักความอบอุ่น  คำสั่งสอนต่าง ๆ ที่จะให้เขาทำตามพ่อแม่ต้องสอนตั้งแต่เล็ก ๆ จนถึงก่อนวัยรุ่น  ที่สำคัญคือ ความรักที่ผู้ใหญ่ให้เด็ก  โดยต้องไม่ลำเอียงมีความยุติธรรม  ไม่ว่าลูก(ศิษย์)จะเก่ง,สวย,หล่อหน้าตาดีหรือมีความสามารถมากหรือไม่ก็ตาม  และมีความรัก  การเอาใจใส่  ดูแลพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ      อย่ามุ่งแต่ทำงานหาเงินมากมาย(หรือไม่มากก็ตาม)  แต่ต้องมีเวลาถามความรู้สึก  ความในใจที่เขาอยากจะคุยและบอกพ่อแม่ก่อนที่ลูกจะทำอะไรจนสายเกินแก้   บางครั้งเงินมาก ๆ ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเด็กได้  อย่าจู้จี้หรือพูด  (บ่น)ในเรื่องที่เคยพูดไปแล้วบ่อยเกินไป  อย่าเป็นคนดุมากเกินไป  แต่ควรพูดให้เขาคิดว่าเขาสมารถจะรับผิดชอบเรื่องใดได้และต้องทำตามที่ตกลงกันให้แน่นอน แม่จะได้ไม่บ่นมาก  เป็นเพื่อนเล่น  ทำกิจกรรมกับเขา       พร้อมพูดคุยซักถามปัญหา  ความรู้สึก  ความต้องการของเขาโดยอ้อม

    2. อารมณ์จะขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวชอบเดี๋ยวไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างและการกระทำฉุนเฉียว  ขี้หงุดหงิกได้ง่าย   ( เพราะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย )     จะไม่ชอบให้พ่อแม่กอด , หอม (แต่กับเพื่อนเพศเดียวกันกอดคอ , แตะตัวไม่เป็นไร)

    3. ชอบลอง , ชอบเด่น , ชอบโชว์ , ชอบสิ่งท้าทาย  อาจต่อต้านพ่อแม่
    4. ยังขาดวิจารณญาณ  พบเห็นสิ่งใดจะรับข้อมูลไว้หมด  แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด  เชื่อถือไม่ได้  เป็นจริงแค่ไหน

    5. การเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นในด้านพฤติกรรม  จะขึ้นกับสภาพแวดล้อม , สังคม กลุ่มเพื่อนๆ ที่เขาสัมผัสอยู่ เช่นในสังคมโรงเรียนนานาชาติจะโตวัย (อาจจะถึงแก่แดด?)  แต่ในสังคมโรงเรียนไทยจะช้ากว่า  และเด็กจะเอาตัวอย่างที่ได้พบเห็นสัมผัสมาประกอบเป็นพฤติกรรมของตนเอง   เพราะฉะนั้นเราต้องรู้นิสัย  และพื้นเพ เพื่อนๆของลูกด้วย  ที่สำคัญความผูกพันใกล้ชิด , การเปิดใจของพ่อแม่ที่มีให้เด็กเป็นเกราะสำคัญต่อเขาที่จะทำให้เด็กไม่ทำอะไรผิดพลาดได้ระดับหนึ่ง
    6. พฤติกรรมชอบแยกตัว  ชอบเป็นส่วนตัว ,ชอบอิสระ  แต่ยังต้องการความรักความอบอุ่น  ไม่ชอบให้กอดหอม  รู้สึกรำคาญ  ตรงข้ามกับวัยเด็กเขาต้องการ  การกอด ,หอม


    เมื่อรู้การเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น  ผู้ใหญ่ก็ต้องปรับตัว  และคอยดูแลห่างๆ  อย่าปล่อยปละละเลย  หรือเข้มงวดเกินไป   มีเวลาให้เขาเสมอเมื่อเขาต้องการ    คอยถามความรู้สึก  ละความต้องการของเด็ก  และคอยสังเกตพฤติกรรมสม่ำเสมอ   จะเป็นเกราะป้องกันเด็กๆ จากอันตรายได้ระดับหนึ่ง


ระยะ9-11ขวบ ( ป.3-5)

- สามารถประเมินปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะที่ปะทะกัน หรือหนีไม่สู้หน้ากัน
- รู้หนทางที่จะจัดการกับตนเองเมื่ออยู่ในภาวะความขัดแย้ง
- เลือกหาที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมกับทุกคน ซึ่งมิใช่เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตนฝ่ายเดียว
- ประเมินความต้องการของตนเองและของผู้อื่นโดยอาศัยมาตราฐานของความยุติธรรม
- สามารถแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ชนะกับสิ่งที่จะต้องชนะกัน
- ทำข้อตกลงได้อย่างชัดเจนโดยกำหนดว่าใครอะไรเมื่อไรและอย่างไร

ระยะ 12-14ขวบ (ป. 6-ม.2)
- ทดลองสรุปว่าอะไรควรจะเป็นไปได้
- คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาต่อหนทางที่ได้เลือกไว้ในระยะสั้นและระยะยาว
- สามารถมีความคิดริเริ่มโดยปราศจากความชื่นชอบของผู้อื่น
- กำหนดมาตรฐานภายนอกเพื่อให้เกิดความยุติธรรม เช่น มาตรฐานทางกฎหมาย , กฎ
ระเบียบของโรงเรียน นำมาใช้ในการประเมินความต้องการและแก้ไขปัญหา
- ต้องตระหนักถึงประสิทธิภาพของข้อตกลงในการแก้ไขปัญหา ที่จะต้องยุติธรรม เป็นจริงได้และสามารถนำไปปฏิบัติได้

ระยะม.4 -ม.6 (15-18ปี )
- สามารถใช้ขบวนการแก้ไขปัญหาเมื่ออยู่ในบทสนทนาที่มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น
- สามารถเลือกใช้ข้อตกลงใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับตนเองและผู้อื่น
- สามารถหาหนทางปรับปรุงข้อตกลงที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น
- สามารถประมวลความตั้งใจและความสามารถของตนเองและผู้อื่น ไปสู่การวางแนวการปฏิบัติได้อย่างดี
- สามารถทำปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการทำข้อตกลงให้สมบูรณ์
ยิ่งขึ้น
- สามารถกำหนดมาตรฐานความยุติธรรมจากภายนอกมาประยุกต์ใช้ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
- ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างซื่อสัตย์และสนับสนุนให้ผู้อื่นทำตามด้วย

การสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ระยะแรกเกิดถึง8ขวบ
- สามารถร่วมแก้ไขปัญหากับเพื่อนๆ ได้ง่ายๆ และคาดคะเนได้ว่าจะมีผลกระทบอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นและในที่สุดก็สามารถเลือกวิธีการแก้ไขได้
- สามารถเข้าร่วมการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้โดยมีเด็กที่มีอายุมากกว่าหรือผู้ใหญ่คอยให้คำปรึกษา

ระยะ9-11ขวบ
- สามารถมีความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้โดยไม่มีที่ปรึกษา

ระยะ12-14 ปี
- สามารถร่วมสร้างโครงการใหม่ๆ กับเพื่อนหรือผู้ใหญ่ได้
- สามารถเข้าร่วมขบวนการฝึกฝนให้หัดคิดริเริ่มโครงการใหม่ๆ กับเพื่อนที่มีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง
- สามารถเข้าใจว่าปฏิสัมพันธ์กับของทุกๆสิ่งอาจจะก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆขึ้นได้
- สามารถสอนนักเรียนรุ่นน้องให้หัดคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้

ระยะ15-18ปี
- สามารถมีความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้กับกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย
- สามารถสอนเพื่อนหรือผู้สูงอายุกว่าให้มีความคิดริเริ่มใหม่ๆ ได้
- มีความคิดใหม่ๆ

ในด้านการตัดสินปัญหา
วัยเด็กถึง 8ขวบ
- สามารถเข้าร่วมอภิปรายในการตัดสินใจได้โดยมีครู หรือผู้สูงอายุกว่าให้คำแนะนำ
ระยะ9-11ขวบ
- สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหากับเพื่อนในห้องเรียนที่มีความขัดแย้งกัน
ระยะ 12-14ปี
- สามารถช่วยจัดการหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของนักเรียนรุ่นน้อง
ระยะ15-18 ปี
- สามารถจัดการหามติข้อสรุปในการแก้ไขปัญหากับกลุ่มชนต่างๆ
สามารถช่วยเหลือในการหามติข้อสรุปของที่ประชุมในฐานะสมาชิกคนหนึ่งได้




ปัจจัยที่มีผลต่อสมอง
สมองเจริญเติบโตดี (ฉลาด) สมองถูกทำลาย
(โดยเฉพาะก่อนวัยรุ่น) (เป็นได้ทุกวัย)

- การได้ทำกิจกรรมกลุ่ม , มีปฎิสัมพันธ์กับสังคม 1) ความเครียดนานๆ จากทุกสาเหตุ - ช่วยเหลือตัวเองตามวัย - ทำงาน /เรียนหนัก บ้างาน การบ้านมาก
- ได้ทำหรือเรียนสิ่งที่ชอบ - ถูกบังคับให้เรียนหรือทำงานในสิ่งที่ไม่ชอบ
- ได้รับคำชมเชยเสมอ - ถูกดุด่าทุกวัน
- ความรัก ความอบอุ่นจากพ่อ แม่ / ผู้ใกล้ชิด - ขาดความรัก ความอบอุ่น
- ศิลป ดนตรี กีฬา ออกกำลังกาย ร้องเพลง ตาม - ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อน
ความชอบและอิสระ ไม่ใช่ท่องทฤษฏี - เข้มงวดเกินไป
-มองตนเองในแง่บวก - มองตนเองในแง่ลบ
-ได้คิดจินตนาการ เช่นการฟังนิทาน 2) สมองไม่ได้ถูกกระตุ้นหรือถูกใช้เลย เช่นการ
-เป็นคนยืดหยุ่น คิดจินตนาการ ความคิดแปลกแตกต่าง
-สัมผัสของจริง ทัศนศึกษา 3) ความกังวล โกรธ ทุกข์มากนานๆ
-อาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะ ปลา ถั่วเหลือง 4) ขาดอาหาร
ธาตุเหล็ก ไอโอดีน วิตามิน บี (ความเครียดนานๆ จะยับยั้งการเรียนรู้
-การละเล่นต่างๆ / เล่นกับเพื่อนๆ ทำลายสมอง เกิด โรค มะเร็ง ภูมิแพ้ โรคหัวใจ -ได้ทำงานด้วยตนเอง โรคกระเพาะ ฯลฯ Khalsa1997, Jensen1998 )




พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี (กุมารแพทย์ ) 01-2980284 , 0-2661-2810
เอกสารอ้างอิง : White house conference : Early childhood development : what new research on the brain . <a href="http://www.exnet" target="www.exnet">http://www.exnet</a>. iastate. edu / pages/ families / nncc / wh / wh conf.html :
: Neuroscience for kids : <a href="http://faculty" target="faculty">http://faculty</a>. Washington .edu/chudler/cells.html
: Marilee spenger (1999) Learning and memory the brain in action, ASCD ,Virginia USA [ E-mail : <a href=mailto:msprenge@aol>msprenge@aol</a> .com]




ความรู้ต่าง

พรบ.ปิโตรเลี่ยมแก้ไข ฉบับที่7 พ.ศ.2555
ฟ้องศาลปกครองเรื่องระบบการศึกษาไทย article
ยื่นฟ้อง ฎีกา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ ๑ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒ article
รอบรู้การบริโภคไขมัน article
วิธีการพูดของมิจฉาชีพ ที่เราจะยอมโอนเงินผ่านตู้ ATM? article
๑๐ วิธี “ปลุก” สมอง ไม่ให้ฝ่อ article
วิธีเก็บ หนังสือที่จมน้ำ article
โอนเงินผิด article
5 กลวิธีสร้างเด็กรักการอ่านในยุคติดเกม article
ระวังโรควุ้นนัยตาเสื่อมจากคอมพิวเตอร์ article
ชีวิตนี้มีแต่สุข article
สิงคโปร์ที่น่าอิจฉา
รถเสียกลางกรุงไม่ต้องตกใจ กด 1137 เรียกใช้บริการช่างซ่อมอาสาได้ฟรี article
ธนาคารกรุงเทพรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2553 มีกำไรสุทธิ 6,872 ล้านบาท
ธปท.ขาดทุนยับอุ้มค่าบาทแสนล้าน ยอดขาดทุนสะสมเกือบสอง แสนล้าน
พระราชบัญญัติ บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ article
ทำอย่างไรจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น article
ขอเอกสารเรื่อง "พลังงานนิวเคลียร์"
ขอให้อ่านและจำไว้ สิ่งที่จะต้องทำเมื่อคุณติดอยู่ในลิฟต์
สปสช.สั่งปรับ รพ.เก็บเงินค่ารักษาคนไข้บัตรทอง
เตือนภัย ......จากตำรวจ article
ระวังภัย แก้วน้ำเคลือบยา ต้องอ่าน !!!!! article
ความลับของโทรศัพท์มือถือที่เราไม่รู้ เพราะคนขายไม่บอก
วิธีแก้เผ็ดคนขโมยมือถือ article
คุณค่า"หลังธนบัตรที่เราไม่ค่อยสังเกตุกันครับ article
ประกันสังคม กับเรื่องที่น่ารู้ article
ระวัง เห็ดหอม (dry mushroom) article
ความรู้จากแพทย์จีน article
ใครมีสิวหรือปัญหาผิวหนัง รักษาที่ไหนก็ไม่หาย ฟังทางนี้ article
กินหมูปิ้งแล้วต้องนอน ICU article
เคล็ดลับน่ารู้คู่บ้าน article
มหากาพย์พลังงานไทยโกงไทย (2) เงื่อนงำกระจายหุ้น ปตท. article
ผู้สนใจ "Workshop จิตตทักษะในการบริหารและบำบัดอารมณ์ตนเอง" ฟรี อาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม article
ดื่มน้ำเย็นไม่เป็น อันตราย article
อยากให้อ่านคนขับรถ หรือ นั่งรถไปด้วยกัน ..ห่วงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จริง ๆ...เตือน หมากฝรั่ง และ ไข่ไก่
ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี ?? article
น้ำมันพืช... อันตรายระดับชาติ !!!‏ article
Headline
อันตรายจากน้ำแช่เห็ดหอม
พริกลดความอ้วน สารเผ็ดของมันมีฤทธิ์สู้รบ ต่อสู้กับความอ้วน
กาแฟกินแล้วผอมแอบใส่ยาลดอ้วน
3 สารเคมี ที่แม่ท้องต้องระวัง
โยคะร้อน เพื่อสุขภาพ
ฝึกโยคะหลังมะเร็ง เสริมภูมิคุ้นกันแข็งแกร่ง
อยากรู้ไหม! ผิวของคุณเป็นแบบไหน
น้ำผลไม้เสริมความจำ
ความร้อนกับคอมพ์พัง
โทษของการต้มหลายๆครั้ง
'สตีฟ จอบส์' แจง Flash ไม่เหมาะกับ Apple-ระบบสัมผัส
ดื่มโซดามากอาจ “ซ่า” ไม่ออกเพราะแก่เร็ว
27 วิธี...บอกลาผิวหม่น
สธ.เตือนตากแดดนาน เสี่ยงเสียชีวิต
กำเนิด"ฮีทเวฟ"...ร้อนถล่มไทย
พอร์ต โฟลิโอ (แฟ้มสะสมผลงาน) ทำอย่างไร ?
ชมปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวศุกร์ 16 พ.ค.นี้
อาบน้ำทุกวัน ปล่อยสารเคมีหลายชนิด แปดเปื้อนสิ่งแวดล้อม article
6 ต้นแบบ พลังงานทดแทน สะกิดเอสเอ็มอีไทย ใคร ๆ เขาก็ทำ article
แถลงการณ์ สภาธรรมาภิบาล หยุดทำร้ายประเทศไทย! ทุกขั้วอำนาจ
ข้อเสนอแนะการดูแลครอบครัวในสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง
เกราะชีวิตและครอบครัว, สมองกับการเรียนรู้ article
สมอง กับ การเรียนรู้ article
คู่มือการเตรียมตัวเป็นครอบครัว article
Child centered article
Layered curriculum article
การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาสมอง article
การสอนให้เด็กคิดเป็น article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com