ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
Group Menu
dot
dot
เมนูหลัก
dot
bulletเรารักในหลวง
bulletสุขภาพน่ารู้
bulletการศึกษา
bulletทักษะชีวิต
bulletสภาพัฒนาการเมือง
dot
หนังสือพิมพ์ - ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletข่าวสด
bulletแนวหน้า
bulletไทยโพสต์
bulletโพสต์ทูเดย์
bulletผู้จัดการ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletบ้านเมือง
bulletThe nation
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอก โพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletสยามรัฐ
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามดารา
bulletบางกอก ทูเดย์
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
bulletธรรมาภิบาล




ปวดหลัง...อย่านิ่งนอนใจ article

 

เพราะว่ากระดูกสันหลังมีหน้าที่ที่สำคัญมาก ในการช่วยเป็นแกนโครงสร้างของร่างกาย ทำให้คนเรา ยืนตัวตั้งตรงได้ รวมถึงช่วยทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวอิริยาบถต่าง ๆ และยังช่วยเป็นเกราะป้องกันระบบประสาทไม่ให้ได้รับบาดเจ็บโดยง่ายด้วย

น.พ.อาทิตย์ หงส์วานิช ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ข้อมูลว่า อาการของโรคกระดูกสันหลังแบ่งออกได้เป็น 3 อาการ ได้แก่ 1.อาการ ปวดหลัง ถ้ามีอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือเป็น ๆ หาย ๆ อาจบ่งชี้ว่า การรับน้ำหนักของข้อต่อกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังไม่ดี พบได้บ่อยในกลุ่มโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม หรือร้ายแรงกว่านั้น เช่น โรคติดเชื้อ หรือเนื้องอกในกระดูกสันหลัง

2.อาการปวดร้าวลงขา ถ้ามีอาการปวดสะโพกและปวดร้าวลงขาอาจบ่งชี้ว่า มีการรบกวนเส้นประสาทหรือ ช่องโพรงไขสันหลัง เช่น โรคช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบหรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท

3.อาการปวดหลังร่วมกับปวดขา บ่งชี้ว่า การรับน้ำหนักของข้อต่อกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังไม่ดี ร่วมกับตัวโรคมีการรบกวนเส้นประสาทด้วย

เมื่อไปพบแพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกายและส่งตรวจ ต่าง ๆ เพื่อหาสาเหตุ โชคดีที่ปัจจุบันมีเครื่องมือในการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น เช่น เครื่องเอ็มอาร์ไอสแกน (MRI : Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งเป็นการถ่ายภาพโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะได้ภาพที่คมชัดกว่าและวินิจฉัยโรคได้แม่นยำกว่าการเอกซเรย์ธรรมดามาก ซึ่งการส่งตรวจก็ขึ้นกับประวัติ อาการ และดุลพินิจของแพทย์ที่ทำการรักษา

แนวทางในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังนั้นก็ขึ้นกับการวินิจฉัยโรค ว่าเป็นโรคอะไร วิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาปวดหลังจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังแบ่งได้ง่าย ๆ เป็น 4 วิธี

วิธีที่ 1 สังเกตอาการ ไม่มีการรักษา ส่วนใหญ่อาการปวดหลังทั่ว ๆ ไป ที่เกิดขึ้นมาเอง จะอาการดีขึ้นหรือหายไปได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์ บางครั้งถ้าปวดไม่มาก เพียงสังเกตอาการ ถ้าอาการมีแนวโน้มดีขึ้น และสุดท้ายหายไปก็ไม่ต้องทำอะไร

วิธีที่ 2 กินยาและการกายภาพบำบัด ถ้าผู้ป่วยรู้สึกปวดหลังมากขึ้น และรู้สึกว่ารบกวนชีวิตประจำวันก็สามารถเริ่มการรักษาวิธีที่ 2 ได้ การทานยาก็ได้แก่ ทานยาแก้ปวดธรรมดา พาราเซตามอลหรือทานยาแก้ปวดที่แรงขึ้น เช่น ยาแก้ปวดลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDS) ซึ่งมีหลายตัว หลายกลุ่ม สามารถลดอาการปวดและการอักเสบได้ดี แต่ควรระวังเนื่องจากยากลุ่มนี้อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ จึงควรใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ 1-2 สัปดาห์ เมื่อมีอาการดีขึ้นแล้วควรหยุดยา

สำหรับการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อก็สามารถใช้ลดอาการปวดได้ในกรณีที่มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

การทำกายภาพ ได้แก่ การใช้เครื่องอัลตราซาวนด์หรือกระตุ้นไฟฟ้า สามารถลดการเกร็งของกล้ามเนื้อและทำให้อาการปวดดีขึ้นได้

เครื่องดึงคอหรือหลัง จะช่วยยืดข้อกระดูกและหมอนรองกระดูก ช่วยลดความดันที่กดลงบนเส้นประสาท และทำให้อาการปวดดีขึ้นได้

Chiropractic เป็นวิธีการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกวิธีหนึ่ง ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าสามารถลดอาการปวดหลังในระยะเฉียบพลันได้ แต่ในกลุ่มที่ปวดเรื้อรังและมีกระดูกผิดรูปร่วมด้วย การศึกษาวิจัยยังไม่ชัดเจนนัก

รวมทั้งการฝังเข็มก็เป็นการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกอีกวิธีหนึ่ง สามารถลดอาการปวดหลังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดหลังจากกล้ามเนื้อเกร็ง

วิธีที่ 3 การฉีดยาเข้าไปภายในโพรงกระดูกสันหลัง

วิธีนี้ใช้เฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปวดร้าวจากเส้นประสาทเป็นหลัก เช่น ปวดแขนหรือปวดขาเนื่องจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

วิธีการคือ จะฉีดยาสเตอรอยด์ซึ่งเป็น ยาที่สามารถลดการอักเสบได้อย่างดี ฉีดเข้าไปบริเวณโพรงกระดูกสันหลังที่มีพยาธิสภาพ ให้ยาเข้าไปลดการอักเสบของเส้นประสาทที่ถูกกดทับ เมื่อการอักเสบของเส้นประสาทลดลง อาการปวดก็จะดีขึ้น

และวิธีที่ 4 ก็คือการผ่าตัด

แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดหลังจะต้องผ่าตัด มีเพียง 5-10% ของผู้ป่วยเท่านั้นที่จำเป็นต้องผ่าตัด เนื่องจากรักษาด้วยยาและการกายภาพไม่ได้ผล ความจริงแล้วเราสามารถป้องกันการปวดหลังจากโรคกระดูกสันหลังได้หลายวิธี ได้แก่

1.การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน เช่น ขณะนั่งทำงานควรนั่งหลังตรง หรือพิง พนักเก้าอี้ ไม่ควรนั่งหลังค่อม การยกของจากพื้นไม่ควรใช้วิธีก้มหลังแต่ควรใช้วิธีย่อเข่าและหลังตรงแทน จะลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลังและหมอนรอง กระดูกสันหลัง
2.ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป ไม่ทำให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากเกินไป
3.ควรหลีกเลี่ยงเหล้าและบุหรี่ เพราะมีการศึกษาชัดเจนว่า ทำให้เกิดการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้น
4.ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เนื่องจากการออก กำลังกายเป็นประจำจะทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นและกระดูกสันหลังแข็งแรงมากขึ้นและบาดเจ็บยากขึ้นจะทำให้โอกาสเกิดโรคของกระดูกสันหลังลดลง โดยการออกกำลังกายทั่วไป เช่น แอโรบิก จ๊อกกิ้ง หรือว่ายน้ำ จะบริหารกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการออกกำลังเฉพาะส่วน
5.ทานอาหารเสริมกลุ่มแคลเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน สามารถลดโอกาสเกิดโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุนได้

              จะเห็นว่าทุกวันนี้มีวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่าไม่มีวิธีไหนดีที่สุด ทุกวิธีมีข้อดี ข้อเสีย ก่อนจะเริ่มการรักษาจึงควรจะทราบก่อนว่าตนเองเป็นโรคอะไร ศึกษาอย่างรอบคอบ ปรึกษาแพทย์และเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
 

 

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1291872567&grpid=07&catid=00



สุขภาพน่ารู้

อาหารดิบ ดีจริงหรืออันตราย? article
ระวังโรคฉี่หนู!!!...ผู้ที่ดื่มน้ำจากฝากระป๋องโดยไม่ใช้หลอดดูด
เผย 28 เคล็ดลับยาสมุนไพรรักษาโรค article
รักษาโรคมะเร็ง ... น่าสนใจมากที่จะรู้ article
กินรสจืด ยืดชีวิต - คุณหมอขอบอก
คนที่ชอบ รับประทานอาหาร รสเค็ม ระวัง "ไตวาย" article
อย. เตือนอันตรายอย่าใช้ยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ article
ดื่มน้ำเปล่าหนีห่างจากโรคเบาหวาน แต่ละถ้วยลดได้มากถึงร้อยละ 10 article
สิ่งที่เกิดขึ้นเมืองเราอยู่ใกล้เสาโทรศัพท์ article
ไตเสื่อม ต้นเหตุุสำคัญของสุขภาพร่างกาย article
นิสัยเสียที่ทำลายสมอง ก่อเกิดโรคตับและมะเร็ง - MUST READ! article
การทำร้ายกระดูกสันหลัง 10 อันดับ article
ภัยร้ายจากโรค Alzheimer article
ป้องกันไตเสื่อม article
อาวไซด์เมอร์ แบบทดสอบ article
พิษของมะเฟืองถึงตาย ผู้ป่วยไตกลุ่มเสี่ยง article
วุ้นในลูกตาเสื่อม คนใช้คอมพิวเตอร์ต้องอ่าน!!
กินไข่สุกๆดิบ ๆ มีโทษ
สูตรน้ำผักผลไม้ต้านมะเร็ง article
10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง article
รู้ เท่าทันมะเร็ง (สำหรับคนที่ไม่อยากเป็นมะเร็ง หรือ คนที่ดูแลผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง) article
เตือน !!! ประชาชนหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำแข็งหรือเครื่องดื่มผสมน้ำแข็ง article
มะเร็ง กับ นมเนย
การสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิด ต่างๆ article
อาหารต้องระวัง article
ชีวิตวัฒนา ปัญญาจีน
หันกลับมาดูแล ตัวเอง article
กินปลาดิบ article
พิษมะเฟืองถึงตาย ผู้ป่วยไตกลุ่มเสี่ยง article
กาแฟและโดนัทอาจช่วยกระตุ้นการทำงานสมอง article
“ภูมิแพ้” article
The top five cancer-causing foods are: อาหารชั้นเลิศที่มะเร็งถามหา article
สาเหตุการทำลายตับ article
BRAIN DAMAGING HABITS (อุปนิสัยคนเราที่ทำลายการทำงานของสมอง) article
สุดยอดอาหารล้างพิษ 20 ชนิด...หากินได้ง่าย article
โปรดทราบ......อาหารชั้นเลิศที่มะเร็งถามหา article
สาเหตุการทำลายตับ The main causes of liver damage are article
BRAIN DAMAGING HABITS ( อุปนิสัยคนเราที่ทำลายการทำงานของสมอง) article
หมอรักษามะเร็ง ฟรี article
หมอรักษามะเร็ง ฟรี
หมอรักษามะเร็ง ฟรี
หมอรักษามะเร็ง ฟรี
หมอรักษามะเร็ง ฟรี
หมอรักษามะเร็ง ฟรี
หมอรักษามะเร็ง ฟรี
รวม 10 โรคยอดฮิต ที่พ่อแม่ชาวออฟฟิศควรอ่าน! article
ระวัง!ผลไม้รถเข็น article
แพทย์จีนเจ๋ง! ใช้ไอเย็น รักษาโรคมะเร็ง article
วิธีการเช็คเส้นเลือดอุดตันในสมอง article
ดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารช่วยลดอาการหัวใจวาย article
ดูการทำงานของคลื่นไมโครเวฟ. ของโทร.มือถือครับ มีอันตราย หรือไม่ ? article
ใครชอบกิน...แกงเหลือง+แกงเลียง+แกงป่า+แกงส้ม‏ article
แนะนำกายภาพบำบัด
เตือนภัย : ดื่มน้ำอัดลมหวานๆประจำอาจเสี่ยงกับ มะเร็งของตับอ่อน
รู้ทันเบาหวาน
โรคภูมิแพ้ในเด็ก..!!



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูการศึกษา เลขที่ 51 หมู่ 17บางนาตราด กม. 10 บางพลี สมุทรปราการ 10540 T 081-298-0284 fax 02-763-7722 email : thai9lee@gmail.com, kamolpar@yahoo.com