ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง

ฉากชีวิตโรงละครปากท้อง
'พรานตกกุ้ง' 'สายตรวจลุ่มน้ำแม่กลอง'

“ตัวนี้มีประสบการณ์ เคยถูกฉมวก” หนุ่มวัย 28 ปี เกรียงศักดิ์ อ่วมด้วง ที่ยึดอาชีพ   “ตกกุ้ง” ในลำน้ำแม่กลองแถบอัมพวามากว่า 10 ปี ชี้ให้ดูร่องรอยบริเวณหัวกุ้งแม่น้ำตัวโต ก่อนยัดกุ้งที่ตกได้ลงข้องที่ดัดแปลงจากท่อพีวีซีสีฟ้าผ่าซีกแทนข้องไม้ไผ่แบบเก่า ก่อนจะหันไปดำเนิน “วิถีชีวิตคนตกกุ้ง” ต่อไป...

การตกกุ้ง เป็นอีกอาชีพหลักของคนริมน้ำแถบอัมพวาจำนวนไม่น้อย ซึ่งกับเกรียงศักดิ์นั้น เขาเล่าว่า มีอาชีพเสริมด้วยคือขับเรือรับส่งนักท่องเที่ยวในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นอีกอาชีพของเขาที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของสมุทรสงคราม และเมื่อการท่องเที่ยวบูม นักท่องเที่ยวมาเยอะขึ้น “กุ้งแม่น้ำ” ที่เขาตกได้ก็ขายได้มากขึ้นตามไปด้วย เพราะกุ้งแม่น้ำกลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก
   
เกรียงศักดิ์บอกว่าอุปกรณ์ในการตกกุ้งใช้กันจริง ๆ ไม่กี่อย่าง ที่เหลือคือความอดทน เวลาทำงานของเขาและเหล่า “พรานกุ้ง” ส่วนใหญ่จะเริ่มออกตกกุ้งในช่วงโพล้เพล้ ลากยาวไปจนฟ้าระเบิด คือตอนรุ่งสางที่พระอาทิตย์จับขอบฟ้า เขาบอกว่าจริง ๆ ก็ตกได้ทั้งวัน แต่ตกกลางคืนจะดีกว่าเพราะอากาศไม่ร้อน และกุ้งก็หากินในที่น้ำตื้นหรือเกาะใกล้ตลิ่ง ซึ่งระหว่างการตกกุ้งกับการตกปลา เขาบอกว่า คนละแบบ ตกกุ้งใช้สมาธิสูงเพราะกุ้งกินเหยื่อนิ่มมาก ๆ ไม่เหมือนปลาที่กินเหยื่อจะรู้สึกได้ทันทีเพราะกินเหยื่อทั้งตัว แต่กุ้งจะค่อย ๆ กิน ทำให้ต้องรู้จักจังหวะระหว่างนิ้วมือและสายเอ็นที่จมในน้ำ ถ้าไม่ชำนาญก็แทบจะไม่รู้ว่ากุ้งติดแล้ว
   
“ตกกุ้งแม่น้ำต้องใจเย็น ๆ ครับ ใจร้อนโอกาสพลาดก็สูง” พรานกุ้งแห่งลำน้ำแม่กลองกล่าว
   
ก่อนจะบอกอีกว่า ไม่เคยคิดที่จะเข้าไปทำงานในเมือง ทำงานโรงงาน เหมือนคนอื่น เหตุผลคือเขารักอิสระ และรายได้จากการตกกุ้งก็ไม่ขี้เหร่อย่างที่หลายคนคิด เขาบอกว่าวันหนึ่งอย่างน้อยต้องมี 200-300 บาทติดกระเป๋า วันไหนดีหน่อยรายได้ก็อาจแตะที่หลักพันบาทขึ้นไป ทำให้คนตกงานหันมาตกกุ้งกันเพิ่มขึ้น คะเนคร่าว ๆ ทั่วลำน้ำแม่กลอง เขาเชื่อว่าน่าจะมีนักตกกุ้งไม่ต่ำกว่า 200-300 คน เพราะ นอกจากคนแม่กลองแล้ว นักตกกุ้งจากต่างถิ่นก็มีแวะเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ เหตุเพราะความอุดมสมบูรณ์ของกุ้งแม่น้ำแม่กลอง
   
“อยู่กับคนก็ต้องรู้จักคน อยู่กับน้ำก็ต้องรู้จักน้ำ ตกกุ้งก็ต้องเข้าใจกุ้ง ถ้าทำได้ ไม่มีวันอดตาย” พรานกุ้งหนุ่มกล่าว ก่อนบอกว่า แม้จะไม่ห้าม แต่ใครจะมาหากินที่นี่ต้องทำตามกฎ คือห้าม “เบือกุ้ง” หรือวางยาเพื่อจับกุ้งเด็ดขาด ถ้าเจอที่ไหนก็จะไล่ และไม่ให้กลับมาอีก เพราะถือว่าเอาเปรียบเพื่อนร่วมอาชีพ และอีกหน้าที่ของพรานกุ้งที่นี่ก็คือ การช่วยกันดูแลแหล่งน้ำ เพราะเคยเจอวิกฤติแบบนี้มาหลายหน ยิ่งในช่วงน้ำหลากลงมา ก็มักจะเป็นช่วงที่เป็นปัญหาที่สุด เพราะสายน้ำจะพัดพาเอาสารเคมีที่เป็นอันตรายจากทางต้นน้ำลงมาด้วย ทำให้ตกกุ้งยากขึ้น และทำให้สัตว์น้ำน้อยใหญ่ตายหมด
   
“เราช่วยกันดู เรานี่ถือว่าเป็นด่านแรกเลยที่จะสัมผัสได้ แม่น้ำแม่กลองไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ตรงนี้มันก็เหมือนตู้กับข้าว เหมือนบ้านของเรา ถ้าเราไม่ช่วยดูแล ใครที่ไหนจะมาช่วย” เกรียงศักดิ์กล่าว
   
ด้าน สำรวย คงสิทธิ์ วัย 47 ปี ที่ยึดอาชีพตกกุ้งเช่นกัน เล่าว่า ยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่นมยังไม่แตกพาน เรียกว่าพอพายเรือได้ก็ออกหากุ้งกันแล้ว สำหรับกุ้งแม่น้ำเหมือนเป็นชื่อการค้าที่คนเรียกติดปาก เขาอธิบายว่า จริง ๆ กุ้งแม่น้ำก็มีอยู่พันธุ์เดียว เพียงแต่เรียกแตกต่างกันไปตามวัยที่แตกต่างกัน คือกุ้งวัยกลาง ๆ เรียกว่า “กุ้งก้ามเทียน” เพราะปลายก้ามที่มีสีเหลือง ถัดมาเรียกว่า “กุ้งก้ามเกลี้ยง” จากลักษณะก้ามที่ออกสีเหลืองแกมน้ำเงิน หลังจากนี้ก็เป็น “กุ้งก้ามกราม” ที่ก้ามจะยาวมีสีน้ำเงินเป็นกุ้งที่ได้ราคาดีมาก เป็นที่ต้องการมาก กุ้งแม่น้ำจะกินอร่อยที่สุดต้องช่วงฤดูหนาวเพราะมีธาตุอาหารในน้ำให้กุ้งกินมาก
   
ชาวบ้านจะเรียกกุ้งในฤดูนี้ว่า “กุ้งเลน” เนื้อแน่น มัน
   
อยู่กับพรานกุ้ง ไม่ถามเรื่องการทำกินดูจะตกหล่นไป สำรวยบอกว่า เมนูที่เหมาะ ๆ ไม่ต้องมีอะไรมาก เผาให้ได้ความสุกกำลังดี น้ำจิ้มรสจัดสักถ้วย ข้าวสวยร้อน ๆ ก็พอแล้ว เขาบอกว่า สมัยก่อนกุ้งแม่น้ำจะมีจำนวนมากกว่านี้ อาจเพราะยังมีคนจับไม่มาก แต่ปัจจุบันแม้กุ้งจะไม่เยอะเท่าอดีต แต่ราคากลับเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ จากในอดีตซื้อขายกันกิโลกรัมละ 50-60 บาท แต่ขณะนี้ซื้อขายต่ำ ๆ ก็ต้อง 200-300 บาทขึ้นไป ทำให้ปัจจุบันมีคนหันกลับมายึดอาชีพตกกุ้งกันเป็นล่ำเป็นสัน เรียกว่าเป็นอาชีพที่สร้างเม็ดเงินได้อย่างดี
   
“ดีไม่ดี ผมก็ตกกุ้งจนปลูกบ้านได้ล่ะ” พรานกุ้งวัย 47 ปีกล่าวยืนยัน
   
ขณะที่ ปิยะพงษ์ เด็กหนุ่ม พรานกุ้งวัยรุ่น วัย 18 ปี บอกว่า ยึดอาชีพตกกุ้งมาได้ 5 ปี เริ่มจากติดตามลุงออกตกกุ้ง จนเริ่มติดใจ จึงขอฝึกวิชากับผู้เป็นลุง หลังจากนั้นก็ออกมาตกเดี่ยว ยึดทำเลหากุ้งตั้งแต่ 6 โมงเย็นเรื่อยไปจนถึง 7 โมงเช้า เทคนิคการตก เขาบอกว่าปลากับกุ้งกินเหยื่อไม่เหมือนกัน ต้องสังเกต ปลากินเหยื่อจะตุบ ๆ แต่กุ้งจะงัดเหยื่อขึ้นมากิน เวลากุ้งติดเบ็ดจะตึงมือเวลาดึง แต่ปลาจะดิ้น
   
ก่อนออกมาตกกุ้งก็ต้องวางแผน ส่วนมากมักวางทำเลไว้ด้วยการปักขอนไม้ไว้ใต้น้ำและจำจุดตัวเองไว้ เวลาตกก็เข้าจุดเลาะไปเรื่อย ที่ต้องทำขอนไม้ไว้เพราะน้ำในแม่น้ำเชี่ยว ขอนไม้จะเป็นหลักให้กุ้งแม่น้ำใช้ยึดตัว วิชาเหล่านี้เขาได้มาจากลุง สำหรับปริมาณกุ้งที่ตกได้จะไม่แน่นอน แต่หลัก ๆ ต้องมีอย่างน้อย 200-300 บาทต่อคืน หรือถ้าวันไหนโชคดีหน่อยอาจตกได้กุ้งไปขาย ได้เงินสูงถึงหลักพันบาท
   
“ตอนนี้ผมเรียน กศน. แต่ก็ยึดอาชีพตกกุ้งไปด้วย ไม่อาย เพราะเป็นอาชีพสุจริต สนุกด้วย ส่วนใหญ่ผมจะไม่ค่อยกินกุ้งที่ตกมาหรอก เพราะเสียดาย กว่าจะได้มามันลำบาก ขายเอาเงินมาใช้จ่ายดีกว่า” พรานกุ้งวัยกระเตาะกล่าว 
   
ชีวิตคนเปรียบได้ดั่งสายน้ำที่มีขึ้นและมีลง ชีวิต “พรานกุ้ง” เหล่านี้ก็ล้วนมีที่มาที่ไปแตกต่างกัน ทว่าสิ่งที่น่าพินิจมากยิ่งกว่าการเป็น “ฉากชีวิต” ฉากหนึ่ง ณ โรงละครแห่งปากท้อง ก็คือสัจธรรมแห่งเหล่าพรานกุ้ง ที่ต่างก็ตระหนักกันดีว่า... “อาชีพอย่างพวกเรา ไม่มีทางลัดสำหรับคนที่เกียจคร้าน”.

'ไม่มีกุ้ง....ก็ไม่มีชีวิต'
   
นันทพร กลิ่นมาลี อดีตแม่ค้ารับซื้อกุ้งที่ปัจจุบันหันมาเอาดีกับธุรกิจโฮมสเตย์ในชื่อ “บ้านกุ้งแม่น้ำ” เล่าว่า ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มเพิ่มผลผลิตกุ้งแม่น้ำ ภาคีเครือข่ายสมัชชาอาหารปลอดภัยสมุทรสงคราม โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้วย และยังเป็นสมาชิกชมรมผู้ตกกุ้งแม่น้ำ ซึ่งเหตุที่หันมาจริงจังกับเรื่องนี้เพราะมองว่า กุ้งแม่น้ำช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนมาก แต่ก่อนไม่คิดอะไร รับซื้ออย่างเดียว ต่อมามองว่ากุ้งลดจำนวนลง เหตุเพราะคนจับก็จับอย่างเดียว
   
“จึงคิดว่าน่าจะอนุรักษ์ไปพร้อมกันจะดีกว่า” โดยได้แนวคิดมาจากการที่เห็นไข่กุ้งที่ฟักออกมาจากกุ้งเพศเมียที่มีไข่หน้าท้อง หรือที่เรียกว่า “กุ้งนาง” เมื่อกุ้งเขี่ยไข่ก็จะเป็นตัวเลย จึงเริ่มโครงการในปี 2548 โดยได้รับงบสนับสนุนจาก สสส. นำมาสร้างบ่อพักขึ้น เมื่อกุ้งเขี่ยไข่ก็ปล่อยลงสู่ลำน้ำทันที ต่อมาจึงพัฒนาโดยการปล่อยกุ้งลงในกระชัง ซึ่งผลจากการทำงานร่วมกับชุมชนและจังหวัด ทำให้ปริมาณกุ้งแม่น้ำเพิ่มจำนวนขึ้น
   
นอกจากนั้นก็ยังมีการทำประชาคมกับนักตกกุ้งทั้งหลายว่า ที่แม่กลองนี้ใครจะมาตกกุ้งก็ได้ แต่ห้ามทำผิดกฎที่ตั้งขึ้นเด็ดขาด คือ 1.ห้ามเบือกุ้ง 2.ห้ามจับกุ้งด้วยวิธีอวนทับตลิ่ง เพราะถือว่าเป็นการเอาเปรียบเพื่อนร่วมอาชีพอย่างมาก และที่สำคัญคือทำลายสภาพนิเวศทางธรรมชาติอย่างร้ายกาจ
    
“ที่นี่ถือว่าเข้มแข็งมาก เขาดูแลกันเอง เป็นสายตรวจแม่น้ำ ใครทำอะไรไม่ดีจะรู้กันทั่ว เขามองว่าตกกุ้งไม่ใช่อาชีพเสริม แต่เป็นอาชีพหลัก ถ้าเขาไม่ดูแล ปล่อยให้ใครมาทำอะไรก็ได้แบบช่างหัวมัน อนาคตเขาเองนั่นแหละที่จะหมดช่องทางทำกิน” ประธานกลุ่มเพิ่มผลผลิตกุ้งแม่น้ำกล่าว.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : รายงาน

ที่มา  www.dailynews.co.th




ทักษะชีวิต

วิธีการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของลูก
เตือนภัยชาวกรุงเทพ....ฉีดน้ำกรด article
จิตวิทยาการสอนตามวัยสำหรับเด็ก article
จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก article
สลด! สาวเมาไร้สติ ถูก 2 ไอ้หื่นข่มขืนริมหาด article
ธรรมะดีๆของหลวงปู่ทวด (อ่านแล้วส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน) article
คนโง่จะครองโลก
คนโง่จะครองโลก ทฤษฎีฮาๆๆ
คำสอน ว.วชิรเมธี
บริโภค ' แกงเลียง ' ' แกงเหลือง 'ต้านโรคได้
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน
โซเชียลเน็ตเวิร์ก...กับภาพที่ต้องขยาย
ย่านาง สมุนไพรหมื่นปีไม่มีแก่
มลพิษ ตัวการคร่าชีวิตชาวโลก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
4 ของกินเล่นที่ให้ประโยชน์และโทษจริงจัง
ภัยเงียบจากการ (อด) นอน
ธุรกิจขนม-กรณีศึกษาลูกชุบ
เรื่อง ภัยร้าย Hi5ปลอม
อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ : ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน article
ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และทางออก article
ในหลวงของเรา กับประชาธิปไตย article
ทำไมเด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งโง่ ( IQ ลดลง ) article
ประชาชนเป็นเมืองขึ้นของข้าราชการ นักการเมือง บางคน ทางนโยบาย article
วัยรุ่นกับการตั้งครรภ์ article
ทุนต่างประเทศ พิจารณา ดูเอาเองนะคะ article
วิจัยต่างประเทศ ฯ ที่คนไทยต้องรู้ article
เรื่องจริงที่น่าสมเพชมาก article
การศึกษาเวียตนามและเกาหลี วิกฤติ หรือโอกาสประเทศไทย article
ความด้อยโอกาสของลูกชนชั้นกลาง article
ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และไอคิว article
ช่วยกันปกป้องลูกหลานไทย อย่าให้ไอคิวลดลง article
ปัญหาฆ่าตัวตาย article
ทักษะชีวิต ในยามคับขัน article
ทักษะชีวิต ทีเราควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวังตนเอง article
มาป้องกันมะเร็งกันเถอะ article
IQ EQ AQ MQ SQ article
มาป้องกันโรค ก่อนจะสายเกินไป article
ครูหัวใจวาย สองคนแล้วในเดือนสองเดือนนี้
ความเครียด ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา article
เรื่องขอเชิญ ผนึกกำลัง ร่วมสร้างชาติ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com